ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 144 แม่ค้าที่เลื่องชื่อที่สุด
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70
- บทที่ 144 แม่ค้าที่เลื่องชื่อที่สุด
บทที่ 144 แม่ค้าที่เลื่องชื่อที่สุด
ขณะเดียวกัน ที่อีกฟากหนึ่งของเมือง นายพลเถานั่งอยู่ในค่ายของเขา มองดูเอกสารรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมืองด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เสวียนอี้เดินเข้ามาพร้อมรายงานฉบับใหม่
“สถานการณ์ในเมืองดูเหมือนจะสงบลงแล้วครับ ประชาชนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติ” เสวียนอี้รายงาน
นายพลเถาพยักหน้า “ดีมาก แต่เราต้องไม่ประมาท ส่งคนของเราไปจับตาดูเส้นทางการค้าหลักทุกเส้นทาง หากมีการเคลื่อนไหวผิดปกติให้รายงานทันที”
“ครับท่าน” เสวียนอี้ตอบก่อนจะลังเลเล็กน้อย “แล้วเรื่องของหลี่หนิงเซียนล่ะครับ? ท่านยังต้องการให้คนกลับไปเฝ้าดูเธอต่อไหม?”
นายพลเถาหันมามองด้วยสายตาเฉียบคม “หลี่หนิงเซียนเป็นคนที่มีความสามารถและความมุ่งมั่นมาก เธอไม่ใช่ศัตรูของเรา แต่เธอคือพันธมิตรที่เราควรรักษาไว้ เธออาจกลายเป็นคนสำคัญในอนาคต”
เสวียนอี้พยักหน้า “เข้าใจแล้วครับ ผมจะสั่งการให้คนของเราระวังตัว แต่ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเธอ”
ในยามค่ำคืน หลี่หนิงเซียนนั่งอยู่คนเดียวในร้านหลังปิดกิจการ เธอมองออกไปยังถนนที่เงียบสงบ รู้สึกถึงความสุขที่ได้เห็นเมืองนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กงชุนเดินเข้ามาเงียบ ๆ พร้อมกับชาร้อนในมือ
“หนิงเซียน เธอเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว มาพักเถอะ”
หลี่หนิงเซียนยิ้มบาง ๆ “คุณเองก็เหนื่อยจัดการเรื่องในกองทัพ”
กงชุนนั่งลงข้าง ๆ “แล้วเธอจะเอายังไงต่อ? ตอนนี้เมืองสงบแล้ว เธอกำลังจะเริ่มต้นชีวิตที่เงียบสงบแบบที่ต้องการแล้วนะ”
หลี่หนิงเซียนยิ้มเล็กน้อย ขณะมองออกไปยังถนนที่เงียบสงบหลังค่ำคืนอันยาวนาน
“ฉันไม่รู้ว่าความสงบจะอยู่ได้นานแค่ไหน แต่ตอนนี้ ฉันคิดว่าตัวเองควรกลับมาสนใจสิ่งที่ฉันทำได้ดีที่สุดดีกว่า ฉันอยากกลับมาทำการค้า และสร้างชีวิตที่สุขสบาย ไม่ต้องไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องพวกนั้นอีกแล้ว”
กงชุนหัวเราะเบา ๆ “งั้นเธอก็คงได้เป็นแม่ค้าที่เลื่องชื่อที่สุดในเมือง”
หลี่หนิงเซียนหันมามองเขาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ “เพราะฉันค้าขายเก่งใช่ไหม?”
กงชุนยิ้มตอบ “เพราะเธอจับคนร้ายได้ต่างหาก และทำให้ทุกคนเห็นว่ากฎหมายยังคงอยู่เหนืออำนาจ และความโลภ ถ้าผู้มีคุณธรรมเป็นผู้ถือมัน”
หลี่หนิงเซียนหัวเราะออกมาเบา ๆ “ทำไงได้ ก็ฉันมีสามีที่เป็นทหารผู้เสียสละทั้งชีวิตให้ประชาชนอยู่ข้าง ๆ นี่!”
