ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 75 ผมคือสามีของหลี่หนิงเซียน
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70
- บทที่ 75 ผมคือสามีของหลี่หนิงเซียน
บทที่ 75 ผมคือสามีของหลี่หนิงเซียน
“เธอหยุดบ้านะ”
“ชีวิตนี้คงอยู่ไม่ได้แล้ว สามีฉันถูกนังแพศยาล่อลวงไป ไม่เพียงแต่โกงเงินบ้านฉันไปสี่พันหยวน ยังจะหย่ากับฉันไปเป็นลูกเขยเขาอีก” เนียจือร่ำไห้พลางชี้หน้าด่าทอหลี่หนิงเซียน “แกนี่ช่างไร้ยางอายเหลือเกิน สามีฉันแก่พอจะเป็นพ่อแกได้แล้ว ลูกชายเขายังโตกว่าแกอีก แกก็ยังหน้าด้านทำเรื่องน่าอายแบบนี้ได้!”
คำพูดแสนเจ็บแสบราวกับมีดกรีดแทงใจ ทำให้หลี่หนิงเซียนรู้สึกอัดอั้นจนแทบหายใจไม่ออก เธอพยายามควบคุมอารมณ์ พยายามอย่างยิ่งที่จะสงบสติอารมณ์
หลี่หนิงเซียนผลักหลินถงที่ยืนข้าง ๆ ออก เดินตรงไปเผชิญหน้ากับเนียนจือ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง
“ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าฉันไปทำอะไรให้คุณ ถึงได้ใส่ร้ายฉันขนาดนี้! ฉันไม่รู้จักคุณเลย”
“แกมายั่วสามีชั้น ไม่ได้แค่ยั่ว แกยังขอเงินเขาด้วย สารภาพมาว่าเขาให้เงินแกสี่พันหยวนใช่ไหม!” เนียนจือยังคงพูดด้วยน้ำเสียงโมโห “พูดมาสิ เขาให้เงินแกใช่ไหม! นั่นมันเงินเก็บหลายสิบปีของครอบครัวเรานะ นังแพศยาคิดจะเอาไปง่าย ๆ เหรอ ฝันไปเถอะ!”
“เงินสี่พันหยวนนั้นคือ…” หลี่หนิงเซียนพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงดังขัดขึ้น
“หลี่หนิงเซียน!” หมอจ้าวตกใจมาก ที่หลี่หนิงเซียนเกือบจะพูดถึงเรื่องเงินออกมา เธอรีบวิ่งมาห้ามหลี่หนิงเซียน ไม่ให้พูดต่อ
หลี่หนิงเซียนตั้งสติได้ทันทีที่มีคนเรียกชื่อเธอ ยาทั้งหมดถูกทางการควบคุม การขายโสมราคาแพงอย่างลับ ๆ อาจร้ายแรงถึงขั้นติดคุก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่หมอจ้าวไม่สามารถอธิบายเรื่องนี้ให้ชัดเจนได้ ทำให้คุณปู่กับภรรยาเข้าใจผิดมาจนถึงนี้
หลี่หนิงเซียนอยากจะอธิบาย แต่ก็ทำไม่ได้ รู้สึกอัดอั้นใจอย่างมาก ส่วนเนียนจือ เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้น ยิ่งเข้าใจผิดมากขึ้น เธอจึงพร่ำบ่นทั้งน้ำตา
“สามีฉันเป็นคนดี ซื่อสัตย์ ไม่น่าโดนหลอกเอาเงินเก็บครึ่งชีวิตไปแบบนี้เลย ต่อไปครอบครัวพวกเราจะอยู่ยังไง”
“ฉันไม่ได้เอาเงินของบ้านเธอไป” หลี่หนิงเซียนโต้กลับ
“ก่อนที่ฉันจะมา มีคนบอกฉันแล้วว่าน้องเขยเธอทำร้ายคน และอยู่ที่สถานีตำรวจ เธอจ่ายค่าชดเชยให้ครอบครัวผู้ถูกทำร้ายไปพันหยวน ถ้าเธอไม่ได้หลอกลวงสามีฉันไป แล้วเงินพันหยวนนี้มาจากไหน?” เธอมองหลี่หนิงเซียนอย่างเยาะเย้ย
“คนในหมู่บ้านของเธอบอกฉันหมดแล้ว ก่อนหน้านี้เธอคบหาดูใจกับหนุ่มในเมือง ช่วงนี้ก็วิ่งเข้าเมืองบ่อย ๆ ถึงเงินนี้จะไม่ใช่หมอจ้าวให้เจ้า แล้วเธอทำงานอะไร? ไม่เพียงแต่เก็บเงินได้พอสำหรับการผ่าตัดของคุณปู่เธอ แต่ยังมีเหลือเงินพันหยวนให้คนอื่นอีก เงินของเธอมาจากไหนกันแน่!”
