ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 82 ถามเธอเองเลยสิ
บทที่ 82 ถามเธอเองเลยสิ
ร่างสูงโปร่งของกงหยางยืนอยู่ริมหน้าต่างนอกลานบ้าน แม้ความเย็นจะแผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่สายตากลับเฝ้ามองเงาร่างที่กำลังวุ่นวายอยู่หน้าเตาอย่างเงียบ ๆ ภายใต้แสงไฟสลัว ความเย็นค่อย ๆ จางหายไป
กงหยางไม่ได้กินอะไรเลย ตั้งแต่กลับมาถึงบ้านในตอนเช้า ตอนนี้หิวจนแทบจะเป็นลม
“หิวตายก็ดี พี่ชายนายจะได้สบายใจ!” หลี่หนิงเซียนแม้จะโกรธที่น้องชายของเพื่อนทำตัวแบบนี้ แต่ก็ยังอุ่นอาหารเหลือจากมื้อเที่ยงให้ ระหว่างที่จุดไฟ เธอก็พูดกับกงหยางว่า
“เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วรีบกลับบ้านนะ ไปขอโทษพี่ชาย เข้าใจไหม?”
“เข้าใจแล้ว” กงหยางเห็นท่าทางของพี่สาว ได้แต่พยักหน้า พูดอย่างหงอย ๆ
หลี่หนิงเซียนเห็นแบบนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เด็กน้อยยังคงเป็นเด็กน้อยวันยังค่ำ ในใจเธอไม่เคยมองกงหยางเป็นผู้ใหญ่เลย แต่หลังจากเหตุการณ์วันนี้ เธอเข้าใจว่าต่อไปต้องระวังมากขึ้น บางทีการที่เธอออกจากหมู่บ้านไป๋หลาน อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
กงชุนเหลือบมองน้องชายที่ยืนก้มหน้านิ่ง อยู่ข้างหลี่หนิงเซียนอย่างครุ่นคิด ก่อนจะตัดสินใจหันหลังเดินจากไปอย่างเงียบงัน เขาเชื่อมั่นในตัวหลี่หนิงเซียน ว่าจะสามารถจัดการกับเรื่องของกงหยางได้อย่างแน่นอน และยิ่งมั่นใจในตัวน้องชายของเขาเองด้วย
เช้าวันใหม่ หลี่หนิงเซียนตื่นแต่เช้า ทำอาหารเช้าให้คุณปู่เสร็จ เธอก็ถือเก้าอี้เล็ก ๆ เดินออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบประจำหมู่บ้าน นั่นคือใต้ต้นหลิวใหญ่อายุกว่าร้อยปีที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน
ทุก ๆ เช้า หลังจากที่ชาวบ้านจัดการธุระส่วนตัวเสร็จสิ้น พวกเขามักจะมารวมตัวกันที่ใต้ร่มเงาของต้นหลิวใหญ่ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
บ้างก็อวดของใหม่ที่เพิ่งซื้อมา บ้างก็คุยโวเรื่องลูก ๆ ที่ได้รับคำชมจากโรงเรียน ขณะที่บางคนก็ระบายความอัดอั้นตันใจ ถึงเรื่องราววุ่น ๆ ภายในบ้าน
ช่วงนี้หัวข้อที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คงหนีไม่พ้นเรื่องราวของหลี่หนิงเซียน เธอจึงตั้งใจมาที่นี่ เพื่อฟังเรื่องราวของตัวเองจากปากชาวบ้าน
ใต้ต้นหลิวในวันนี้ คลาคล่ำไปด้วยผู้คนราว ๆ ยี่สิบถึงสามสิบคน พวกเขาไม่ได้มาจากถนนเส้นเดียวกับเธอเท่านั้น แต่ยังมีคนจากถนนฝั่งตรงข้าม และถนนด้านหลังมาร่วมวงสนทนาด้วย
