ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 83 เธอกำลังรอเวลา
บทที่ 83 เธอกำลังรอเวลา
หลี่หนิงเซียนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่งสบาย ๆ อากาศยามเช้าในหมู่บ้านสดชื่น ต่างจากบรรยากาศใต้ต้นหลิวใหญ่ที่เต็มไปด้วยความอึดอัด ทุกคนนั่งนิ่ง ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
หลี่หนิงเซียนดูดีขึ้นจนเป็นที่จับตามอง เธอเข้าร่วมวงสนทนาอย่างกระตือรือร้น ต่างจากเมื่อก่อนที่เธอมักเก็บตัว ทำให้ทุกคนรู้สึกแปลกใจ แต่หลี่หวังไม่รู้สึกเช่นนั้น เธอเพิ่งถูกแม่สามีที่บ้านเรียกเงินไปสิบหยวน เมื่อเห็นหลี่หนิงเซียนก็พลอยอารมณ์เสียไปด้วย
“หลี่หนิงเซียน เมื่อกี้เธอไม่ได้ยินที่ทุกคนพูดหรือไง” หลี่หวังพูดอย่างไม่พอใจ หลี่หนิงเซียนหันไปมองด้วยความประหลาดใจ เห็นสีหน้าโกรธจัดของหลี่หวังก็ถามอย่างงุนงง
“ได้ยินสิคะ แล้วทำไมเหรอคะ”
“ได้ยินแล้วทำไมไม่พูดอะไรสักคำ!” หลี่หวังทนไม่ไหว พูดอย่างขุ่นเคือง
“อ๋อ ฉันได้ยินว่าเมื่อกี้ทุกคนพูดถึงฉัน แต่คำถามนั้นไม่ได้ถามฉันนี่คะ พวกเขาถามป้าหวังไม่ใช่หรือ? ในเมื่อไม่ได้ถามฉัน ทำไมฉันต้องตอบด้วยล่ะคะ?” หลี่หนิงเซียนตอบกลับอย่างใจเย็น
คำตอบของหลี่หนิงเซียน ทำให้หลี่หวังถึงกับพูดไม่ออก ทุกคนในที่นี่ก็เช่นกัน พวกเขาไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้
“หลี่หนิงเซียน ป้าแค่เตือนด้วยความหวังดี อย่าทำอะไรให้เสื่อมเสียชื่อเสียงตระกูลหลี่ ตอนนี้เธอเป็นคนหย่าร้างแล้ว ควรสำรวมตัวเองเสียบ้าง”
คำพูดของหลี่หวัง ทำให้ทุกคนรอบข้างต่างมองหลี่หนิงเซียนด้วยสายตาแปลกประหลาด ข่าวลือเรื่องการหย่าร้างของหลี่หนิงเซียนแพร่สะพัดไปทั่ว แต่ไม่มีใครรู้ความจริง พอหลี่หวังพูดเช่นนี้ ทุกคนจึงเชื่อว่าหลี่หนิงเซียนหย่ากับกงชุนแล้วจริง ๆ
ผู้หญิงบางคนที่หวังจะจับคู่ลูกหลานกับกงชุน ต่างรู้สึกดีใจ เพราะกงชุนเป็นทหารมียศ แม้จะเคยหย่าร้าง แต่ก็ยังเป็นที่หมายปองของสาว ๆ หลายคน
หลี่หวังรู้สึกภูมิใจมาก ที่เปิดโปงเรื่องหลี่หนิงเซียนหย่าร้าง คิดว่าต่อไปคงไม่มีใครคบหาหลี่หนิงเซียนอีก
ส่วนหลี่หนิงเซียน แม้จะไม่สนใจคำนินทา แต่ก็รู้ดีว่าสังคมในยุคนี้ ผู้หญิงที่หย่าร้างมักถูกมองด้วยสายตาที่แตกต่าง สิ่งที่เธอเป็นห่วงมากกว่า คือ เหอตี้คนนั้น อาจจะเผลอพูดเรื่องของกงหยางให้คนอื่นฟัง
หลี่หวังหัวเราะเยาะแล้วพูดเสียงดัง “ฉันได้ยินมาหมดแล้ว เธอวิ่งเข้าเมืองทุกวัน ไม่เคยทำอะไรดี ๆ เลย! ได้ยินมาว่าเธอไปติดพันผู้ชายแก่เพราะเงิน ผู้ชายคนนั้นอายุมากพอจะเป็นพ่อเธอได้แล้ว! เพราะกงชุนกลับมาครั้งนี้แล้วพบว่าเธอทำเรื่องไร้ยางอายแบบนี้ เขาถึงได้ยืนกรานจะหย่ากับเธอไง!”
