ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 64 แค่เธอคนเดียวเท่านั้น
บทที่ 64 แค่เธอคนเดียวเท่านั้น
ส่วนซูลี่ที่ยืนเงียบมาตลอด เห็นหลี่หนิงเซียนจัดการทุกอย่างอย่างราบรื่น ก็เพิ่งตั้งสติได้ เรื่องที่ทำให้เธอปวดหัวมาทั้งคืน กลับถูกหลี่หนิงเซียนแก้ไขได้ด้วยเวลาไม่นาน
เธออยากจะบ่น หลี่หนิงเซียนว่าทำไมไม่บอกแต่แรก แต่พอจะอ้าปาก กลับพูดไม่ออก เพิ่งมารู้ตัวตอนนี้เองว่าหลี่หนิงเซียนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ไม่ใช่เด็กสาวทึ่ม ๆ คนนั้นอีกต่อไป แต่กลายเป็นหลี่หนิงเซียนที่เฉลียวฉลาด
“หลี่หนิงเซียน เธอจะหย่ากับกงชุนจริง ๆ เหรอ?” ถ้าเป็นแบบหลี่หนิงเซียนคนปัจจุบัน คงหาไม่ได้ง่าย ๆ อีกแล้ว
หลี่หนิงเซียนไม่คิดว่า ซูลี่จะถามเรื่องนี้ เธอคิดว่าซูลี่จะพูดถึงเรื่องเงินพันหยวนเสียอีก เธอหันไปมองครู่หนึ่งก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไรดี แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูด ก็มีเงาร่างสามร่างเดินออกมา
ทำให้สายตาของหลี่หนิงเซียนจับจ้องไปที่ร่างสูงโปร่งที่อยู่ข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว เธอกัดริมฝีปากจู่ ๆ ก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมา ซูลี่เห็นกงชุนที่อยู่ ๆ ก็โผล่มา ถึงกับตาโตตกใจ
“ลูกชาย แม่… แม่ไม่ได้…” เธออ้ำอึ้ง เพราะรู้ดีว่าตัวเองเผลอทำอะไรลงไป ปกติกงหยางทำเรื่องอะไรไม่ดี เธอจะปรึกษากงชุนลูกชายคนโต แต่นี่ดันไปพึ่งหลี่หนิงเซียนสะใภ้เสียได้
ที่จริงแล้วที่ทำลงไป เธอกลัวกงชุนจะลงโทษกงหยางหนักเกินไป สงสารลูกชายคนเล็กเลยทำอะไรโดยไม่ทันคิด
กงชุนมองแม่ตัวเองด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตานั้น บอกชัด ๆ ว่ากำลังไม่พอใจ
“แม่ครับ ผมว่าแม่ตามใจกงหยางมากเกินไปแล้วนะครับ” ถึงจะตำหนิ แต่กงชุนก็ไม่กล้าพูดแรง เพราะคนตรงหน้าคือแม่ของตน เขารู้ดีว่าแม่รักกงหยางมาก พ่อกับเขาไม่ค่อยได้อยู่บ้าน แม่เลยเอาใจกงหยางทุกอย่าง จนกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจแบบนี้
ซูลี่ได้แต่ก้มหน้า ไม่กล้าเถียงสักคำ หลัง ๆ มานี้ กงชุนเป็นคนดูแลทุกอย่างในบ้าน เธอเลยไม่ต้องทำอะไร พอเจอเรื่องหนัก ๆ แบบนี้ เลยทำอะไรไม่ถูก ฝั่งหลี่หนิงเซียนเห็นท่าไม่ดี รีบถอยห่างออกมาทันที
แต่ก็ไม่ทัน กงชุนหันมามองเธอพอดี สายตาคมกริบที่จ้องมองมา ทำเอาหลี่หนิงเซียนทำอะไรไม่ถูก รู้อยู่แล้วว่ากงชุนต้องแอบฟังอยู่ในสวน แล้วทำไมตอนนั้นถึงรีบเขียนหนังสือให้อภัยกับเอกสารยืนยันนะ
โง่จริง ๆ เธอมันโง่! หลี่หนิงเซียนด่าตัวเองในใจแล้วก็อยากจะเอาหัวโขกกำแพงให้รู้แล้วรู้รอด แต่ตอนนี้ ทำได้แค่ยืนนิ่ง กัดริมฝีปากแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ
กงชุนเดินเข้ามาหาหลี่หนิงเซียน สายตาคมกริบจ้องมองจนเหมือนจะมองให้ทะลุเข้าไปในใจเธอ แต่แทนที่จะซักถาม เขากลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อว่า
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม?”
