ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 63 ปากร้ายใจดำ
บทที่ 63 ปากร้ายใจดำ
“ฉันให้ได้เท่านี้”
“จะแค่นี้ได้ไง ข่าวลือว่าเธอวิ่งเข้าเมืองทุกวัน ได้เงินสกปรกมาเยอะแยะ พอถึงเวลาต้องจ่ายจริง มาขี้เหนียวแบบนี้ รังแกกันชัด ๆ”
หลี่หนิงเซียนเม้มปากแน่น สูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามข่มใจไม่ให้ไปตบปากยายแก่ไร้เหตุผลคนนี้ เงินที่เธอหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง มันสกปรกตรงไหน แต่จะไปเถียงกับคนแบบนี้ มันก็เสียเวลาเปล่า เธอไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป จึงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ถ้าจะเอาค่าเสียหาย พวกเราให้ได้พันเดียว ถ้าจะเอาสองพันหยวน พวกเราไม่มีให้ แม้แต่ตระกูลกงก็ไม่มีปัญญาหาให้หรอก” พูดจบ เธอจึงหันมองฉินหงที่ทำท่าจะโวยวาย เธอเลยพูดตัดบทก่อนที่อีกคนจะได้อ้าปาก
“ถ้าอยากฟ้องเชิญเลยค่ะ อยากจะใส่ร้ายว่ากงหยางฆ่าคนตายก็เชิญตามสบาย ลูกชายคุณยังไม่ตาย ถ้าโดนพวกเราทำให้พิการ หรือตายไปจริง ๆ ไม่ต้องพูดถึงสองพัน ชีวิตพวกเราก็ยอมชดใช้ให้ แต่นี่ก็ยังไม่ตายนิ”
เมื่อกี้เห็นเต๋อฟงอยู่ แม้จะมีผ้าพันแผลเต็มตัว ขาเหมือนจะหัก แต่อาการแบบนั้นไม่มีทางพิการ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเอาชีวิต เป็นไปไม่ได้แน่
“อ้อ… แล้วก็อย่าคิดว่าจะขู่ฟ้องกงชุนได้นะคะ ดูท่าทางพวกคุณคงไม่ค่อยได้สุงสิงกับคนในหมู่บ้านเรา กงชุนนะขึ้นชื่อเรื่องยอมหักไม่ยอมงอ พูดตรง ๆ ก็คือเจ้าระเบียบ ถ้ามาขอเงินจากฉัน ฉันยังพอมีน้ำใจให้ได้พันหยวน แต่ถ้าเป็นกงชุนล่ะก็ เขาจะปล่อยให้น้องชายติดคุก เพราะเขาถือเรื่องความยุติธรรมเป็นสำคัญ”
“งั้น…งั้นก็ต้องพันห้าร้อยหยวน” ฉินหงได้ยินดังนั้น ถึงกับโกรธจนตัวสั่น แต่ก็ยังต่อรอง
“พันห้าร้อยหยวน?” หลี่หนิงเซียนทวนตัวเลขนั้นด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “ต่อให้มี ฉันก็ไม่ให้”
“เธอ!”
“แค่ทำร้ายร่างกาย ติดคุกก็ไม่กี่ปีหรอก ไม่ได้เรียนมหา’ลัย ไม่ได้เป็นทหารแล้วไง? เงินพันห้าร้อยหยวนให้กงหยางเอาไปสร้างเนื้อสร้างตัวได้ จะแต่งงาน หรือจะทำธุรกิจ อาจกลายเป็นเถ้าแก่ไปในอนาคตก็ได้”
“เงินพันห้าร้อยหยวนทำอะไรได้ตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องเอาไปทิ้งกับหนังสือให้อภัยแค่ฉบับเดียวด้วย พวกคุณคิดว่าฉันโง่งั้นเหรอ?” คำพูดของหลี่หนิงเซียน ทำให้ทุกคนเงียบกริบ
หลี่หนิงเซียนยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น แม้รูปร่างจะดูบอบบาง แต่กลับเหมือนภูเขาที่แข็งแกร่ง ไม่มีใครสามารถล้มเธอลงได้
หลังพุ่มไม้หลินถง และจงซวนที่แอบดูสถานการณ์อยู่ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะตบบ่าเพื่อนข้าง ๆ พวกเขาต่างรู้สึกเหมือนกันว่า ผู้หญิงคนนี้… ปากร้ายใช่เล่นแฮะ!