หลี่หวังพูดอย่างมั่นใจ มองรอบ ๆ อย่างภาคภูมิใจ เธอรู้เรื่องลับ ๆ มากกว่าใคร! เธอได้ยินเรื่องทั้งหมดนี้จากจินเม่ย ที่บอกว่าเห็นกับตาตัวเองในเมือง!
แต่สิ่งที่หลี่หวังไม่ทันสังเกตคือ หลี่หนิงเซียนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอดีใจที่เหอตี้ไม่ได้เอาเรื่องนี้ไปพูด ตอนนี้หลี่หนิงเซียนไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว
เธอไม่โต้แย้ง หรือทะเลาะกับหลี่หวัง เธอนั่งลงบนม้านั่งเล็ก ๆ อย่างสบาย ๆ เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อทะเลาะกับใคร เธอตั้งใจมาดูเรื่องสนุกต่างหาก ทุกคนกำลังรอให้หลี่หนิงเซียนโมโห และด่าทอหลี่หวัง
“ป้าหวัง ของกินอาจจะกินผิดได้ แต่คำพูดไม่ควรพูดผิด ฉันทำอะไรที่ไร้ยางอายหรือ?” หลี่หนิงเซียนถามด้วยสีหน้าเย็นชา
“ฮึ เธออย่าคิดว่าเธอปิดบังได้มิดชิดนักหรอก เรื่องเลว ๆ ของเธอ มีใครไม่รู้บ้าง!” หลี่หวังยังคงพูดต่อ
หลี่หนิงเซียนกำลังนั่งอย่างสบายใจ โดยไม่สนใจสายตาใคร ทำให้หลี่หวังที่ตั้งใจจะมาต่อว่าอย่างรุนแรงถึงกับตะลึง แต่หลี่หวังก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เธอใช้โอกาสนี้ชี้นิ้วไปที่หลี่หนิงเซียนแล้วพูดกับคนรอบข้างว่า
“ทุกคนเห็นไหม เธอทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวแบบนี้แสดงว่ารู้สึกผิดอยู่จริง ๆ ถึงได้ไม่กล้าพูดอะไรเลย เรื่องที่หลี่หนิงเซียนทำเป็นเรื่องร้ายแรงในเมือง จนถูกครอบครัวสามีใหม่ไล่ออกมา คงเป็นเรื่องจริงแน่ ๆ!”
คำพูดของหลี่หวัง เริ่มทำให้ชาวบ้านที่เดิมทีไม่ค่อยเชื่อเรื่องซุบซิบ เริ่มคล้อยตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหลี่หวังพูดเสริม
“ลองคิดดูสิ ตอนแรกหลี่หนิงเซียนกับหนุ่มนักศึกษาชื่อตงเหวินนั้น ก็เคยสร้างเรื่องอื้อฉาวมาแล้ว แต่ตระกูลกงก็ยังใจกว้างยอมรับเธอเป็นสะใภ้ ทำไมตอนนี้ถึงหย่ากันล่ะ แน่นอนว่าหลี่หนิงเซียนต้องไปก่อเรื่องร้ายแรงกว่าเดิมในเมืองแน่ ๆ!”
