ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 88 ทำธุรกิจต้องขยันหน่อยนะ
บทที่ 88 ทำธุรกิจต้องขยันหน่อยนะ
หลี่หนิงเซียนรู้ดีว่าการพูดต่อไปคงไม่มีประโยชน์ เธอจึงตัดสินใจจัดบ้าน และพักผ่อนเอาแรงสำหรับบ่ายวันนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย แต่ไม่ทันถึงเที่ยง ก็มีคนมาเยี่ยมเยียนคุณปู่ที่บ้านเธอไม่ขาดสาย
“น้องหลี่ คุณปู่เพิ่งผ่าตัดเสร็จ กำลังเป็นช่วงบำรุงร่างกาย นี่เป็นไข่ไก่จากแม่ไก่ที่บ้านฉันเลี้ยงเอง หนูไว้ต้มให้คุณปู่กินนะ!”
หลี่หนิงเซียนต้องวุ่นทั้งวัน กับการต้อนรับแขกที่หลั่งไหล มาเยี่ยมคุณปู่ที่บ้าน ไม่ใช่แค่เพื่อนบ้านในหมู่บ้านเดียวกันเท่านั้น แม้แต่คนจากหมู่บ้านข้างเคียงก็ยังมาหา
มีทั้งยายเจียวจากบ้านตรงข้ามมา แล้วเอ่ยปากขอให้หลี่หนิงเซียนสอนหลานชายให้รู้จักโสม และบอกว่าจะไปขุดขาย
จากนั้นเหอตี้ก็มาพร้อมไก่ตัวโตที่เพิ่งฆ่า ยัดใส่มือหลี่หนิงเซียน พร้อมกับฝากให้สอนเรื่องยาสมุนไพร จะได้ไปขุดโสมมาขาย
ไม่นานนัก ป้าหวังก็นำทีมชาวบ้านจากหมู่บ้านข้างเคียงมาเยี่ยม บ้างก็นำของมาฝาก บ้างก็มาถามเรื่องการขุดโสม
ข่าวที่หลี่หนิงเซียนขุดโสมได้เงินมากมาย และโรงพยาบาลก็รับซื้อสมุนไพร ทำให้ชาวบ้านต่างก็หวังจะได้โชคแบบเดียวกัน จึงพากันมาหาหลี่หนิงเซียน
ตอนแรกหลี่จ้านก็ดีใจที่มีคนมาเยี่ยม แต่พอนานเข้า เขาก็เริ่มเหนื่อย ทั้งจากการต้อนรับแขก และจากการที่รู้ว่า จริง ๆ แล้วทุกคนไม่ได้มาเยี่ยมเขา แต่มาเพราะหวังในตัวหลานสาว
ส่วนหลี่หนิงเซียนก็รู้สึกเหนื่อย และปวดหัวกับสถานการณ์เช่นกัน และยิ่งแปลกใจขึ้นไปอีก เมื่อกงชุนไม่ได้มาหาเธอเลยจนค่ำ มีเพียงกงหยางที่มา
หลี่หนิงเซียนประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม จากการช่วยให้ชาวบ้านรู้จักสมุนไพร ทำให้เธอไม่ใช่คนที่ถูกดูถูกเหยียดหยามอีกต่อไป กลับกลายเป็นที่ต้องการของผู้คนมากมาย ชาวบ้านจากหมู่บ้านต่าง ๆ หลั่งไหลมาหาเธอที่บ้าน
นำของขวัญมากมาย มาให้จนล้นพื้นและตู้ ของขวัญส่วนใหญ่เป็นอาหารที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน หลี่หนิงเซียนจึงให้กงหยาง กงหยางช่วยขนของไปเก็บไว้ที่บ้านตระกูลกง แม้กระทั่งมืดค่ำก็ยังคงมีคนมาหาไม่ขาดสาย
หลี่หนิงเซียนสังเกตเห็นว่า คุณปู่ของเธอดูเหนื่อยล้าจากการต้อนรับแขก เธอจึงเป็นห่วงว่าร่างกายของคุณปู่จะรับไม่ไหว
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากทำอาหารเช้าเสร็จ หลี่หนิงเซียนตัดสินใจออกจากบ้านไปยังตลาด เพื่อทำซาลาเปาทอดน้ำขาย ก่อนที่ผู้คนจะเริ่มทยอยมาหาเธอที่บ้าน
หลี่หนิงเซียนรู้ดีว่าชาวบ้านกระตือรือร้นที่จะขึ้นเขาไปขุดโสม แต่เธอไม่อยากสอนในตอนนี้ เพราะกลัวว่าคนจำนวนมากจะมุ่งแต่จะขุดโสม จนทำให้ทรัพยากรบนภูเขาหมดไปอย่างรวดเร็ว เธอจึงตัดสินใจที่จะสอนเรื่องสมุนไพรให้กับชาวบ้านในภายหลัง ในตอนที่ทุกคนใจเย็นลงแล้ว