ฉินหงถึงกับไปไม่เป็น พูดไม่ออกอยู่นาน เธอไม่คิดว่าหลี่หนิงเซียน จะยอมจ่ายแค่พันหยวน ตอนแรกที่ฟังจินเม่ยเล่า ยังคิดว่าหลี่หนิงเซียนรวยจริง แต่ที่ไหนได้ กลับไม่ใช่อย่างที่คิด
ยิ่งหลี่หนิงเซียนกำลังจะหย่า ถ้าเรียกเงินเยอะ เธออาจจะไม่รับผิดชอบ ปล่อยให้เป็นภาระของตระกูลกง แบบนั้นอย่าว่าแต่เงินพันหยวน ต่อให้เหมาเดียวก็อาจจะไม่ได้จับ
จะว่าไป เรื่องตระกูลกง เธอก็พอรู้มาบ้าง ถือว่าเป็นครอบครัวที่โชคดีที่สุดในละแวกนี้ มีลูกชายได้เป็นทหาร กินเงินหลวง ใคร ๆ ก็อิจฉา แต่ทหารก็ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด ถ้าตระกูลกงไม่ยอมจ่าย สุดท้ายกงหยางต้องติดคุกจริง ๆ แน่ ตระกูลของเธอเองนั่นแหละที่จะไม่ได้อะไรเลย
“ฉัน…” ฉินหงชั่งใจอยู่นาน ยิ่งคิดถึงเงินสองพันหยวนที่หายไปก็ยิ่งเจ็บใจ จะให้บอกว่าพอใจกับเงินพันหยวนก็ไม่ใช่ แต่ถ้าไม่เอา สุดท้ายอาจจะไม่ได้อะไรเลยอย่างที่หลี่หนิงเซียนว่าก็ได้
ส่วนซูลี่ที่นั่งเงียบมาตลอด พอเห็นท่าทีลังเลของฉินหง ก็เริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร จริง ๆ แล้ว หลี่หนิงเซียนไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วยกงหยาง แค่ไม่อยากถูกตระกูลเต๋อจูงจมูก ตอนนี้ซูลี่ก็ได้แต่นึกรู้สึกเสียใจกับความใจร้อนของตัวเองก่อนหน้า
หลี่หนิงเซียนยืนนิ่ง ตอนนี้เธอไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรมากมาย เหมือนตอนแรกแล้ว ตอนแรกว่าจะมาคุยให้รู้เรื่อง ให้ตระกูลเต๋อเซ็นหนังสือให้อภัย แต่พอได้พูดคุย เธอพบว่าตัวเองไม่ได้โน้มน้าวแค่แม่ของเต๋อฟง ยังรวมไปถึงซูลี่ด้วย
คนอื่นอาจไม่รู้ แต่เธอรู้ดีว่ายุคสมัยกำลังจะเปลี่ยนไป ต่อไปใครก็อยากเป็นเเจ้านายตัวเอง โอกาสใหม่ ๆ รออยู่ข้างหน้า แน่นอนว่าการเรียน และการเป็นทหารก็ยังเป็นทางเลือกที่ดี แต่ไม่ใช่ทางเลือกเดียวอีกต่อไป เธอไม่จำเป็นต้องมากังวล
ที่สำคัญ อนาคตเธออยากทำธุรกิจ ต้องใช้คนเยอะ ถ้ากงหยางมาร่วมงานด้วย ก็คงจะดีไม่น้อย หลี่หนิงเซียนมั่นใจในตัวเองมาก เมื่อคิดได้ดังนี้ เธอก็รู้สึกว่าเรื่องที่ทำให้เธอปวดหัวมาทั้งคืนกลายเป็นเรื่องตลกไปเลย
“ถ้าอย่างนั้นวันนี้คุณกลับไปคิดดูก่อน ฉันขอตัวเข้าไปดูคุณปู่”
พูดจบหลี่หนิงเซียนก็เดินผ่านฉินหง เพื่อเข้าไปในตึก ครั้งนี้เธอไม่ได้ขู่ แต่คิดอย่างนั้นจริง ๆ เธอตั้งใจว่าจะไปดูคุณปู่หน่อย แล้วจะไปหาที่พักแถวโรงพยาบาล
ครั้งนี้ ฉินหงถึงกับตกใจ เธอรู้สึกได้ว่าหลี่หนิงเซียนดูเหมือนจะไม่ได้สนใจว่าพวกเขาจะเซ็นหนังสือให้อภัยหรือไม่ ส่วนเต๋อเกอที่ก้มหน้าสูบบุหรี่อยู่ ก็รีบขึ้นมา กระตุกแขนฉินหงแล้วพูดเสียงเบา