หลี่หนิงเซียนไม่โต้แย้งอะไร ยิ่งทำให้ชาวบ้านปักใจเชื่อคำพูดของหลี่หวังมากขึ้นไปอีก สายตาที่มองหลี่หนิงเซียน จึงเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มหญิงสูงวัยที่ต่างระแวงว่าหลี่หนิงเซียน ซึ่งเป็นผู้หญิงผ่านการแต่งงานมาแล้วจะมาแย่งสามีของตน
ส่วนผู้ชายบางคนก็มองหลี่หนิงเซียนด้วยสายตาหื่นกระหาย แม้จะถูกทุกคนจ้องมองด้วยสายตาต่าง ๆ นานา หลี่หนิงเซียนก็ยังคงนั่งอย่างสงบ เธอไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือโกรธเคือง เพราะเธอกำลังรอเวลา
จนกระทั่งจู่ ๆ จินเม่ยก็วิ่งร้องไห้ออกมาจากหมู่บ้าน โดยมีตระกูลเต๋อวิ่งไล่ตามมาติด ๆ ฉินหงแม่ของเต๋อฟง พยายามเข้าไปทำร้ายจินเม่ยอย่างบ้าคลั่ง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่หลี่หนิงเซียน เพิ่งปล่อยข่าวบางอย่างออกไปเมื่อวาน
ชาวบ้านต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะไม่รู้จักฉินหง แต่ทุกคนรู้จักจินเม่ยเป็นอย่างดี พวกเขาจึงรีบเข้าไปห้ามปรามฉินหง ไม่ให้ทำร้ายจินเม่ เธอร้องไห้โผเข้ากอดชาวบ้านที่เข้ามาช่วยเหลือ พร้อมกับร้องขอให้ตามฝ่ายรักษาความปลอดภัย เพราะกลัวว่าคนตระกูลเต๋อจะทำร้ายเธอ
“พูดบ้าอะไรของแก! แกมันหญิงไม่รู้จักอาย ทำให้ลูกชายฉันโดนตียังไม่พอ ยังขโมยเงินบ้านเราไปพันหยวน วันนี้ถ้าแกไม่คายเงินออกมา ฉันจะไม่ปล่อยแกไปง่าย ๆ!” ฉินหงตะโกนต่อว่าหญิงสาวอย่างเกรี้ยวกราด จินเม่ยทำท่าทีตกใจกับคำกล่าวหา จึงรีบปฏิเสธ
“ป้าใหญ่พูดเหลวไหล ฉันจะไปขโมยเงินพันหยวนของบ้านป้าใหญ่ได้ยังไง ฉันไม่ได้เอาไปเลยนะ!”
“เลิกพูดเถอะ อย่ามาหลอกฉันอีก ฉันได้ยินมาหมดแล้ว!” ฉินหงยังคงยืนกรานเสียงดังฟังชัด “ไม่ต้องกลัว ฉันเป็นป้าแท้ ๆ ของจินเม่ย วันนี้มาที่หมูู่บ้านไป๋หลานของพวกคุณ ก็เพื่อมาเอาเงินของครอบครัวเรากลับคืน ทุกคนอย่าได้ถูกนางมารร้ายตัวน้อยคนนี้หลอกเด็ดขาดจินเม่ยนี่แย่มากเลยนะ!”
ขณะที่ทุกคนกำลังมุงดูเรื่องวุ่นวาย จู่ ๆ ฉินหงก็ประกาศกร้าวว่าแท้จริงแล้วเธอคือป้าของจินเม่ย สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน แต่สิ่งที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าคือ แม้จินเม่ยจะถูกป้าของตัวเองต่อว่าต่อขาน แต่กลับไม่มีใครในตระกูลจินออกมาห้ามปราม
แม้แต่จินทงหัวหน้าหมู่บ้าน หรือฉินเจียแม่ของจินเม่ยก็ยังคงนิ่งเฉย ปล่อยให้ลูกสาวตัวเองถูกพี่สาวทำร้าย คนรอบข้างจะรู้สึกสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แต่ก็ยังคงพยายามห้ามปรามฉินหง โดยบอกว่าอย่างไรเสียก็เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ควรจะพูดคุยกันดี ๆ การใช้กำลังไม่ใช่ทางแก้ปัญหา ดูเหมือนฉินหง จะไม่สนใจคำเตือนของใคร เธอโกรธมาก และยืนยันว่าจินเม่ยโกงเงินเธอไปพันหยวน พร้อมทั้งจ้องมองทุกคนอย่างเอาเรื่อง
“ถ้าพวกแกโดนโกงเงินพันหยวน พวกแกจะมายืนพูดเล่น ๆ แบบนี้ได้หรือ? วันนี้ถ้าจินเม่ยไม่คืนเงิน เรื่องนี้ไม่จบแน่! ฉันไม่ยอมให้เธอเอาเงินควรเป็นของครอบครัวฉันไปแน่” ฉินหงตวาดด้วยความโมโห เธอไว้ใจจินเม่ยแต่อีกฝ่ายกลับหักหลังกันได้