“ระ… เรียบร้อยแล้ว” หลี่หนิงเซียนตอบ พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่หลบสายตาที่มองเธอ “อีกเดี๋ยวตระกูลเต๋อจะส่งจดหมายขอโทษมา พรุ่งนี้พวกเขาจะไปจัดการเรื่องทั้งหมดที่สถานีตำรวจ ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว กงหยางก็ไม่ต้องรับโทษ นายไม่ต้องลงมือทำอะไรหรอก”
กงชุนพยักหน้ารับรู้ แต่สายตาเขายังคงจ้องมองหลี่หนิงเซียนไม่วาง สายตาที่มองมา ทำให้เธอใจสั่นอย่างประหลาด
“แค่ได้หนังสือให้อภัย เรื่องก็จบแล้วล่ะ กงหยางยังเด็ก แค่เด็กทะเลาะกัน ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ถ้าอีกฝ่ายไม่หาเรื่อง พรุ่งนี้ฉันให้คนไปรับกงหยางกลับ” จงซวนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น ก่อนเขาจะหันไปมองหลี่หนิงเซียนด้วยแววตาชื่นชม
“เธอทำได้ดีมาก จัดการเรื่องนี้ได้เด็ดขาด รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ คิดได้รอบคอบจริง ๆ”
“เรื่องตีกันของกงหยางมันไม่ได้ซีเรียสอะไร แต่ถ้าผู้ใหญ่เข้าไปยุ่ง เรื่องมันจะวุ่นวาย ตอนที่ฉันยืนยันว่าจะเป็นคนจ่ายค่าเสียหายเอง แล้วยังย้ำว่าเป็นเงินส่วนตัว ไม่เอาชื่อป้าซูไปยุ่งเกี่ยวด้วย แม้แต่ตอนเซ็นเอกสาร ต่อไปถ้ามีปัญหาก็แค่หย่า ตัดความสัมพันธ์ได้เลย” หลี่หนิงเซียนตอบพร้อมอธิบายออกไปด้วย
“เรื่องนี้ แม้แต่ฉันยังคิดไม่ถึงเลย!” จงซวนประทับใจกับการกระทำของหลี่หนิงเซียนอย่างมาก เธอปกป้องกงชุนได้อย่างแนบเนียน เขาดีใจที่เพื่อนรักได้ภรรยาแบบนี้จริง ๆ
แต่ทันทีที่พูดจบ กงชุนก็หันขวับ มองด้วยสายตาเย็นชาอย่างไม่พอใจที่พูดถึงเรื่องหย่า
“ใครบอกว่าฉันจะหย่า?” ทุกคนต่างก็คิดว่า สุดท้ายแล้วกงชุน กับหลี่หนิงเซียนต้องหย่ากันอยู่ดี รอยยิ้มบนใบหน้าของจงซวนแข็งค้าง เขาไม่กล้าพูดอะไรต่อ ได้แต่คิดวนเวียนในหัวว่า เพื่อนเขาจะไม่หย่าแล้วเหรอ?