กงชุนยิ้มกว้าง น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน “และเธอก็ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง ทั้งในการค้า หรือการช่วยเหลือเมืองนี้ เธอเป็นมากกว่าแม่ค้า เธอคือผู้นำที่ทำให้ทุกคนในเมืองนี้กล้าลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง”
หลี่หนิงเซียนยิ้มจาง ๆ แม้คำพูดนั้นจะทำให้เธอรู้สึกดี แต่ในใจก็ยังมีบางส่วนที่รู้สึกเหนื่อยล้าจากสิ่งที่เธอผ่านมา
“แต่ฉันอยากพักจริง ๆ กงชุน ฉันอยากใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาสักที แค่ขายของในร้านติ่มซำ ดูแลคุณปู่ และคอยเฝ้าดูลูกค้าของฉันยิ้มเวลาได้ทานอาหารอร่อย ๆ แบบนั้นก็พอแล้ว”
กงชุนพยักหน้า “นั่นก็เป็นความสุขที่เธอควรได้ ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ ไม่ว่าเธอจะเลือกเส้นทางไหน”
ในวันถัดมา ร้านติ่มซำของหลี่หนิงเซียนกลับมาคึกคักอีกครั้ง ผู้คนในเมืองที่เคยเห็นเธอในบทบาทของหญิงที่กล้าหาญในการต่อสู้กับความอยุติธรรม ตอนนี้เห็นเธอในบทบาทของแม่ค้าที่จริงจังและใจดี
“คุณหลี่ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่คุณทำเพื่อเมืองนี้นะครับ” ลูกค้าคนหนึ่งพูดพร้อมยิ้มกว้าง
“ขอบคุณที่ช่วยให้พวกเรามีชีวิตที่ดีขึ้น” อีกคนเสริม
หลี่หนิงเซียนตอบด้วยรอยยิ้ม “ฉันแค่ทำในสิ่งที่ควรทำค่ะ ตอนนี้พวกคุณเองก็ต้องช่วยกันดูแลเมืองนี้ต่อไปนะคะ”
หลายปีผ่านไป ร้านติ่มซำของหลี่หนิงเซียนกลายเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์รวมของชาวเมือง ผู้คนมักพูดถึงเธอในฐานะผู้หญิงที่เปลี่ยนแปลงเมืองนี้ทั้งในด้านธุรกิจและความยุติธรรม แม้เธอจะเลือกเส้นทางที่เรียบง่าย แต่ชื่อเสียงและความมุ่งมั่นของเธอยังคงถูกเล่าขานไปทั่ว
และในทุก ๆ วัน ขณะหลี่หนิงเซียนจัดเตรียมโต๊ะในร้าน เธอจะมองออกไปยังถนนด้วยรอยยิ้ม อาจมีความวุ่นวายและปัญหาใหม่ ๆ เข้ามาในอนาคต แต่เธอรู้ว่า เมืองนี้มีความหวัง มีมิตรภาพ และมีความยุติธรรมที่ยังคงยืนหยัดอยู่พร้อมกับคนที่พร้อมจะสู้เพื่อปกป้องมันเสมอ.
ในยามเย็นของวันอันเงียบสงบ หลี่หนิงเซียนนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้เล็ก ๆ ในสวนหลังบ้าน รอบตัวเต็มไปด้วยต้นไม้ที่เธอปลูกไว้เพื่อความร่มรื่น สายลมพัดเบา ๆ แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องลงมาทำให้บรรยากาศอบอุ่น กงชุนเดินเข้ามาในสวนพร้อมถาดน้ำชาและขนมเล็ก ๆ ในมือ
“วันนี้เหนื่อยไหม?” เขาถามพลางวางถาดลงตรงหน้าเธอ หลี่หนิงเซียนยิ้มให้เขา
“เหนื่อยนิดหน่อย แต่ก็ดีใจที่เห็นร้านยุ่ง ลูกค้าเยอะขึ้นทุกวัน” เธอหยิบถ้วยชาขึ้นมา “แล้วคุณล่ะ? ฉันเห็นคุณช่วยดูแลเรื่องทางการให้คนในเมืองอยู่ตลอด”
กงชุนนั่งลงข้าง ๆ “ไม่เหนื่อยหรอก ตราบใดที่เธอยังอยู่ที่นี่ ทุกอย่างก็เหมือนง่ายขึ้นมาก”
คำพูดนั้นทำให้หลี่หนิงเซียนชะงัก เธอหัวเราะเบา ๆ แต่แก้มของเธอเริ่มขึ้นสีเรื่อ ๆ “คุณพูดแบบนี้ทุกครั้งเลยนะ คิดว่าฉันจะไม่เขินหรือไง?”
