ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 84 หลักฐานยืนยันความผิดของจินเม่ย
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70
- บทที่ 84 หลักฐานยืนยันความผิดของจินเม่ย
บทที่ 84 หลักฐานยืนยันความผิดของจินเม่ย
“ป้า จินเม่ยโกงเงินป้าพันหยวนยังไงหรือ? พวกเราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน เห็นจินเม่ยมาตั้งแต่เด็กจนโต ปกติเด็กคนนี้นิสัยดีนะ” ชาวบ้านคนหนึ่งถามอย่างสงสัย
คนรอบข้างต่างมองเสื้อผ้าปะชุนของฉินหง พูดตามตรงแล้วไม่มีใครเชื่อคำพูดของเธอ ครอบครัวชาวนาในชนบท ทั้งปีขุดดินทำไร่ไถนา จะมีเงินเก็บมากมายขนาดนั้นเชียวเหรอ อย่าว่าแต่พันหยวนเลย แค่มีเงินสองร้อยหยวนก็หายากแล้ว
ชาวบ้านที่มามุงดูต่างตกตะลึง เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากปากฉินหงที่ไม่สนใจเรื่องหน้าตาอีกต่อไป เธอชี้หน้าจินเม่ยด้วยสายตาเหยียดหยาม
“หลานสาวตัวดีคนนี้ ไม่ใช่คนดีอย่างที่เห็น”
ย้อนไปเมื่อหลายวันก่อน จินเม่ยมาหาฉินหง แล้วพูดยุยงให้ลูกชายของเธอไปหาเรื่องทะเลาะกับกงหยาง น้องสามีของหลี่หนิงเซียน กงหยางเป็นลูกเศรษฐีนิสัยไม่ดีในหมู่บ้าน โดยอ้างว่าเป็นการสั่งสอนแทนชาวบ้าน
ผลก็คือลูกชายของฉินหงถูกกงหยางซ้อมจนบาดเจ็บสาหัส และยังถูกตำรวจจับตัวไปอีก แม้หลี่หนิงเซียนจะยอมจ่ายค่าเสียหายให้เป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายจินเม่ยกลับฉวยโอกาสโกงเงินค่าเสียหายไป
“ฉันแก่แล้ว จะโกหกพวกเธอทำไม” ฉินหงจ้องหน้าจินเม่ยก่อนจะพูดต่อด้วยความแค้นเคือง “ลูกชายฉันเป็นญาติกับเธอแท้ ๆ โดนซ้อมปางตายขนาดนั้น และยังต้องนอนโรงพยาบาลตั้งสองวัน ถ้าอยู่ต่ออีกหน่อยอาจจะเรียกเงินได้มากกว่านี้!”
“แต่นังจินเม่ยกลับบอกให้พวกเราออกจากโรงพยาบาลเร็ว ๆ หลอกว่ากลัวคนอื่นจะรู้ว่าแกล้งบาดเจ็บ ความจริงแล้วหลี่หนิงเซียนแอบให้เงินเธอพันหยวนเชียวนะ แลกกับการที่เธอมาหลอกพวกเรา!”
ใต้ต้นหลิวใหญ่ ผู้คนมุงดูเหตุการณ์อย่างอึ้งตะลึง ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมา
“ทำไมลูกชายของฉันเป็นคนได้รับบาดเจ็บ แต่จินเม่ยกลับได้รับเงินพันหยวน?” ทุกคนต่างตกตะลึงกับคำพูดของฉินหง ไม่สนใจอาการของผู้คนรอบข้าง และพูดต่ออย่างเกรี้ยวกราด
“เธอแค่ไม่พอใจที่เห็นหลี่หนิงเซียนจากหมู่บ้านของพวกคุณสวยกว่า และยังอยากจะจีบสามีของเขาอีก ไม่รู้จักประมาณตัวเองเลยว่าเป็นอะไร!”
