ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 65 มาแบบไม่ทั้งตัว
บทที่ 65 มาแบบไม่ทั้งตัว
“ฉันให้หลินถง กับจงซวนกลับไปแล้ว เย็นนี้จงซวนจะแวะมารับหนังสือให้อภัย ส่วนแม่ไปพักที่โรงแรมก่อนแล้ว”
นี่เป็นครั้งแรกที่หลี่หนิงเซียนถูกผู้ชายจับมือ แก้มของเธอเริ่มร้อนผ่าว เธอพยายามจะดึงมือกลับ แต่เพียงแค่ขยับนิดเดียว มือหนานั้นก็บีบแน่นขึ้นทันที เธอเงยหน้าสบตากับดวงตาคมกริบของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ หลี่หนิงเซียนตกใจ รีบพูดแก้ตัว
“งั้นวันนี้ฉันไปเฝ้าคุณปู่ที่โรงพยาบาลก็ได้ คุณเหนื่อยมานานหลายวันแล้ว ไปพักผ่อนที่โรงแรมเถอะ”
“ฉันให้แม่จองห้องไว้สองห้อง คืนนี้เราพักที่โรงแรมกัน” หลี่หนิงเซียนเบิกตากว้างมองกงชุนอย่างตกตะลึง
“คุณพูดว่าอะไรนะ?” กงชุนก้มมองเธอ
“หลินถงก็ทำงานอยู่โรงพยาบาล เขาน่าจะหาพยาบาลมาช่วยดูแลคุณปู่ได้ วันเดียวเอง ไม่จำเป็นต้องมีคนเฝ้าตลอดเวลาขนาดนั้น” กงชุนเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะจ้องมองหลี่หนิงเซียนด้วยสายตาลึกซึ้ง
“อีกอย่าง ฉันว่าเธอน่าจะมีอะไรต้องอธิบายให้ฉันฟังหน่อยนะ?”
สายลมเย็นพัดผ่าน แต่ฝ่ามือของหลี่หนิงเซียนยังคงอุ่นอยู่ ทว่าเมื่อเจอสายตาทิ่มแทงของกงชุน เธอกลับรู้สึกหนาวสันหลังวาบ เหงื่อเย็น ๆ ผุดขึ้นเต็มตัว
หลี่หนิงเซียนนั่งอยู่บนเตียงในห้องพัก โรงแรมหรูแบบนี้ ผ้าปูที่นอนก็ขาวสะอาดตา แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ใจเธอไม่ขาวสะอาดเหมือนผ้าปูที่นอนเลยแม้แต่นิด
กงชุนนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แล้วก็ยื่นแก้วน้ำชาให้หลี่หนิงเซียน
“กินน้ำก่อน จะได้หายตื่นเต้น”
หลี่หนิงเซียนรับแก้วน้ำมา สมองประมวลผลรัว ๆ ว่าจะหาข้ออ้างอะไรดี คิดไปก็กดดันตัวเองไป สุดท้ายหลี่หนิงเซียนเลยซัดน้ำชาหมดแก้วรวดเดียว จะได้ไม่ต้องสบตาเขา
“แค่ก แค่ก แค่ก” มั่วแต่คิดจนเธอสำลักน้ำชาที่กำลังดื่ม
กงชุนเห็นท่าทางช็อกโลก เลยลุกขึ้นเดินมาหา มือใหญ่ ๆ วางลงบนหลัง ตบเบา ๆ เหมือนจะช่วยให้หายสำลัก ทำให้หลี่หนิงเซียนหยุดไอได้ในที่สุด เธอเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนปะทะเข้ากับสายตาของกงชุนเข้าพอดิบพอดี
“แค่คุยกันเอง ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนั้น” กงชุนพูด พร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ก่อนเขาจะลุกไปห้องน้ำ หยิบผ้าขนหนู มาเช็ดคราบน้ำลายบนคาง และใบหน้าเล็ก ๆ ของหลี่หนิงเซียนจนสะอาด ก่อนจะโยนผ้าขนหนูทิ้งไว้ข้าง ๆ
แม้เขาจะทำแบบขอไปที แต่หลี่หนิงเซียนกลับใจเต้นแรง รู้ตัวอีกที มือหนาที่เพิ่งเช็ดหน้าให้เธอก็ประคองใบหน้า เธอถูกบังคับให้เงยหน้าสบตากับดวงตาเย็นชา เขาจ้องเขม็งจนเธอไม่สามารถหลบสายตาได้