คำพูดของเนียนจือ ได้จุดประกายความสงสัยในหมู่คน ที่รู้จักหลี่หนิงเซียน หลินถงรู้สึกประหลาดใจกับเรื่องนี้มาก เพราะเขารู้ดีว่าตระกูลหลี่ยากจน ถ้าพวกเขามีเงินมากขนาดนั้น พวกเขาก็คงไม่บังคับให้กงชุนแต่งงานกับหลี่หนิงเซียน
หลี่หนิงเซียนกลายเป็นที่จับตามองจากทุกคน ไม่เว้นแม้แต่หลินถง และคุณปู่ เหตุเกิดจากเงินพันหยวนที่เธอหามาให้ตระกูลเต๋อได้ ทั้งที่หลี่หลงเฟยคนเป็นเสาหลักของบ้านไม่อยู่เกือบมาสามเดือนแล้ว
เรื่องนี้สร้างความสงสัยให้กับทุกคนในโรงพยาบาลเป็นอย่างมาก สายตาที่มองมายังหลี่หนิงเซียนเต็มไปด้วยคำถาม ราวกับต้องการคำอธิบายว่าเธอหาเงินก้อนดังกล่าวมาได้อย่างไร
แม้แต่คุณปู่ของหลี่หนิงเซียนเองก็อดรู้สึกกังวลใจไม่ได้ ถึงแม้หลานสาวจะช่วยรักษาอาการป่วยของเขา แต่การกระทำที่ดูลึกลับนี้ก็ทำให้เขาไม่สบายใจนัก หลี่หนิงเซียนรู้สึกกดดันจนใบหน้าร้อนผ่าว หมอจ้าวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ได้แต่มองด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าเธอจะเผลอพูดเรื่องการขายโสม และซาลาเปาทอดน้ำออกไป
ความผิดพลาดในอดีตที่เธอไม่มีทางเลือกนอกจากแบกรับไว้ กำลังฉุดรั้งเธอไว้ในวังวนของความอึดอัด และจนมุม หลี่หนิงเซียนกัดฟันแน่นด้วยความโมโห
ท่ามกลางความสับสน ปรากฏเสียงฝีเท้าหนัก ๆ กำลังตรงมาที่ห้องอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออก พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำดังก้องไปทั่วทั้งห้อง ดึงดูดสายตาของทุกคนให้จับจ้องไปยังต้นเสียง
“เงินที่เธอมี สามีอย่างฉันเป็นคนให้!” ในห้องผู้ป่วยตกอยู่ในความเงียบสงัด เมื่อกงชุนในชุดทหารเดินเข้ามา ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผู้นี้
แพทย์และพยาบาลต่างพากันตกตะลึง พวกเขาไม่เคยคิดว่าสามีของหลี่หนิงเซียนจะเป็นทหารหนุ่มที่ดูโดดเด่นเช่นนี้ ความสงสัยที่เกิดขึ้นจากคำพูดของเนียนจือเริ่มสั่นคลอน หลี่หนิงเซียนมองกงชุนด้วยแววตาสั่นไหว
หัวใจของกงชุนบีบรัดแน่น เขารีบสาวเท้าเข้าไปโอบกอดภรรยาไว้ในอ้อมแขน สายตาเย็นชาของเขากวาดมองไปรอบห้อง หยุดนิ่งอยู่ที่หมอจ้าวครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับเนียนจือ
“ผมคือสามีของหลี่หนิงเซียน เงินที่อยู่ในมือเธอทั้งหมด ผมเป็นคนให้เอง ชัดเจนพอมั้ยครับ?” กงชุนหันไปหาคุณปู่ของหลี่หนิงเซียน “เรื่องที่กงหยางก่อไว้ ผมในฐานะพี่ชายย่อมต้องรับผิดชอบ ยิ่งไปกว่านั้น ผมกับหลี่หนิงเซียนเป็นสามีภรรยากัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมี ล้วนเป็นของเธอเช่นกัน”
คำพูดของกงชุน ทำให้ทุกคนต่างตะลึง และอิจฉาหลี่หนิงเซียน ที่มีสามีทั้งรัก และไว้ใจเธอมากขนาดนี้ แม้แต่หลี่จ้านเอง ก็ยังรู้สึกโล่งใจที่หลานสาวมีชีวิตที่ดี