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่กงชุนเป็นตาเดียว เขาจ้องมองหลี่หนิงเซียน เสียงทุ้มต่ำกังวานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ชัดเจนจนทุกคนได้ยิน
“ฉันไม่ได้ยื่นเรื่องหย่า และฉันก็จะไม่หย่ากับหลี่หนิงเซียน” แม้คำพูดของกงชุน จะฟังดูเหมือนพูดกับทุกคน
“…” หลี่หนิงเซียนรู้ดีแก่ใจ เขากำลังพูดกับเธอ แค่เธอคนเดียวเท่านั้น
“เราจะไม่หย่า ฉันไม่อยากหย่าแล้ว”
สายตาของหลี่หนิงเซียนเบิกกว้าง หัวใจเต้นเหมือนจะทะลุออกมา ความสับสนถาโถมเข้าใส่ จนเธอแทบตั้งตัวไม่ติด เขาหมายความว่ายังไงกันแน่? กงชุนหันไปคุยกับหลินถง และจงซวน
“ได้เอกสารเรียบร้อยก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ จงซวนฝากดูแลกงหยางอีกแรง พรุ่งนี้อย่าเพิ่งปล่อยตัว ให้กงหยางได้จำไว้ว่าทำอะไรลงไป จะได้ไม่ทำซ้ำอีก”
จงซวนพยักหน้ารับคำสั่ง เขารู้ดีว่ากงชุนเอาจริงเรื่องสั่งสอนน้องชาย และตอนนี้น้องชายก็อยู่ในกำมือเขา คงไม่ปล่อยให้ก่อเรื่องได้อีกแน่
หลินถงยิ้มรับคำเช่นกัน แต่สายตาเจ้าเล่ห์ยังคงจ้องมองหลี่หนิงเซียนอย่างไม่ลดละ อยากคุยกับสาวเจ้าให้มากกว่านี้ แต่ท่าทางหวงเมียของไอ้เพื่อนซี้คงไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้แน่ ๆ ช่างเถอะ…โอกาสค่อยหาทางใหม่ก็ได้
ด้านซูลี่ที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ก็ได้แต่เงียบไว้ก่อน ขอแค่ลูกชายคนโตไม่ค้านเรื่องจ่ายค่าเสียหายก็พอแล้ว ส่วนจะสั่งสอนกงหยางอย่างไร เธอไม่กล้าออกความเห็น
หลี่หนิงเซียนเดาได้ว่า จงซวนคงทำงานอยู่สถานีตำรวจ เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์กับกงชุนไม่ธรรมดา รู้เรื่องนี้ก็ไม่แปลก ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่เธอได้ยินบนเขาวันนั้น ยิ่งตอกย้ำว่ากงชุนไม่ใช่ทหารธรรมดาแน่ ๆ ขนาดเพื่อนที่คบหากันยังไม่ธรรมดาขนาดนี้ ทั้งท่าทาง และคำพูด บอกชัดว่าไม่ใช่คนทั่วไป
เธอเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่รู้ว่าคนพวกนี้เคยเห็นหลี่หนิงเซียนตัวจริงมาก่อนหรือเปล่า และจะสังเกตเห็นอะไรเข้าหรือไม่ ดูท่าทางแล้ว… เธอต้องรีบถอยห่างจากชีวิตของกงชุนให้เร็วที่สุด
ครอบครัวของเต๋อฟงรีบร้อนเอาหนังสือลงมาให้ หลี่หนิงเซียนรับหน้าที่เป็นคนรับเอกสารไว้ ส่วนกงชุน และคนอื่น ๆ เดินนำหน้าออกไปรอที่หน้าโรงพยาบาลแล้ว
เมื่อหลี่หนิงเซียนเดินตามออกมา ก็พบว่าเหลือเพียงกงชุนยืนรออยู่คนเดียว เธอถามด้วยความสงสัย
“คนอื่นไปไหนกันหมดแล้วล่ะ ฉันยังไม่ได้ให้หนังสือให้อภัยกับเพื่อนคุณเลย” เธอยื่นหนังสือให้กงชุน คิดว่าเขาจะเปิดดู แต่เขากลับยัดมันลงกระเป๋าเสื้อข้างซ้ายแบบไม่ใยดี
จู่ ๆ หลี่หนิงเซียนก็รู้สึกถึงไออุ่นที่มือ เพราะมือหนาของกงชุนคว้ามือเธอไปกุมไว้ นิ้วมือเย็นเฉียบของเธอ ถูกห่อหุ้มด้วยความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขา
สมองของหลี่หนิงเซียนแทบระเบิด เธอถูกกงชุนจูงมือเดินไปข้างหน้า ได้ยินเพียงเสียงทุ้มนุ่มของเขา