ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 76 รับฉันเป็นศิษย์
บทที่ 76 รับฉันเป็นศิษย์
“การเรียนแพทย์แผนจีนต้องมีอาจารย์ บังเอิญได้เจอกับหมอจ้าว ฉันเลยอ้อนวอนขอให้หมอจ้าวรับเป็นลูกศิษย์ เมื่อวานฉันแค่แวะไปเอาเข็มเงินที่หมอจ้าวสั่งทำให้”
สิ้นคำอธิบาย หลี่หนิงเซียนก็เก็บเข็มเงินเข้าที่เดิมในกระเป๋า ถือว่าแก้ต่างเรื่องเงินที่โกหกไปก่อนหน้านี้ได้แล้ว เธอคิดได้ว่ากงชุนน่าจะเห็นตอนที่เธอฝังเข็มให้คุณปู่อยู่แล้ว
ส่วนหมอจ้าวถูกทุกคนจ้องมอง ทำให้เขาอึกอักพูดไม่ออก ได้แต่พูดตะกุกตะกัก
“เสี่ยวหนิงก็ซื้อของให้ผมไม่น้อยช่วงนี้ ผมมาเยี่ยมคุณปู่ก็ต้องเอาของมาเยอะหน่อยสิ คุณไม่ใช่เหรอที่บอกว่าเราไม่ควรเอาเปรียบคนอื่น แล้วเสี่ยวหนิงเซียนยังเป็นลูกศิษย์ผมด้วย คนในครอบครัวเธอเจ็บป่วยผมยิ่งต้องช่วยดูแล”
“เธอซื้ออะไรให้คุณบ้างล่ะ?” เนียนจือยังไม่ปักใจเชื่อ จึงถามไล่ต้อน หมอจ้าว จึงแกล้งทำเป็นเล่า
“โอ้โห ของนี่ไม่ธรรมดาเลย เสี่ยวหนิงหาโสมเก่าแก่มาให้ผมหนึ่งหัว! นั่นเป็นของดีที่หายากมากนะ”
เนียนจือขมวดคิ้ว พอหายโกรธเธอก็มีสติมากขึ้น เธอเริ่มเชื่อในสิ่งได้ฟัง เพราะรู้ดีว่าสามีของเธอเป็นคนเจ้าเล่ห์ ถ้าเป็นเรื่องสมุนไพรเขาชอบทำอะไรลับ ๆ โสมที่ว่าคงมีราคาไม่น้อยถึงได้ไม่พูดมาแต่แรก
หลี่หนิงเซียนมีท่าทางเปิดเผย ยืนอยู่ข้างกงชุนอย่างเหมาะสม ทั้งรูปร่างหน้าตา และความสามารถ
“อาจารย์ คุณไม่ได้บอกอาจารย์หญิงเหรอ ว่าคุณรับฉันเป็นศิษย์และให้ค่อยช่วยงาที่ร้าน ถึงได้ทำให้อาจารย์หญิงเข้าใจผิดแบบนี้”
เนียนจือรู้สึกดีขึ้นมากเมื่อได้ยินหลี่หนิงเซียนเรียกหมอจ้าวว่าอาจารย์ และเรียกเธอว่าอาจารย์ผู้หญิง ไม่เคยมีใครให้ความเคารพเธอมากขนาดนี้มาก่อน หลี่หนิงเซียนเห็นว่าเนียนจือเริ่มใจอ่อนจึงกล่าวเสริม
“อาจารย์เห็นว่าฉันอยากเป็นลูกศิษย์ของเขา เพราะคุณปู่ของฉันป่วยเข้าโรงพยาบาล จึงตั้งใจมาเยี่ยม อาจารย์หญิง ฉันเองก็ไม่คิดว่าจะเกิดความเข้าใจผิดแบบนี้ พวกเราล้วนบริสุทธิ์ใจทำอะไรเปิดเผย ทุกครั้งที่เจอไม่เคยอยู่ด้วยกันในที่ลับตา แล้วจะไปทำเรื่องผิดศีลธรรมแบบนั้นอย่างไร”
หลังจากเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของเนียนจือ หลี่หนิงเซียนจริงเปลี่ยนท่าที พูดจาอ้อนหวานเอาใจ จริง ๆ ความโกรธเธอหายไปตั้งแต่ตอนที่โดนกงชุนกอด ส่วนบรรดาแพทย์ และพยาบาลที่ยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่ก่อนหน้า เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วก็พากันแยกย้ายกลับไปทำงาน
เนียนจือ เมื่อรู้สึกตัวว่าตนเองทำตัวไม่เหมาะสม จึงพยายามปรับท่าทีให้ดูใจกว้างสมกับเป็นอาจารย์ เธอพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดด้วยการแก้ตัว