หลี่หนิงเซียนสังเกตเห็นคนรู้จักหลายคน ทั้งป้าหวัง เหอมี่รวมไปถึงกลุ่มคนที่มักไปมุงดูเหตุการณ์วุ่นวายที่ตระกูลกง เธอนั่งมองกลุ่มญาติผู้ใหญ่ที่ล้อมวงพูดคุยกันอย่างออกรส บ้างก็ดูจริงจัง บ้างก็หัวเราะร่วน
บรรยากาศเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย หลี่หนิงเซียนนั่งฟังจนได้ยินชื่อเธอ เธอจึงลากเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ เดินเข้าไปสมทบกับกลุ่มคน
“เมื่อวานเหอตี้มาที่บ้านตระกูลหลี่ เหอมี่ทราบไหมคะว่ามาทำอะไร” คำถามของหญิงคนหนึ่งในกลุ่มคน ทำให้ใบหน้าของเหอมี่ดูซีดเผือดลงทันตา
“ก็แค่ไปเยี่ยมคุณลุงนะ” ป้าหวังตอบอย่างอึกอัก “คุณลุงเพิ่งออกจากโรงพยาบาลไม่ใช่หรือ”
ในใจของเหอมี่เต็มไปด้วยความขุ่นมัว เมื่อวานน้องชายของเธอกลับมาจากบ้านตระกูลหลี่พร้อมท่าทีแปลก ๆ ถามอะไรก็ไม่ยอมปริปากบอก เธอไม่เห็นด้วยที่น้องชายจะแต่งงานกับหลี่หนิงเซียน ผู้หญิงที่ผ่านการหย่าร้างมาแล้ว
แต่แม่ของเธอกลับคะยั้นคะยอ บอกว่าน้องชายก็ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว หาคู่ในหมู่บ้านก็ยาก ครอบครัวก็จน พูดตรง ๆ ก็คือเห็นว่าหลี่หนิงเซียนแต่งงานครั้งที่สองไม่ต้องจ่ายสินสอด
ทุกอย่างควรเป็นไปตามที่คิด แต่เรื่องกลับตาลปัตร เมื่อน้องชายของเธอยืนยันเสียงแข็งว่าไม่ได้ไปสู่ขอหลี่หนิงเซียน แค่ไปเยี่ยมคุณปู่เท่านั้น ทำให้เมื่อคืนเธอโดนแม่ด่าจนหูชา และยังต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าของขวัญที่เตรียมไว้ให้อีก ยิ่งคิดเหอมี่ก็ยิ่งรู้สึกโมโห
เหอมี่ถูกล้อมหน้าล้อมหลังด้วยกลุ่มหญิงสาว เธอพยายามยิ้มเจื่อน ๆ เมื่อถูกถามถึงเรื่องที่น้องชายไปเยี่ยมหลี่จ้านที่ป่วย
“น้องชายฉันเป็นคนจริงจังค่ะ พอรู้ว่าคุณลุงไม่สบายก็รีบไปเยี่ยมทันที” เหอมี่พูด “เสียดายที่นิสัยแบบนี้กลับทำให้หาภรรยายากเสียอย่างงั้น ถ้าใครมีหญิงสาวดี ๆ ก็ช่วยแนะนำให้เขาบ้างนะ”
คำพูดของเธอทำให้ทุกคนเงียบกริบ บางคนถึงกับแอบกลอกตาอย่างดูถูก ใครจะอยากแนะนำลูกสาวตัวเอง ให้แต่งเข้าตระกูลแบบนั้นกัน มันเหมือนผลักไสให้ไปลงนรกชัด ๆ
“จะว่าไปน้องชายเหอมี่ที่เป็นญาติห่าง ๆ ยังไป แล้วบ้านตระกูลอู๋ที่เป็นลูกเขย ครอบครัวเธอเองไม่ต้องไปเยี่ยมเหรอ” เสียงหนึ่งดังขึ้น ก็มีเสียงดังตามมา
“อย่าลืมนะว่าหวังหลี่เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของผู้เฒ่าหลี่”
“ตั้งแต่แต่งเข้าตระกูลอู๋ เธอไปบ้านเดิมแทบนับครั้งได้”
“พ่อฉัน ฉันก็ต้องไปอยู่แล้วค่ะ” ป้าหวังตอบขึ้น “แต่เมื่อวานคนไปเยี่ยมเยอะมาก ฉันเลยจะไปวันอื่นแทน”
“งั้นก็คงต้องเตรียมของไปเยี่ยมเยอะหน่อยแล้วล่ะสิ?”