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึง หมอจ้าวก็รีบฉวยโอกาสนี้ ตอกย้ำความบริสุทธิ์ของตัวเองทันที
“ผมถูกใส่ร้าย และภรรยาตัวเองก็ยังไม่ยอมเชื่อใจ จนทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตเช่นนี้ขึ้น”
สุดท้าย เขาก็ยืนหยัดเคียงข้างเธอ และปกป้องเธอจากทุกข้อกล่าวหา สิ่งนี้ทำให้หัวใจของหลี่หนิงเซียนเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้ เธอไม่เข้าใจว่าแท้จริงแล้ว กงชุนคิดอะไรกันแน่ เขาชอบเธอจริง ๆ ใช่ไหม
เนียนจือตกตะลึง เธอจ้องไปที่หลี่หนิงเซียนสามีของเธอในชุดทหารเต็มยศ บนบ่าประดับแถบ และดาวหลายดวง บ่งบอกถึงยศตำแหน่งที่ไม่ธรรมดา
“นาย… นายไม่ได้ให้เงินเธอจริง ๆ ใช่ไหม” เนียนจือหันไปถามหมอจ้าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“แน่นอนสิ ฉันจะไปให้เงินเธอกันได้ยังไง บ้านเรามีเงินเท่าไหร่ เธอเองก็รู้ดี” หมอจ้าวรีบปฏิเสธ แม้จะพูดอย่างหนักแน่น แต่ในใจเขากลับโล่งอกที่แอบเก็บเงินส่วนตัวไว้ ไม่เช่นนั้นเงินที่ขายโสมได้เมื่อวาน คงถูกภรรยาขี้งกริบเรียบไปแล้ว
“จริงของนาย” ท่าทางของเนียนจือดูผ่อนคลายลง แต่ครู่เดียวก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง “ถ้างั้นบอกมา ทำไมถึงขนของบำรุงมาให้พวกเขาแบบนี้” เธอชี้ไปที่ของมากมายที่หมอจ้าวหิ้วมา
“อย่าบอกนะว่าตั้งใจมาเอาใจคนอื่น เมื่อกี้นายยังยอมรับเองเลยว่าเจอเธอก่อนหน้านี้”
หมอจ้าวหน้าซีดเผือด ของพวกนี้เขาตั้งใจนำมาเพื่อประจบหลี่หนิงเซียน หวังว่าจะได้โสมดีไปอีกนาน ๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับพังไม่เป็นท่า! แล้วยังมีสายตาของทุกคนจับจ้องมาเป็นตาเดียว
หลี่หนิงเซียนถูกกงชุนกอดอยู่ในอ้อมแขน เธอหลับตาสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามสงบสติอารมณ์ และหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋าผ้าที่พกติดตัว
เธอเปิดกล่องออกต่อหน้าทุกคน ภายในบรรจุเข็มเงินหลายเล่มที่ส่องประกายวาววับสะท้อนกับแสงอาทิตย์ หลี่หนิงเซียนจ้องมองหมอจ้าว ก่อนจะหันไปอธิบายว่า
“ตอนแรกฉันไม่รู้ว่าคุณปู่ป่วยเป็นอะไร คิดว่าแค่ขาไม่ดีเดินไม่ได้ ฟังหมอเท้าเปล่า*[1] ในหมู่บ้านบอกว่าการฝังเข็มช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิตได้ ฉันก็เลยอยากเรียนแพทย์แผนจีนขึ้นมา”
[1] หมอเท้าเปล่า : เกษตรกรที่ได้รับการฝึกการแพทย์และผู้ช่วยแพทย์พื้นฐานขั้นต่ำและทำงานในหมู่บ้านชนบทในประเทศจีน ความมุ่งหมายเพื่อนำสาธารณสุขสู่พื้นที่ชนบทซึ่งหมอที่ฝึกในเมืองจะไม่มาตั้งถิ่นฐาน พวกเขาส่งเสริมการสุขาภิบาลเบื้องต้น สาธารณสุขป้องกันและการวางแผนครอบครัว ตลอดจนรักษาความเจ็บป่วยสามัญ ชื่อนี้ได้มาจากเกษตรกรภาคใต้ ซึ่งมักทำงานเท้าเปล่าในนาข้าว