“ฉันมาที่นี่ก็เพราะได้ยินข่าวลือ ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเสี่ยวหนิงถูกสามีฉันรังแก”
“ไม่ใช่ความผิดของอาจารย์หญิงทั้งหมดหรอกค่ะ คงต้องโทษคนปล่อยข่าวลือ”
“ฉันเห็นพวกพยาบาลบอกว่าเป็นผู้หญิงคนนึง เธออ้างว่ามาจากหมู่บ้านเดียวกับเสี่ยวหนิง ท่าทางเธอก็ดูอ่อนหวาน ฉันเลยไม่คิดว่าเธอจะกล้าโกหก”
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ คงไม่กล้าถือโทษโกรธอาจารย์หญิง” จากคำพูดของเนียนจือ หลี่หนิงเซียนพอจะเดาได้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือใคร สงสัยเธอจะใจดีกับแม่ดอกบัวขาวเกินไป
“เสี่ยวหนิงเป็นคนดีจริง ๆ ฉันนี้ปล่อยให้ความโกรธบังตา จนทำเรื่องเลวร้ายกับเธอ ของพวกนี้ถือว่าเป็นการขอโทษให้เธอ กับคุณปู่แล้วกัน”
“ค่ะ” หลี่หนิงเซียนตอบพร้อมยังจาง ๆ ที่ไปไม่ถึงดวงตา
“ต่อไปเธอต้องเรียนรู้จากอาจารย์ให้ดี ๆ นะ พวกเราไม่เข้าใจแพทย์แผนตะวันตก แต่การแพทย์แผนจีนของตระกูลจ้าวนั้นสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ว่ากันว่าบรรพบุรุษเคยเป็นหมอหลวงที่รักษาโรคให้กับฮ่องเต้ด้วยนะ! สามรฉันเขาจะไม่ปิดบังความรู้แน่นอน เขาต้องสอนเธออย่างดีแน่ ๆ”
“หวังว่าในอนาคตคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้กับภรรยาผมอีกนะครับ”
“วางใจได้ ต่อไปฉันจะดูแลหลี่หนิงเซียนให้ดี” พูดจบเนียนเจินก็รีบคว้าแขนหมอจ้าวออกจากห้องอย่างรวดเร็ว เธอจะรีบกลับไปดูโสมเก่าแก่ที่บ้าน เพื่อพิสูจน์ว่าหมอจ้าวโกหกเธอหรือไม่
หลี่จ้านนั่งลงอยู่บนเตียง มองหลี่หนิงเซียนหลานสาวคนเดียว ที่กำลังวุ่นอยู่กับการเก็บข้าวของต่าง ๆ โดยมีกงชุนค่อยช่วย ในใจของเขารู้สึกละอายใจอย่างมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น เขาไม่เข้าใจสถานการณ์ และใจร้อนเกินไป
จนทำให้หลานสาวต้องเดือดร้อน หากไม่ใช่เพราะกงชุนเข้ามาช่วยเหลือไว้ เขาไม่อยากคิดเลยว่า หลานสาวจะต้องเผชิญกับคำพูดแย่ ๆ อีกมากแค่ไหน เพียงแค่ข่าวลือที่แพร่สะพัดออกไป ก็เกือบจะทำลายชีวิตของหลานสาวตัวน้อยๆ ของเขาได้
“หนิงเอ๋อร์” เสียงแหบแห้งของเขาดังขึ้นเรียกหลานสาว หลี่หนิงเซียนหันกลับมามองอย่างสงสัย
“คะ คุณปู่ มีอะไรหรือเปล่าคะ? หิวแล้วใช่ไหมคะ หนูจะไปซื้ออะไรมาให้ทานนะคะ” เธอเองก็กำลังจะออกไปพอดี เพราะเห็นว่าคุณปู่ยังไม่ได้ทานอะไรเลยคงจะหิวแล้ว แต่ทว่ามือของเธอกลับถูกมือของผู้สูงวัยรั้งเอาไว้
“หนิงเอ๋อร์ ปู่มีอะไรจะพูดกับหลาน” หลี่หนิงเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ด้วยแววตาสงสัย ส่วนกงชุนที่เพิ่งเก็บของเสร็จ ก็เดินเข้ามาใกล้ ๆ เขาสังเกตเห็นสีหน้าของคุณปู่ก็น่าจะเดาได้
คุณปู่คงจะรู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น และเป็นห่วงหลานสาวมาก แต่ประโยคถัดมาของคุณปู่ ก็ทำให้ทั้งสองคนต้องตะลึง
