ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 77 การมาเยือนอันไม่คาดฝัน
บทที่ 77 การมาเยือนอันไม่คาดฝัน
หลี่จ้านนั่งลงบนแคร่ในบ้าน เหอตี้ก็มาถึงพอดี หลี่หนิงเซียนกับกงชุนเพิ่งจัดบ้านเสร็จ ก็ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแขก ก่อนที่กงชุนจะกระซิบบอกกับเธอ
“เขาคืออาเหอ เป็นญาติห่าง ๆ ที่อยู่หมู่บ้านข้างเคียง”
หลี่หนิงเซียนพยายามรื้อฟื้นความทรงจำ แต่ก็ไม่พบร่องรอยของชายคนนี้ในอดีตเลย เธอก้าวออกไปต้อนรับ ชายวัยสี่สิบกว่าเดินเข้ามาในลานบ้าน ดวงตาเจ้าเล่ห์เป็นประกายเมื่อเห็นเธอ
“หลี่หนิงเซียนใช่ไหม? จำฉันได้หรือเปล่า ฉันอาเหอไง เราเคยเล่นด้วยกันตอนเด็ก ๆ”
หลี่หนิงเซียนอึกอักในใจ เขาอายุมากกว่าเธอตั้งยี่สิบกว่าปี จะเป็นไปได้อย่างไรที่เคยเล่นด้วยกันตอนเด็ก ๆ
“อ๋อค่ะ” หลี่หนิงเซียนไม่อยากจะพูดปฏิเสธออกไปตรง ๆ เหอตี้ไม่สังเกตเห็นความอึดอัดบนใบหน้าของเธอ เขายิ้มกว้างอย่างดีใจ
“ฉันว่าแล้ว เธอต้องจำฉันได้สิ! ตอนเด็ก ๆ เธอสกปรกมอมแมม ไม่เคยเห็นเด็กผู้หญิงคนไหนน่ารำคาญเท่าเธอมาก่อนเลย เห็นหน้าทีไรเป็นต้องหาเรื่องแกล้งตีเธอ จนร้องไห้ไปหลายรอบแล้วรู้ไหม” ทันทีที่เหอตี้พูดจบ กงชุนที่ยืนอยู่ก็หัวเราะเบา ๆ
หลี่หนิงเซียนหันไปมองค้อนเขาอย่างรู้ทัน กงชุนยักไหล่เล็กน้อย ก่อนจะพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
“เธอจะไม่ชอบใจไปทำไม นี่เป็นเรื่องจริงของหลี่หนิงเซียนทั้งนั้น”
“ว่าแต่อาเหอมาทำอะไรเหรอคะ”
“อามาเยี่ยมปู่ของเธอไง” เหอตี้ถือขนมเข้าไปในบ้านทันทีที่พูดจบ เขาชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเดินผ่านกงชุน เขานึกถึงคำพูดของพี่สาวก่อนมา จึงถามด้วยดวงตาที่หรี่ลงเล็กน้อย
“คุณคือพี่ชายของหลี่หนิงเซียน หลี่หลงเฟยใช่ไหม?”