กงชุนขมวดคิ้ว มองหน้าหลี่หนิงเซียนอย่างพิจารณา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้จ้องหน้าเธอใกล้ ๆ แบบนี้ ไม่มีร่องรอยอะไรเลยสักนิด ดวงตา คิ้ว คล้ายกับหลี่หนิงเซียนเมื่อเดือนก่อนมาก ต่างกันแค่ตอนนี้เธอดูดีขึ้นเยอะ
ทุกอย่างที่เปลี่ยนไปในตัวเธอกำลังตอกย้ำว่าเธอไม่ใช่หลี่หนิงเซียนคนเดิมแม้เขาจะไม่เอ่ยอะไรออกมา แต่ในใจกลับตื่นเต้นเล็กน้อยที่รู้ว่าเธอไม่ใช่หลี่หนิงเซียนคนเดิม มุมปากยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เขาโน้มหน้าเข้าไปใกล้ หลี่หนิงเซียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอ
“บอกมาสิว่า เธอเป็นใครกันแน่ ถึงมาอยู่ในร่างของหลี่หนิงเซียนได้”
หลี่หนิงเซียนรู้สึกเหมือนหัวว่างเปล่าไปหมด ข้ออ้างทั้งหมดที่เตรียมมาหายวับไปกับตา
“ฉันก็คือหลี่หนิงเซียนไง ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูด”
“เธอไม่ใช่หลี่หนิงเซียนคนเดิม” กงชุนพูดอย่างมั่นใจ บีบแก้มแน่นขึ้นไม่ให้เธอหลบเลี่ยง พร้อมกับย้ำชัด ๆ ว่า “เธอเองก็น่าจะรู้ดีที่สุด”
“…”
“เรื่องลี้ลับในโลกนี้ มันก็มีอยู่จริง แต่ฉันอยากฟังจากปากเธอ ว่าเธอเป็นใคร” เรื่องราวทั้งหมดที่เขาค้นพบ ล้วนมุ่งไปสู่ข้อสรุปเดียว ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่หลี่หนิงเซียน
“…” กงชุนจดจำการเปลี่ยนแปลงของหลี่หนิงเซียนได้อย่างดี เธอไม่ใช่เด็กสาวที่ขี้เกียจ ไม่มีความรู้ และเอาแต่ใจอีกต่อไป หลี่หนิงเซียนคนใหม่รักความสะอาด ใส่ใจภาพลักษณ์ และมีจริยธรรมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังมีความสามารถทางการแพทย์ที่น่าทึ่ง หลินถงยังเอ่ยปากชม ว่าเทคนิคการผ่าตัดของเธอต้องเหนือชั้นกว่าใคร เผลอ ๆ ในประเทศคงไม่มีใครเก่งเท่าเธอ
การจัดการเรื่องของกงหยางอย่างใจเย็น รอบคอบ และรายละเอียดของหนังสือให้อภัยที่เธอเขียนขึ้นนั้น แสดงถึงความเฉียบแหลมไม่ต่างจากมืออาชีพ เป็นไปไม่ได้เลย ที่หลี่หนิงเซียนจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้มากมายขนาดนี้ ในเวลาเพียงสามเดือน แม้ว่าเธอจะพยายามอย่างหนักแค่ไหนก็ตาม
“วันนี้ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าคุณเป็นใครกันแน่” กงชุนพูดเสียงเข้ม จับจ้องไปที่หลี่หนิงเซียนด้วยสายตามุ่งมั่น เขาไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ แน่นอน
หลี่หนิงเซียนใจหายวาบ เธอไม่คิดว่ากงชุนจะยืนกรานเอาคำตอบมากขนาดนี้ เธอพยายามดิ้นหนี แต่แรงของเขามากเกินกว่าจะต้านได้ ร่างสูงใหญ่ขวางกั้นทุกเส้นทางหลบหนี
สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะมองทะลุผ่านเข้าไป รู้สึกเหมือนถูกบีบคอจนหายใจไม่ออก ใบหน้าหวานเริ่มซีดเผือด ทันใดนั้น ความเจ็บแปลบแล่นเข้าที่ท้องน้อย รู้สึกถึงกระแสความร้อนที่ไหลลงสู่เบื้องล่างอย่างชัดเจน ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว
“ประจำเดือน!” เธออุทานในใจ ไม่สนใจอะไรอีกต่อไป รีบลุกขึ้นผลักกงชุนออกไปสุดแรง ก่อนจะวิ่งพรวดพราดเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้กงชุนยืนขมวดคิ้ว
“เธอหาข้ออ้างหนีอีกแล้ว” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเดินตามเธอไปที่ห้องน้ำโดยไม่ลังเล
ตั้งแต่เธอมาอยู่ในร่างนี้ ประจำเดือนเธอก็ไม่มาเลยสักครั้ง เธอเลยคิดว่าอาจจะเป็นเพราะร่างเดิมมีฮอร์โมนผิดปกติ แต่ช่วงเดือนที่ผ่านมาเธอดูแลร่างกายอย่างดี ประจำเดือนก็เลยกลับมาแบบไม่ทั้งตัว
ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตู เธอตกใจแทบสิ้นสติ รีบพุ่งตัวไปยันประตูไว้แน่น พร้อมตะโกนออกไปแบบติด ๆ ขัด ๆ ว่า
“อย่าเข้ามานะ! คือ… คือฉันท้องเสีย ห้ามเข้ามาตอนนี้นะ!” ที่พูดไปก็แค่อยากถ่วงเวลา กลัวกงชุนจะรู้ความจริง แต่จะให้เธอขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำตลอดไปก็ไม่ได้
โชคดีที่จู่ ๆ เสียงฝีเท้าก็เงียบหายไป เธอแอบแง้มประตูดู ปรากฏว่ากงชุนไม่อยู่แล้ว…
“นี่เธอลืมไปแล้วเหรอ ว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ไหน เปลี่ยนกางเกงแล้วไปนอนพักเถอะ”
หลี่หนิงเซียนยังเขินไม่หาย กงชุนก็ยัดของบางอย่างใส่มือเธอ
“ซื้อมาให้ เอาไปเปลี่ยนเถอะ” พอหลี่หนิงเซียนก้มมองก็เห็นว่าเป็นกางเกงตัวใหม่ นี่เขาออกไปซื้อกางเกงให้เธอเนี่ยนะ?
หน้าของหลี่หนิงเซียนแดงก่ำ รู้เลยว่ากงชุนต้องรู้เรื่องที่เธอประจำเดือนมาแล้ว
“ไปซื้อที่ไหนมา” ถ้าไปร้านสหกรณ์ไม่น่ากลับมาไวขนาดนี้ กงชุนทำหน้างง ๆ เหมือนไม่เข้าใจที่เธอถาม ชะงักไปครู่นึง ก่อนจะตอบแบบขอไปทีว่า
“ซื้อจากพนักงานที่โรงแรม รีบไปเปลี่ยนเถอะ” กงชุนไม่รอให้หลี่หนิงเซียนถามอะไรต่อ ก็เดินออกไปเลย
หลี่หนิงเซียนกอดกางเกงตัวใหม่แน่น ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลก ๆ ทำไมตอนพูดถึงกางเกง เขาถึงทำท่าทางเหมือนตอนที่เธอถูกบังคับให้ตอบคำถามเมื่อกี้เลยนะ หรือว่าไม่อยากตอบอะไรกันแน่?
เธอปวดท้องหนักขึ้นเรื่อย ๆ เลยรีบวิ่งเข้าห้องน้ำอีกรอบ แต่พอเข้าไปปุ๊บ ถึงได้เข้าใจสีหน้าแปลก ๆ ของกงชุนเมื่อกี้ กางเกงตัวใหม่ถูกม้วนไว้ พอเธอจะหยิบมาเปลี่ยน ดันไปเจอถุงผ้าก๊อซหนา ๆ ซ่อนอยู่ข้างในอีกที
ตอนแรกเธอก็งง ๆ ว่ามันคืออะไร พอตั้งสติได้หน้าเธอก็แดงก่ำเลย ลืมคิดไปเลยว่ายุคนั้นผ้าอนามัยยังไม่เป็นที่นิยม ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องหาวิธีทำใช้เอาเอง แล้วการที่กงชุนเตรียมผ้าก๊อซแบบนี้ให้ ก็แสดงว่าเขาใส่ใจรายละเอียดเป็นอย่างดี