“เพราะเธอเขินนั่นแหละ ฉันถึงพูดบ่อย ๆ” กงชุนพูดพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขายื่นขนมให้เธอ
“ลองนี่สิ ฉันแอบไปซื้อจากร้านใหม่ในตลาด คิดว่าเธอจะชอบ” หลี่หนิงเซียนหยิบขนมขึ้นมาลองชิม แล้วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“อร่อยจริง ๆ คุณรู้ใจฉันเก่งขึ้นทุกวันแล้วนะ”
“ก็ฉันอยากให้เธอมีความสุข” กงชุนตอบเสียงนุ่ม ขณะมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน “เธอรู้ไหมว่าทุกครั้งที่ฉันเห็นเธอยิ้มแบบนี้ ฉันรู้สึกว่าทุกอย่างที่เราผ่านมาคุ้มค่า”
หลี่หนิงเซียนหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเธอสบกับสายตาของกงชุน ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่ว
“กงชุน…คุณองก็ทำให้ฉันรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน” กงชุนยื่นมือมาแตะหลังมือของหลี่หนิงเซียนเบา ๆ
“ฉันรู้ว่าชีวิตเรายังต้องเจอเรื่องยาก ๆ อีก แต่ตราบใดที่เธออยู่ข้างฉัน ฉันก็พร้อมจะเผชิญทุกอย่าง” หลี่หนิงเซียนยิ้มบาง ๆ พร้อมกระชับมือเขา
“เราจะอยู่ข้างกันเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณคือคนที่ฉันไว้ใจที่สุด กงชุน”
เมื่อค่ำคืนมาถึง ดวงจันทร์ลอยเด่นบนฟ้า กงชุนและหลี่หนิงเซียนยังคงนั่งอยู่ด้วยกันในสวน เสียงจิ้งหรีดร้องเบา ๆ ขับกล่อมบรรยากาศ กงชุนหยิบผ้าคลุมไหล่บาง ๆ มาคลุมให้หลี่หนิงเซียน
“ลมเย็นแบบนี้ เดี๋ยวเธอจะไม่สบาย”
“ขอบใจนะ” หลี่หนิงเซียนพึมพำเบา ๆ
ทั้งสองนั่งมองดวงจันทร์ด้วยกันในความเงียบที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ ความสงบสุขที่พวกเขาสร้างร่วมกันในเมืองนี้ อาจไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จ แต่ยังเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงหัวใจทั้งสองเข้าด้วยกัน
“ฉันคิดว่า…เราน่าจะพักจากเรื่องหนัก ๆ สักพักนะ” กงชุนพูดขึ้นเบา ๆ
“พักแบบไหน?” หลี่หนิงเซียนเอียงคอถาม กงชุนยิ้มเล็กน้อย
“เดินทางไปเที่ยวกันดีไหม? แค่เธอกับฉัน ไปที่ที่ไม่มีใครรู้จัก แล้วใช้เวลาพักผ่อนจริง ๆ สักครั้ง” หลี่หนิงเซียนหัวเราะเบา ๆ
“ก็ดีนะ ฉันว่าเราสมควรได้รางวัลสำหรับความเหนื่อยที่ผ่านมา”
กงชุนยิ้มกว้าง “งั้นตกลง ครั้งนี้จะเป็นการเริ่มต้นที่มีแค่เราสองคน”
หลี่หนิงเซียนพยักหน้า ก่อนจะเอนศีรษะพิงไหล่กงชุน ปล่อยให้ลมเย็นพัดผ่านมาพร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากดอกไม้ในสวน ดวงจันทร์ส่องแสงนวลทำให้ทุกอย่างรอบตัวดูสงบและอบอุ่น
“คุณอยากไปที่ไหน?” หลี่หนิงเซียนถามด้วยเสียงแผ่วเบา ขณะมองออกไปยังท้องฟ้าที่ประดับไปด้วยดวงดาว กงชุนยิ้มและตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“ที่ไหนก็ได้ที่เธออยากไป แต่ฉันอยากให้เป็นที่ที่ไม่มีเสียงอาวุธ ไม่มีเรื่องวุ่นวาย แค่เราได้ใช้เวลาด้วยกันจริง ๆ” หลี่หนิงเซียนหัวเราะเบา ๆ
“ฟังดูเหมือนในฝันเลยนะ ฉันก็ไม่เคยมีวันแบบนั้นนานแล้วเหมือนกัน… แค่พักใจ พักกาย ไม่ต้องคิดถึงเรื่องยุ่ง ๆ” กงชุนกระชับผ้าคลุมบนไหล่เธอให้แน่นขึ้น
“บางทีชีวิตเราก็ต้องมีช่วงแบบนั้นบ้าง ฉันอยากให้เธอได้ใช้ชีวิตแบบที่เธออยากเป็นจริง ๆ ไม่ใช่เพราะต้องรับผิดชอบหรือแบกรับอะไรเพื่อใคร”หลี่หนิงเซียนเงยหน้ามองเขา สายตาของเธออ่อนโยน
“คุณก็เหมือนกันนะกงชุน เสียสละเพื่อคนอื่นมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่คุณจะได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองบ้าง”กงชุนหัวเราะเบา ๆ แต่ดวงตาของเขาเปล่งประกาย
“สำหรับฉัน ชีวิตเพื่อเธอก็คือการใช้ชีวิตเพื่อตัวเองนั่นแหละ” หลี่หนิงเซียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้าง เธอเอื้อมมือไปจับมือเขาไว้แน่น
“คุณพูดแบบนี้ ฉันก็ไม่มีข้อโต้แย้งแล้ว” ทั้งสองหัวเราะเบา ๆ ร่วมกัน ขณะที่ความเงียบงันของค่ำคืนกลับมาปกคลุมรอบตัวอีกครั้ง