กงชุนไม่ตอบคำถาม เพียงแค่จ้องมองกล่องขนมในมือของเหอตี้ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อย
หลี่จ้านแสดงความประหลาดใจเมื่อเห็นเหอตี้เดินเข้ามาพร้อมถือขนม เหอตี้เป็นน้องชายของเหอมี่ ซึ่งเป็นภรรยาของหลี่ซา หลี่ซาเป็นบุตรชายของหลี่ซุย และหลี่ซุยเป็นน้องชายของหลี่จ้าน ด้วยความสัมพันธ์นี้ เหอตี้จึงนับเป็นญาติห่าง ๆ ของตระกูลหลี่
เหอตี้เป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน จึงถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ ทำให้เขากลายเป็นคนเกียจคร้าน ไม่มีใครอยากแต่งงานด้วย แม้ว่าจะอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้วก็ตาม
แม้จะมีศักดิ์เป็นญาติกัน แต่ทั้งสองครอบครัวแทบไม่เคยติดต่อกันเลย นอกจากตอนที่หลี่ซาแต่งงานกับเหอมี่ การปรากฏตัวของเหอตี้ในวันนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง
“คุณลุงครับ นี่เป็นของที่พี่เขยให้ผมนำมาให้คุณลุง บอกว่าคุณลุงเพิ่งหายป่วย ต้องบำรุงร่างกาย กล่องขนมนี้วางขายที่ร้านสหกรณ์ มีราคาแพงมากเลยนะครับ และขนมก็อร่อยมากด้วย!” เหอตี้พูดอย่างโอ้อวด
ความจริงแล้ว เขาเองก็ยังเสียดายขนมกล่องนั้นอยู่ไม่น้อย สายตาที่มองขนมบ่งบอกชัดเจนว่าไม่อยากให้ แต่เมื่อเห็นหลี่หนิงเซียนยืนอยู่ข้างหลี่จ้าน จึงยอมยื่นกล่องขนมให้หลี่จ้านอย่างเสียไม่ได้
ขนมที่เหอตี้หวงแหน กลับไม่ได้รับความสนใจจากใครเลย สำหรับหลี่หนิงเซียนแล้ว ขนมแบบนี้เธอเคยกินมาแล้วตั้งแต่ชาติที่แล้ว ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไร ส่วนหลี่จ้านเองก็เบื่อขนมหวาน เพราะตอนอยู่โรงพยาบาล กงชุนและเพื่อนของเขานำขนม อาหารบำรุงมาให้กินจนเบื่อ
กงชุนเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของเหอตี้อย่างเงียบ ๆ สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ชายหนุ่มผู้กำลังโอ้อวดอย่างไม่รู้ประสา ใบหน้าของกงชุนเรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์ ขณะที่มือของเขาล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกง
“คุณลุงครับ กินสิครับ ลองชิมเร็ว ๆ!”
หลี่หนิงเซียนนั่งนิ่ง สีหน้าเรียบเฉย ขณะที่เหอตี้ อาที่เธอแทบไม่เคยเห็นหน้า นั่งตรงข้ามเธอ เขาก็เริ่มต้นภารกิจที่แท้จริงของการมาเยือนในวันนี้
เธอแทบไม่รู้จักเหอตี้ด้วยซ้ำ พวกเราไม่ได้สนิทกันถึงขนาดจะมาเยี่ยมเยียนกัน แม้แต่ในวันหยุดเทศกาล ความทรงจำอันเลือนรางเรื่องเขาในวัยเด็กของเธอนั้นเลือนลางมาก จนเธอแทบนึกไม่ออกว่าเขาเป็นใคร ถ้าบังเอิญเจอกันบนถนนเธอคงเดินสวนไปเฉย ๆ
ด้วยความสงสัยที่อยู่ในใจ เกี่ยวกับการมาเยือนอันไม่คาดฝันครั้งนี้ ปู่หลี่จ้าน จึงตัดสินใจสอบถามอย่างตรงไปตรงมาว่า
“หลานชายคนโต วันนี้เธอมาเยี่ยมคนแก่อย่างฉัน ฉันดีใจมาก แต่เธอพูดตรง ๆ เถอะว่าเธอมาบ้านเรามีธุระอะไรกันแน่” เหอตี้มองหลี่หนิงเซียนอย่างเขินอาย
“ผมมาที่นี่มีสองเรื่องที่อยากขอร้องคุณลุงครับ”
“เรื่องอะไรล่ะ มีอะไรก็พูดมาเถอะ ถึงยังไงเราก็เป็นญาติกัน ถ้าช่วยได้ คนแก่อย่างฉันก็ยินดีที่จะช่วย” หลี่จ้านตอบกลับทันที
เหอตึ้อึกอักก่อนจะพูดถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงในการมาเยือน
“คุณลุงครับ แม่ผมได้ยินมาว่าหลี่หนิงเซียนหย่ากับสามี แล้วถูกตระกูลกงไล่ออกมา แม่เลยให้ผมมาถามดูว่า สนใจมาแต่งกับผมไหมครับ จะได้ไม่ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ต้องช่วยกันทำมาหากินนะ” เหอตี้อ้างว่าหลี่หนิงเซียนเองก็เคยหย่าร้างมาแล้ว เพื่อจะได้ไม่พูดถึงเรื่องที่ตัวเองเป็นชายแก่ที่หาภรรยาไม่ได้ และการแต่งงานก็ทำให้เขาไม่ต้องถูกนินทราเรื่องนี้ได้
“เรื่องสินเดิมครอบครัวผมไม่ติดใจอะไร เพราะเข้าใจว่าตระกูลหลี่เพิ่งเสียเงินไปกับการผ่าตัด คงไม่มีเงิน แต่บ้านเราคงจะไม่ให้สินสอด”
“…” หลี่หนิงเซียนรู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมาบนหัว เมื่อได้ยินคำพูดของเหอตี้ที่เต็มไปด้วยความดูถูก และเอาเปรียบ
“หลี่หลงเฟยว่าแต่นายหาเงินที่ใช้ในการผ่าตัดมาได้ คงเอามาจากช่องทางไม่ชอบมาพากลสินะ หากนายไม่ยอมบอกแหล่งที่มาของเงิน หลี่หนิงเซียนอาจจะต้องลำบาก”
คำพูดของเหอตี้ยิ่งสร้างความโกรธให้กับหลี่หนิงเซียน ผู้ชายแก่พวกนี้สมองโดนลาเตะหรือไง ถึงได้มาพูดจาเหลวไหลแบบนี้ที่บ้านเธอ แล้วยังเรื่องหย่าอีก เธอยังไม่ได้หย่ากับกงชุนสักหน่อย ต่อให้เป็นเรื่องจริง ไปพูดแบบนี้ที่บ้านฝ่ายหญิงก็ควรโดนตีตาย
สายตาของเธอเหลือบไปสบตากับกงชุนที่กำลังยืนยิ้มเยาะเย้ยอย่างสะใจ เธออยากจะพุ่งเข้าไปกัดเขาจริงๆ พร้อมกับส่งสายตาวิงวอนภาวนาให้เขาช่วยไล่ผู้ชายแก่พวกนี้ออกไปสักที
กงชุนกลับไม่สนใจ เหอตี้ที่ยืนอยู่ เขายื่นมือไปลูบผมหลี่หนิงเซียนเบา ๆ อย่างเอ็นดู แล้วพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ว่า
“น้องสาว เธอว่ายังไงล่ะ จะหย่ากับฉันจริง ๆ หรือ?”
ด้านหลี่จ้านที่ตอนแรกโกรธจนแทบระเบิด พอได้เห็นหลานสาว และหลานเขยยืนอยู่ตรงหน้าก็ใจเย็นลง นึกขึ้นได้ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแค่ข่าวลือ ที่ชาวบ้านพูดกันไปเรื่อย จนกลายเป็นความเข้าใจผิด
เหอตี้มั่นใจมากว่าข่าวลือเรื่องการหย่าร้างของหลี่หนิงเซียนเป็นเรื่องจริง เขาจึงประกาศก้องต่อหน้าทุกคน
“พวกคุณจะปิดบังอะไรอีก ตอนนี้ทั้งหมู่บ้านของพวกคุณก็รู้กันไปทั่วแล้ว ว่ากงชุนนั่นหย่ากับหลี่หนิงเซียนแล้ว พวกเขาหย่ากันแน่นอน จะมาให้หลี่หนิงเซียนพูดว่าจะหย่าหรือไม่หย่าได้ยังไง” ด้วยความรู้สึกเหนือกว่า เขาพูดเสริมอีก
“แม่ของผมบอกว่าผมอายุสี่สิบสามแล้ว ไม่สามารถเลือกมากได้อีก ผมถึงได้มาดูสักหน่อย คุณลุงวางใจได้ ไม่ว่าหลี่หนิงเซียนจะเคยเป็นอย่างไรมาก่อน ผมก็ไม่รังเกียจเธอหรอก”
คำพูดของเขาทำให้หลี่จ้านโกรธจนหน้าซีด จนต้องสูดหายใจลึก ๆ แล้วถามเหอตี้ด้วยสีหน้าเย็นชา
“ได้ยินมาจากใครว่าหลี่หนิงเซียนของเราจะหย่า?”
หลี่หนิงเซียนเองก็โกรธจนตัวสั่น เธออยากจะเข้าไปเผชิญหน้ากับเหอตี้ แต่กงชุนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับจับเธอมือไว้
กงชุนมองเหอตี้อย่างเย็นชาและถามว่า
“ใครบอกนายเรื่องหลี่หนิงเซียนหย่า?”
เหอตี้รู้สึกสับสนเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งหลี่จ้าน และกงชุนถึงมีท่าทีโกรธขนาดนี้ ในเมื่อเขาแสดงออกอย่างชัดเจนแล้ว ว่าเขาไม่รังเกียจที่หลี่หนิงเซียนเคยแต่งงานมาก่อน