ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 145 เราจะสร้างชีวิตที่ดีไปด้วยกัน
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70
- บทที่ 145 เราจะสร้างชีวิตที่ดีไปด้วยกัน
บทที่ 145 เราจะสร้างชีวิตที่ดีไปด้วยกัน
วันถัดมา หลี่หนิงเซียนเริ่มวางแผนการเดินทางอย่างจริงจัง เธอและกงชุนเลือกจุดหมายที่เรียบง่าย หมู่บ้านเล็ก ๆ ริมแม่น้ำที่ห่างไกลจากความวุ่นวาย เมื่อวันเดินทางมาถึง ทั้งสองจัดสัมภาระเพียงเล็กน้อย กงชุนยืนรออยู่หน้าร้านติ่มซำ ขณะที่หลี่หนิงเซียนตรวจสอบทุกอย่างในร้านเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกเดินทาง
“พวกเราฝากร้านด้วยนะมู่โจว ดูแลให้ดีล่ะ” หลี่หนิงเซียนพูดพร้อมส่งยิ้มให้คนสนิท
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลทุกอย่างเหมือนเดิม เธอกับกงชุนแค่ไปเที่ยวให้สบายใจ กลับมาก็ขอให้เป็นคนใหม่ที่สดชื่นกว่าเดิม”
ลี่หมิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แกล้งแซว “อย่าลืมนะ พอเที่ยวจนเบื่อแล้วกลับมา เราจะรอฟังเรื่องราวหวาน ๆ จากพวกเธอ”
“จะให้เล่าอะไรกัน!”หลี่หนิงเซียนหัวเราะเบา ๆ แต่แก้มเริ่มขึ้นสี
“กลับมาก็พาเด็กตัวน้อย ๆ ติดท้องมาด้วยล่ะ” หลินถงแซวหลี่หนิงเซียนตาโตทันทีที่ได้ยิน หลินถงพูดแบบนั้น เธอเผลอเอามือแตะหน้าท้องตัวเองเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองหลินถง
“หลินถง! พูดอะไรแบบนั้น!” หลินถงหัวเราะคิกคัก พลางยักไหล่
“ก็ฉันพูดจริง ๆ นี่ พวกเธอสองคนสมกันขนาดนี้ ไม่แน่นะ ตอนกลับมาเราอาจได้ยินเสียงเล็ก ๆ ในร้านติ่มซำเพิ่มอีกคน” กงชุนที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี เขาหันไปมองหลี่หนิงเซียนด้วยแววตาอ่อนโยน
“ฉันไม่ขัดนะ ถ้าเธออยากให้เป็นแบบนั้น”
“กงชุน!” หลี่หนิงเซียนหันไปมองเขา แก้มแดงปลั่ง เธอรีบหันหน้าหนีและยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความเขินอาย ลี่หมิงที่ยืนอยู่ข้างหลินถงถึงกับหัวเราะลั่น
“โอ้โห ดูเหมือนจะมีคนวางแผนไว้ในใจแล้วนะนั่น!”
“พวกนายหยุดพูดกันได้แล้ว!” หลี่หนิงเซียนโวยเบา ๆ แต่ในน้ำเสียงกลับฟังดูเหมือนกำลังห้ามความเขินมากกว่าจะจริงจัง กงชุนยื่นมือไปแตะหลังมือเธอเบา ๆ
“ไม่ต้องอายหรอกหนิงเซียน ฉันคิดว่าสิ่งที่หลินถงพูดก็ดีนะ” หลี่หนิงเซียนมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ เธอสบตากงชุน และพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เราไปกันเถอะกงชุน ฉันว่าฉันฟังพวกนี้พูดต่อไม่ได้แล้ว” กงชุนหัวเราะ ก่อนจะพยักหน้า เขาหยิบกระเป๋าของทั้งสอง และหันไปโบกมือลา
“อย่าแซวหนิงเซียนหนักไปล่ะ ไม่งั้นเธออาจไม่อยากกลับมา” กงชุนพูดติดตลก
“โอ๊ย เธอรีบกลับมาเถอะ ฉันอยากเห็นหลานแล้ว!” หลินถงตะโกนไล่หลัง
หลี่หนิงเซียนไม่กล้าหันกลับไปตอบ เธอเดินตามกงชุนด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ ขณะที่ในใจเต็มไปด้วยความเขินปนความสุข กงชุนยิ้มและดึงมือหลี่หนิงเซียนเบา ๆ