ยิ่งฉินหงพูด ผู้คนที่มุงดูก็ยิ่งตกใจกับเรื่องราวที่ได้ยิน ไม่มีใครคาดคิดว่าจินเม่ยจะกล้าทำเรื่องแบบนี้
“เมื่อกี้กงชุนได้ไปที่บ้านของตระกูลจินด้วยตัวเอง เพื่อตัดขาดความสัมพันธ์กับเธออย่างสิ้นเชิง และบอกให้จินเม่ยเลิกทำเรื่องไม่ดีลับหลังอีก!” มีเสียงหนึ่งดังขึ้น จากคนที่เห็นเหตุการณ์ที่บ้านตระกูลจิน
“ฉันได้ยินมาอย่างชัดเจน กงชุนไม่เคยสนใจเธอเลยสักนิด แต่เธอกลับไม่รู้จักอายพยายามตามวุ่นวายกับเขา!” เสียงยังคงดังก้องไปทั่วบริเวณ
ตอนนั้นเองทุกคนก็นึกขึ้นได้ว่า ที่ผ่านมาข่าวลือเสียหายเกี่ยวกับหลี่หนิงเซียน ส่วนใหญ่ล้วนมาจากปากของจินเม่ย แม้ว่าจะมีผู้หญิงคนอื่นในหมู่บ้านที่ไม่ชอบหลี่หนิงเซียน คอยเติมแต่งเรื่องราวให้ดูเลวร้าย แต่ถ้าคิดให้ดี ๆ คนที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการปล่อยข่าวลือก็คือจินเม่ย
ความตึงเครียดก่อตัวขึ้นในอากาศขณะที่ฉินหงกล่าวหาจินเม่ยต่อหน้าชาวบ้าน เธอยืนยันว่าจินเม่ยเป็นคนปล่อยข่าวลือ และหลอกเอาเงินจากหลี่หนิงเซียน
ยิ่งไปกว่านั้น ข่าวลือเรื่องที่หลี่หนิงเซียนให้เงินจินเม่ยพันหยวนนั้นเป็นหลักฐานยืนยันความผิดของจินเม่ย ชาวบ้านที่สงสารจินเม่ยในตอนแรก ต่างพากันถอยห่าง สายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย แม้แต่คนที่เคยปกป้องเธอก็ยังถอยกลับไป
หลี่หนิงเซียนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย คำกล่าวของฉินหงคือสิ่งที่เธอต้องการ เพื่อทำลายชื่อเสียงของจินเม่ย และแก้แค้นเล็ก ๆ น้อย ๆ จินเม่ยหวั่นกลัว เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาที่เปลี่ยนไป
เธอกลัวว่าทุกคนจะเชื่อคำโกหกของฉินหง จินเม่ยกัดฟันแน่น พยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมอารมณ์ เธอตอบโต้ฉินหงว่า
“ป้าใหญ่ ทำไมถึงใส่ร้ายฉันแบบนี้? ฉันไม่เคยเอาเงินของหลี่หนิงเซียนมา!” จินเม่ยพยายามอย่างยิ่งยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง เธอชี้ให้เห็นถึงความไม่สมเหตุสมผลในคำพูดของฉินหง
“ตอนนั้นคุณเองที่บอกว่าลูกชายต้องการเงินแต่งงาน คุณถึงยุให้ลูกชายแกล้งบาดเจ็บ แล้วให้หมอมาบอกความเจ็บเกินจริง ตอนนี้กลับมาโทษฉัน มันไม่ถูกต้อง!” แต่ฉินหงไม่สนใจคำแก้ตัวของจินเม่ย เธอมุ่งมั่นที่จะเอาเงินที่เชื่อว่าจินเม่ยได้รับมา
“เธออย่าโยนความผิด! ถ้าเธอไม่พูดเรื่องไม่ดีของหลี่หนิงเซียน ฉันจะหลอกเงินเธอได้ยังไง? ข่าวลือเรื่องหลี่หนิงเซียนให้เงินเธอพันหยวน มันต้องเป็นเรื่องจริง!”