“…” ป้าหวังเงียบไป
“น้องชายเหอมี่ยังซื้อของไปตั้งเยอะ เธอเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของผู้เฒ่าหลี่ของที่ซื้อไปต้องมากกว่านั้นอีกหลายเท่า” สีหน้าของหลี่หวังเปลี่ยนไปทันที เธอโกรธจนหน้าดำคล้ำ
“ฉันก็ไม่รู้จะซื้ออะไรไปฝาก เห็นตระกูลหลี่มีของมากมาย”
ชาวบ้านต่างสงสัยในที่มาของเงินที่หลี่หนิงเซียนใช้จ่ายอยู่ก่อนแล้ว พอมีคนจุดประเด็นขึ้นมา ทุกคนจึงพากันเปลี่ยนเรื่องไปที่ตระกูลหลี่
“พวกเธอไม่รู้หรอก ในบ้านของหลี่หนิงเซียนนะ เนื้อเค็มแขวนเต็มใต้ชายคาไปหมด! เป็นเนื้อหมูสามชั้นทั้งนั้น ซื้อมาเยอะแยะ” มีเงินซื้อเนื้อหมูสามชั้นมาทำเนื้อแดดเดียวแขวนไว้เต็มบ้าน ทั้ง ๆ ที่ผู้คนกินเนื้อกันได้แค่ช่วงเทศกาลเท่านั้น กลิ่นเนื้อที่โชยมาจากบ้านของหลี่หนิงเซียน ทำให้ผู้คนรู้สึกริษยาไม่น้อย
“ฉันเคยถามเธอว่าทำไมถึงแขวนเนื้อไว้ใต้ชายคาเยอะขนาดนั้น กินไม่หมดเหรอ เธอบอกว่าทำเนื้อแดดเดียว! เรียนรู้มาจากคนทางใต้ เก็บไว้กินได้นาน”
“เธอเข้าเมืองทุกวัน คงหาเงินได้เยอะจริง ๆ แต่ไม่รู้ว่าเงินนั่นหามาได้ยังไง น่าแปลก”
หลี่หวังได้ยินดังนั้น ก็ยิ่งไม่พอใจ สีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่าไม่อยากไปบ้านตระกูลหลี่ แต่เถียนอิงที่ไม่รู้จักกาลเทศะ กลับพูดต่อว่า
“หลี่หนิงเซียนนี่หาเงินเก่งจริง ๆ ตระกูลหลี่คงสบายแล้ว” คำพูดของเถียนอิง ทำให้หลี่หวังโกรธ เธอตวาดออกมาว่า
“เธอบอกว่าหาเงินได้ก็หาได้เลยเหรอ? เป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ชอบกินชอบนอน จะไปทำอะไรได้ เงินนั่นอาจจะไม่ใช่เงินสะอาดก็ได้!”
ทุกคนที่ได้ยิน ต่างก็มองกันด้วยแววตาเป็นประกาย เห็นด้วยกับคำพูดของหลี่หวัง เรื่องเงินของหลี่หนิงเซียน กลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงมากที่สุด
“ฉันบอกแล้วว่าหลี่หนิงเซียนต้องทำอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ ๆ ถึงได้เงินมามากมายขนาดนั้น!” หลี่หวังพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเสียดสี พวกผู้หญิงได้ยินดังนั้นก็กรูเข้ามาใกล้ หูผึ่งอยากรู้อยากเห็น
“ป้าหวัง ได้รู้อะไรมาเล่าให้ฟังหน่อยสิ” ผู้หญิงคนหนึ่งถาม
“เงินของหลี่หนิงเซียนนั่น ได้มาจากเรื่องน่าอายอะไรหรือเปล่า” เสียงอีกคนถามขึ้น
“หรือว่าเธอแอบไปทำอะไรแล้วไม่ยอมบอกพวกเรา” ผู้หญิงอีกคนเสริม ดวงตาเป็นประกาย จ้องมองหลี่หวัง
“ป้าหวัง ถ้ารู้วิธีรวยก็อย่าปิดบังพวกเราสิ” ป้าหวังกำลังจะอ้าปากพูดต่อ แต่ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นหลี่หนิงเซียนเ
“จะถามฉันทำไม ในเมื่อตัวจริงอยู่นี่แล้ว” หลี่หวังพูดอย่างแดกดัน “ถามเธอเองเลยสิ”
ทุกสายตาหันไปตามทิศทางที่หลี่หวังมอง เห็นหลี่หนิงเซียนนั่งอยู่ในลาน มองหาที่กลุ่มคนเหมือนจะมาร่วมวงสนทนาด้วย บรรยากาศที่เคยคึกคักก็พลันเงียบกริบลง ทุกคนหน้าซีดเผือด ไม่รู้ว่าหลี่หนิงเซียนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และได้ยินที่พวกเขานินทาเธอมากแค่ไหน