“ผมว่าหลี่หนิงเซียนเอาจริง อย่าทำเป็นเล่นตัวไปเลย เดี๋ยวจะไม่ได้อะไรเลย ค่ารักษาพยาบาลก็ยังไม่มี แม่สื่อยังบอกว่าจะพาผู้หญิงมาดูตัวเต๋อฟงเดือนหน้า ถ้าไม่ได้เงินจะทำยังไง” เต๋อเกอยังคงพูดต่อ
“คุณก็อย่าไปฟังจินเม่ยมาก ยายนั่นปากร้ายใจดำ ถ้าหวังดีกับเราจริง ทำไมเพิ่งมา ตอนแรกหยิ่งยโสขนาดไหน ตอนวันตรุษจีนยังไม่เคยทักทายเราสักคำ” คำพูดของเต๋อเกอ ทำให้ฉินหงสะดุ้ง รีบวิ่งตามหลี่หนิงเซียน แล้วคว้ามือเธอไว้
“พันหยวนก็ได้ ฉันจะให้ลูกชายฉันเซ็นหนังสือให้อภัย”
“…” หลี่หนิงเซียนไม่ได้รีบตกลง และก็ไม่ได้ปฏิเสธ คราวนี้กลายเป็นฉินหงเองที่ร้อนรน ถึงกับจะคุกเข่าลงตรงหน้า อ้อนวอนว่า
“ขอแค่คุณยอมจ่ายพันหยวน ให้ลูกชายฉันติดคุกแทนกงหยางก็ได้! ยังไงเต๋อฟงของเราก็ไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่ได้เป็นทหาร ไม่กลัวเสียชื่อเสียง ขอแค่คุณให้เงิน จะทำอะไรก็ยอม” หลี่หนิงเซียนไม่คิดว่าเรื่องนี้จะจบลงง่าย ๆ แบบนี้
เธอตอบตกลงเรื่องเงิน แต่ขอเวลาอีกสามวัน จากนั้นก็ให้ซูลี่ไปขอยืมกระดาษกับปากกาจากทางโรงพยาบาล เธอไม่เพียงแต่ร่างหนังสือให้อภัย แต่ยังร่างเอกสารยืนยันด้วย
หนังสือให้อภัยเต๋อฟงเซ็นชื่อ และพิมพ์ลายนิ้วมือ ส่วนเอกสารยืนยันเป็นการรับรองว่าทั้งสองฝ่ายตกลงไกล่เกลี่ยกันด้วยความสมัครใจ โดยหลี่หนิงเซียนยินดีจ่ายค่าเสียหายทั้งหมด หลังจากวันนี้จะไม่มีใครสามารถเรียกร้องอะไรได้อีก
หลี่หนิงเซียนนั่งอยู่ในศาลา นึกถึงสัญญาที่เคยเห็นในชาติก่อน เธอเขียนรายละเอียดทุกอย่างลงไป ก่อนจะให้ทุกคนเซ็นชื่อและพิมพ์ลายนิ้วมือ แบบนี้ พอเธอจ่ายเงินพันหยวน ตระกูลเต๋อก็จะไม่สามารถใช้เรื่องนี้มารบกวน กงหยางได้อีก
“ตอนนี้คุณขึ้นไปให้เต๋อฟง เซ็นชื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ พรุ่งนี้ไปแจ้งที่สถานีตำรวจ อีกสามวันเราค่อยไปธนาคาร ฉันจะให้เงิน”
ฉินหงรับหนังสือให้อภัยมา เพิ่งมารู้ตัวตอนนี้เองว่าถึงหลี่หนิงเซียนจะเด็ก แต่ก็ไม่ธรรมดา เธอปิดช่องโหว่ทุกอย่างของเรื่องนี้ได้อย่างดี ฉินหงพูดอย่างไม่มั่นใจว่า
“ทำไมไม่ให้ตอนนี้เลยล่ะ เราก็เซ็นหนังสือให้แล้ว ถ้าอีกสามวันคุณเปลี่ยนใจจะทำยังไง”
“พันหยวนไม่ใช่สองหยวน เงินใครก็ไม่ได้มาง่าย ๆ ฉันต้องไปหา ไปรวบรวมก่อน อีกอย่างในเอกสารระบุชัดเจนว่าฉันเป็นคนจ่าย ถ้าฉันเบี้ยว คุณเอาเอกสารนี้ไปฟ้องศาลได้เลย ศาลจะตัดสินให้คุณเอง” หลี่หนิงเซียนมองหน้าฉินหงด้วยสายตาเย็นชา
“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้คุณเปลี่ยนใจก็ได้นะ ไม่ต้องเซ็นสัญญา ฉันจะได้ประหยัดเงินด้วย เอาไหม?”
“รอไม่นาน ฉันจะให้เต๋อฟงเซ็นชื่อให้ เรื่องเงินไม่เปลี่ยนใจแน่นอน!” ฉินหงรีบกลับขึ้นไปบนตึก