จินเม่ยรู้สึกสิ้นหวัง เธอรู้ดีว่าการโต้เถียงกับฉินหงนั้นไม่มีประโยชน์
“ป้าใหญ่ อย่าเชื่อเรื่องที่ได้ยินมาสิคะ คนเราชอบนินทา ป้าใหญ่อย่าไปเชื่อ” บรรยากาศเงียบกริบจนน่าอึดอัด ทุกคนต่างกลั้นหายใจ
“ชอบเอาเรื่องของคนอื่นมาพูด จนคนอื่นหลงเชื่อ แต่พอเป็นเรื่องของตัวเอง กลับบอกว่าเรื่องพวกนี้เชื่อถือไม่ได้น่าขำนัก เห็นทีเหตุผลนี้คงมีแต่เธอคนเดียวที่ใช้ได้สินะ?” ฉินหงพูดอย่างเหลืออด
จินเม่ยถึงกับพูดไม่ออก โกรธจนหน้าแดงก่ำ คำพูดของฉินหง ทำให้ทุกคนเกิดความลังเลใจ พวกเขาเริ่มครุ่นคิด ว่าแท้จริงแล้วเรื่องนินทราเหล่านี้ควรเชื่อหรือไม่ ควรเผยแพร่ต่อไปหรือเปล่า
“หึ” เสียงหัวเราะเบา ๆ ก็ทำลายความเงียบลง ทุกสายตาหันไปยังต้นตอของเสียง หลี่หนิงเซียนนั่งอยู่บนม้านั่งตัวเล็ก ท่ามกลางฝูงชนที่มุงดูเหตุการณ์อยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเธอนิ่งเฉย ดวงตาเป็นประกายวิบวับราวกับกำลังเพลิดเพลินกับเรื่องตรงหน้า มือของเธอกำลังกะเทาะเมล็ดแตงอย่างสบายอารมณ์
หลี่หนิงเซียนปัดเศษเปลือกเมล็ดแตงออกจากมือ ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า หันไปยิ้มให้ฉินหงที่มองเธอด้วยแววตาตกตะลึง ก่อนจะพูดว่า
“ต้องขอบคุณจริง ๆ ที่พูดแทนฉันอย่างยุติธรรม ก็นั่นแหละ เรื่องการนินทานี่ ควรจะมีมาตรฐานเดียวกัน เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง มันไม่ยุติธรรมเลยนะ” ทุกคนต่างเงียบกริบอีกครั้ง
จินเม่ยหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นหลี่หนิงเซียน ยิ่งนึกถึงเหตุการณ์ที่กงชุนมาหาถึงบ้านจนพ่อแม่โกรธ ไล่ออกจากบ้าน และยังถูกป้าใหญ่ไล่ตีต่อหน้าหลี่หนิงเซียน ยิ่งทำให้เธอควบคุมอารมณ์โกรธไม่ได้ พุ่งเข้าไปหาหลี่หนิงเซียน คว้าข้อมือไว้แน่น กัดฟันกรอด
“หลี่หนิงเซียน นี่เธอทำใช่ไหม เธอตั้งใจปล่อยข่าวลือว่าฉันเอาเงินไปเพื่อแก้แค้นฉัน!” จินเม่ยมั่นใจว่าหลี่หนิงเซียนต้องรู้เรื่องที่เธอทำ จึงใช้วิธีเดียวกันนี้แก้แค้น
ด้านหลี่หนิงเซียนกลับพูดอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับไม่สนใจที่ตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของทุกคน
“บางเรื่องนะ เชื่อว่ามีดีกว่าไม่เชื่อ” คำพูดกำกวมของหลี่หนิงเซียน ทำเอา ฉินหง และคนอื่น ๆ มองอย่างงุนงง ใครกันจะพูดเรื่องเสียหายของตัวเองแบบนี้
“หลี่หนิงเซียนยอมรับข่าวลือเรื่องให้เงินจินเม่ยแล้วงั้นเหรอ!”
ขณะที่จินเม่ยอยู่ในสภาพย่ำแย่ ผมยุ่งเหยิง ตาแดงก่ำ และมีรอยฝ่ามือใหญ่สองรอยปรากฏบนใบหน้า หลี่หนิงเซียนแม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ก็รู้สึกสะใจเล็กน้อยที่ได้เห็นจินเม่ยในสภาพนี้ เธอไม่ได้โต้ตอบใด ๆ เพียงแต่หัวเราะเยาะเย้ยแล้วถามกลับไปว่า
“เธอมีหลักฐานหรือเปล่า?”
“…” จินเม่ยได้แต่เงียบไม่ตอบอะไร
หลี่หนิงเซียนยิ้มเยาะอีกครั้ง “โอ้ เธออาจจะไม่มีหลักฐานที่จะพิสูจน์ว่าฉันแก้แค้นเธอ แต่ฉันไม่เหมือนเธอนะ ฉันมีหลักฐานอยู่”
เสียงดังจากลำโพง ดึงความสนใจจากทุกคนให้หันไปทางเดียวกัน เป็นเสียงฉินหงที่กำลังโวยวายเสียงดังใส่ใครสักคน [84]