หกวันที่หลี่หนิงเซียนไม่ได้มาตลาด เพราะมีเรื่องมากมายต้องทำ เช้านี้เธอแวะไปที่บ้านฟานเต๋อ เพื่อเอารถเข็นที่ฝากไว้ แต่กลับพบว่าบ้านฟานเต๋อล็อคประตูเงียบกริบ ปกติฟานเต๋อจะออกไปขายบะหมี่ ส่วนเหยาสุ่ยจะอยู่บ้าน ประตูรั้วไม่เคยล็อคแบบนี้
หลี่หนิงเซียนรู้สึกแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้รออยู่ที่นั่น เธอตัดสินใจไปที่ตลาด หากฟานเต๋อไปขายของ เธอค่อยเอากุญแจมาเปิดทีหลังก็ได้
เมื่อมาถึงตลาดหลี่หนิงเซียนก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลก ๆ ป้าสือที่ขายผักเห็นเธอก็ทำหน้าแปลกใจ ก่อนจะถามด้วยรอยยิ้ม
“หลี่หนิงเซียน หลายวันแล้วนะ ไม่ได้มาเลย เสร็จธุระที่บ้านแล้วเหรอจ๊ะ”
“ค่ะ เสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้เลยแวะมาดูหน่อยค่ะ”
“งั้นก็รีบ ๆ ไปเถอะ ทำธุรกิจต้องขยันหน่อยนะ อย่าทำแบบวันนี้ทำ พรุ่งนี้หยุด โดยเฉพาะธุรกิจของเราที่กำลังไปได้ดี ต้องใส่ใจหน่อย”
“ค่ะ ป้าพูดถูก งั้นฉันไปก่อนนะคะ”
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา หลี่หนิงเซียนสนิทสนม กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเป็นอย่างดี บางครั้งถ้ามีซาลาเปาเหลือ เธอก็จะแบ่งให้คนอื่น ๆ เสมอ แต่แววตาของป้าสือ เมื่อครู่นี้ ทำให้หลี่หนิงเซียนอดรู้สึกสงสัยไม่ได้ เธอเพิ่งเดินมาได้ไม่กี่ก้าว ก็มีเสียงทัก
“น้องหลี่ มาแล้วเหรอ?” เฉียงซานมาเดินตรวจตลาด ได้เดินตามหลังเธอมา เขาเลิกเรียกเธอว่าเจ้าหนูซาลาเปา มาเรียกน้องหลี่ ตั้งแต่ที่เธอขายของที่นี่ได้สองสัปดาห์
“ค่ะ วันนี้มาดูหน่อย คุณเฉียงกำลังจะไปตรวจตราเหรอค่ะ?” หลี่หนิงเซียนถาม
“ตลาดใหญ่ขนาดนี้ จัดการก็ไม่ง่าย มีเรื่องขัดข้องไม่น้อย เธอต้องเข้าใจพี่ชายให้มาก ๆ นะ” เฉียงซานพูดกับหลี่หนิงเซียนด้วยสีหน้าจริงจัง แม้จะไม่เข้าใจความหมายนัก แต่หลี่หนิงเซียนก็พยักหน้ารับ
“คุณวางใจได้ ใครทำงานก็ไม่ง่าย ลูกค้าคือพระเจ้าของฉัน ฉันไม่กล้าทำให้ใครไม่พอใจหรอก” เธอเดาว่าเฉียงซานคงหมายถึงเรื่องที่ลูกค้าทะเลาะกันเพราะต่อแถวซื้อซาลาเปาทอดน้ำเมื่อไม่นานมานี้
เฉียงซานมองหลี่หนิงเซียนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วพูดว่า “ไปกันเถอะ”
หลี่หนิงเซียนงุนงงกับท่าทีของเฉียงซาน แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ จนกระทั่งมาถึงแผงของตัวเอง เธอจึงเข้าใจว่าทำไมเฉียงซานถึงเดินตามหลังเธอมา
ตรงหน้าแผงที่คุ้นเคยในตลาด บนรถเข็นมีทั้งหม้อใส่ถั่วกวนที่ส่งไอร้อนอยู่บนเตา และกระทะแบนใหญ่สำหรับทอดซาลาเปาที่กำลังร้อนอยู่ รอบ ๆ แผงของเธอยังคงเป็นภาพที่คุ้นตา
ฟานเต๋อยังคงขายบะหมี่อยู่ข้าง ๆ เธอ ด้านขวาของเธอยังคงเป็นพี่สาวที่ขายผักดอง ตรงข้ามเป็นพี่ชายหู่ที่ขายน้ำเต้าหู้