“หนิงเอ๋อร์ปู่แก่แล้ว สมองก็ไม่ค่อยดีแล้ว เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นความผิดของคุณปู่ทั้งหมด ทำให้หนูต้องเสียใจ ปู่ขอโทษหนู”
หลี่จ้านรู้สึกผิดที่ทำให้หลานสาวอย่างหลี่หนิงเซียนต้องเดือดร้อน เพราะความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น จากการที่ท่านไปต่อว่าหมอจ้าว
“ไม่ใช่ความผิดของคุณปู่หรอกค่ะ”
“ปู่ผิดสิ ผิดที่ไม่เชื่อใจหนิงเอ๋อร์” หลี่จ้านยังรู้สึกผิด ที่ผ่านมาตัวเองเป็นภาระให้กับหลี่หนิงเซียน ทำให้เธอที่แต่งงานแล้ว ต้องมาอยู่บ้านเดิมดูแลเขาจนเป็นเหตุให้ชาวบ้านนินทาว่าร้ายต่าง ๆ นานา
หลี่จ้านไม่อยากให้หลานสาวต้องมาทนทุกข์เพราะตน จึงตัดสินใจบอกให้หลี่หนิงเซียนกลับไปอยู่กับกงชุนเสียที
“หนิงเอ๋อร์ปู่ทำผิดจริง ๆ ปู่ยอมรับ แต่ปู่คิดดูแล้ว ที่ผ่านมาปู่ทำให้เธอเสียเวลามามาก ถึงได้ทำให้ชาวบ้านนินทา เธอกับกงชุนก็แต่งงานกันแล้ว บ้านก็ซ่อมเสร็จนานแล้ว เธอไม่ควรอยู่บ้านเดิมไปตลอด มันไม่ถูกต้อง คำนินทาน่ากลัวนะ!”
“เรื่องนี้…”
“วันนี้หลังจากส่งปู่กลับแล้ว เธอก็กลับบ้านกับกงชุนเถอะ! ปู่ดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องเป็นห่วง ทำอาหารเองได้ ลงไปทำงานได้ ไม่ต้องให้เธอดูแลหรอก! เธอลองคิดดูสิ กงชุนอยู่ในกองทัพ ปีหนึ่งมีวันลาไม่เยอะ กว่าจะได้กลับมา แต่กลับต้องมาเสียเวลากับปู่ ซึ่งเป็นแค่คนแก่คนหนึ่ง มันสมควรแล้วหรือ!”
“แต่…”
“ถ้าเธออยากกตัญญูต่อปู่จริง ๆ วันนี้รีบกลับบ้านกับกงชุนเลย แล้วรีบให้เหลนฉันสักคน ฉันตายไปก็จะได้ตายตาหลับ หมดห่วง!”
“หนูอยากอยู่บ้านค่ะ”
“ไม่ได้!”
“ผมว่ากลับไปคุยที่บ้านดีกว่านะครับ ยังไงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่” กงชุนเห็นท่าไม่ดีจริงรีบห้ามทั้งคู่ไว้
หลังจากจัดการเรื่องคุณปู่ที่โรงพยาบาลเสร็จแล้ว หลี่หนิงเซียน กงชุน และหลี่จ้านก็กลับบ้านพร้อมกัน โดยมีหลินถงมาช่วยยกของ
กงชุนมองหลินถงอย่างรู้กัน หลินถงพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินออกจากโรงพยาบาลไปยังบ้านของหมอจ้าว ที่เขารู้จักเป็นอย่างดี เขารู้สึกว่า การมาเยี่ยมคุณปู่ของหมอจ้าวในครั้งนี้ ไม่น่าจะมาโดยไม่มีเหตุผล
เขาเดาว่าหลี่หนิงเซียน่าจะวางแผนอะไรบางอย่างอีกแล้ว ยิ่งได้รู้จักหลี่หนิงเซียนมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกสนใจหญิงสาวผู้แปลกประหลาดคนนี้มากขึ้นเท่านั้น
ข่าวเรื่องที่ผู้เฒ่าหลี่ต้องเข้ารับการผ่าตัดแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ยิ่งช่วงนี้หลี่หนิงเซียนมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก บวกกับข่าวลือต่าง ๆ ที่แพร่กระจายไปทั่ว ทำให้ชาวบ้านต่างให้ความสนใจกับเรื่องนี้ยิ่ง