หลี่หนิงเซียนมองแผงของตัวเองด้วยความรู้สึกตกตะลึง เพราะคนที่ยืนอยู่หลังแผง กลับกลายเป็นเหยาสุ่ย ภรรยาของฟานเต๋อ ดูเหมือนป้าเหยาจะยึดแผงของเธอ เอาของของเธอไปขาย และยังแย่งลูกค้าของเธอไป
ในขณะที่พ่อค้าแม่ค้าคนอื่น ๆ พากันมองหลี่หนิงเซียนด้วยสายตาที่หลากหลาย ก่อนจะได้ยินเสียงฟานเต๋อกับเหยาสุ่ยก็ทะเลาะกันดังขึ้น โดยไม่ทันสังเกตเห็นหลี่หนิงเซียนที่ยืนนิ่งอยู่
“ผมบอกแล้วไงว่าอย่าตามมาแต่เช้า! ตอนเช้าไม่มีใครซื้อของที่คุณทำหรอก มาตั้งแผงแบบนี้ คนอื่นจะขายของได้ยังไง ดูสิบะหมี่ผมเหลือตั้งเยอะ!” ฟานเต๋อต่อว่าภรรยาอย่างหัวเสีย
“ทำไมต้องดูถูกกันด้วย! ตลาดนี้มีแต่คุณทำมาหากินได้หรือไง ไม่ให้คนอื่นเข้ามาขายเลยเหรอ” เหยาสุ่ยเถียงกลับเสียงแข็ง ฟานเต๋อส่ายหน้าอย่างระอา
“ดูหลี่หนิงเซียนสิ เธอรู้ความ ไม่เคยมาตั้งแผงตอนเช้าแย่งลูกค้าคนอื่น คุณอายุปูนนี้แล้ว ทำไมถึงไม่รู้จักคิดบ้าง!”
“ฉันไม่รู้ความยังไง!” เหยาสุ่ยโยนผ้ากันเปื้อนลงกับพื้นอย่างโมโห ก่อนจะชี้ไปรอบ ๆ แล้วพูดเสียงดังว่า “ไม่มีใครซื้อของ ก็แสดงว่าของไม่อร่อย! ทำไมถึงบอกว่าฉันแย่งลูกค้าล่ะ? ช่างเป็นคนคับแคบเสียจริง”
พ่อค้าแม่ค้าคนอื่น ๆ พากันหน้าบึ้งตึงกับคำพูดของเหยาสุ่ย แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา
ตลาดตอนนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เมื่อฟานเต๋อโยนตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างแรง ก่อนจะชี้หน้าเหยาสุ่ยด้วยความโกรธ
“คุณยังมีหน้ามาพูดถึงคนอื่นอีกหรือ รีบดูตัวเองเสียก่อนเถอะ!” เสียงฟานเต๋อดังลั่น
เรื่องราวทั้งหมด เริ่มต้นจากเหยาสุ่ยขายซาลาเปาทอดน้ำ ซึ่งเป็นสูตรของหลี่หนิงเซียน และเป็นอุปกรณ์ของหลี่หนิงเซียนทั้งหมด แต่เหยาสุ่ยกลับขโมยมา และยังอ้างชื่อของหลี่หนิงเซียนเพื่อเรียกลูกค้าในวันแรก
“ก่อนหน้านี้ ตอนที่หลี่หนิงเซียนทำซาลาเปาทอดน้ำ มีคนซื้อเยอะแยะ แต่ดูสิว่าไม่กี่วันมานี้ คุณไม่เพียงแต่ยึดแผงของยายหนู ยังแอบอ้างชื่อของหลี่หนิงเซียน เพื่อขายให้ได้มากขึ้น ในวันแรกเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นมีใครมาซื้ออีกบ้างล่ะ!” ฟานเต๋อพูดด้วยน้ำเสียงโมโห
คำพูดของฟานเต๋อทำให้พ่อค้าแม่ค้ารอบ ๆ ต่างพยักหน้าเห็นด้วย ลูกค้าที่กำลังทานอาหารเช้าอยู่ก็เริ่มพูดคุยกันเสียงดัง
“ฉันว่าแล้วเชียวว่าทำไมซาลาเปาที่ซื้อเมื่อวานไม่อร่อย ที่แท้ก็เปลี่ยนคนทำนี่เอง”
“ก็เปลี่ยนคนทำนั่นแหละ ไม่รู้ว่าทำไมสาวน้อยคนเก่าถึงไม่มาแล้ว ของที่เธอทำอร่อยกว่านี้เยอะ!”
“ใช่ ๆ เป็นหญิงสาวที่สวยกว่านี้ทำ รสชาติอร่อยจริง ๆ ไส้ก็เยอะด้วย!”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นรอบทิศ ทำให้เหยาสุ่ยโกรธจนหน้าแดงก่ำ เธอหันไปมองฟานเต๋อ ที่ยังคงจ้องเธออยู่ด้วยสายตาตำหนิ