เมื่อถึงหมู่บ้านริมแม่น้ำ ทั้งสองพบว่าที่นี่สงบกว่าที่คาดไว้ เสียงน้ำไหลเบา ๆ และทิวเขาที่ล้อมรอบหมู่บ้านทำให้ทุกอย่างดูเหมือนหยุดนิ่ง หลี่หนิงเซียนยืนมองแม่น้ำด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุข
“ที่นี่สวยจริง ๆ” เธอพูด กงชุนยืนอยู่ข้าง ๆ และมองเธอแทน
“ใช่…สวยที่สุดเลย” หลี่หนิงเซียนหันมามองเขา เห็นรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น เธอรู้สึกได้ถึงความสงบสุขที่ไม่ได้มาจากสถานที่เพียงอย่างเดียว แต่มาจากคนที่ยืนอยู่ข้างเธอ
ทั้งสองใช้เวลาที่นี่ร่วมกันอย่างเรียบง่าย เดินเล่นในหมู่บ้าน สนทนากับชาวบ้าน และช่วยกันเตรียมอาหารมื้อเย็นจากวัตถุดิบสดใหม่ ที่พวกเขาซื้อจากตลาดเล็ก ๆ
ในคืนหนึ่ง หลี่หนิงเซียนเอนศีรษะพิงไหล่กงชุน ขณะนั่งมองดาวบนฟ้าจากระเบียงบ้านพัก
“ขอบคุณนะกงชุน ที่นายพาฉันมาที่นี่” เธอพูดเบา ๆ กงชุนยิ้ม
“ฉันต้องขอบคุณเธอมากกว่า ที่ให้ฉันได้อยู่ข้างเธอ เธอคือความสงบสุขที่ฉันต้องการในชีวิตนี้” หลี่หนิงเซียนยิ้มกว้าง หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความสุข เธอกระชับมือของกงชุนไว้แน่น
“เราจะสร้างชีวิตที่ดีไปด้วยกันนะกงชุน ชีวิตที่ไม่ต้องมีอะไรซับซ้อน มีแค่ความสุขเรียบง่ายแบบนี้”
“ตัวฉันจะอยู่ข้างเธอในทุกก้าวของชีวิตนับจากนี้”
“คุณรู้ไหม ว่าฉันไม่ได้เคยคิดเรื่องพวกนี้มาก่อนเลย” กงชุนมองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน
“เรื่องพวกนี้หมายถึงอะไร?” หลี่หนิงเซียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองเขา
“การมีครอบครัว…การมีลูก…มันเป็นสิ่งที่ดูไกลตัวสำหรับฉันมาก ฉันเอาแต่คิดเรื่องงาน เรื่องร้าน จนลืมไปว่าตัวเองควรจะคิดถึงอนาคตแบบนั้นบ้าง” กงชุนยิ้มและจับมือเธอไว้
“ไม่มีอะไรผิดหรอกหนิงเซียน เธอมีเหตุผลที่ต้องรับผิดชอบมากมาย แต่ถ้าเธออยากเริ่มคิดถึงอนาคตแบบนั้น ฉันก็พร้อมจะอยู่ข้างเธอ” หลี่หนิงเซียนยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอนศีรษะพิงไหล่เขา
“ขอบคุณนะกงชุน ฉันคิดว่าฉันโชคดีที่มีคุณอยู่ข้าง ๆ” กงชุนยิ้ม พร้อมกระชับมือเธอไว้แน่น
“และฉันก็โชคดีที่มีเธอเหมือนกัน” ในคืนนั้น ใต้ดวงดาวและเสียงแม่น้ำ ทั้งสองรู้ว่าพวกเขาได้พบสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตแล้ว คือการมีกันและกันค่อยอยู่เคียงข้างกันไปตลอด
หลายเดือนผ่านไป ชีวิตของหลี่หนิงเซียน และกงชุนเปลี่ยนไปอย่างมาก หลังจากที่พวกเขาใช้เวลาในหมู่บ้านเล็ก ๆ เพื่อพักผ่อนและวางแผนชีวิตใหม่ ความสงบสุข ในบรรยากาศที่เรียบง่ายช่วยเติมเต็มพลังให้ทั้งสอง และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่พวกเขาตัดสินใจสร้างครอบครัวด้วยกัน
ปีต่อมา
เสียงหัวเราะใส ๆ ของเด็กเล็กดังขึ้นในสวนหลังร้านติ่มซำที่คึกคัก หลี่หนิงเซียนนั่งอยู่ที่ระเบียง พร้อมลูกน้อยวัยหนึ่งขวบที่กำลังเดินเตาะแตะอยู่ข้าง ๆ เด็กชายตัวน้อยมีผิวขาวผ่อง ดวงตากลมโตที่ได้มาจากแม่ และรอยยิ้มที่อบอุ่นเหมือนพ่อ
“เซียวหลง อย่าวิ่งไปไกลนะลูก!” หลี่หนิงเซียนพูดพร้อมลุกขึ้นเดินตามไปเด็กชายหัวเราะคิกคักก่อนจะหันกลับมามองแม่
“แม่ ป๋มเจอดอกไม้ส๊วย!” เขาพูดพลางยื่นดอกไม้ดอกเล็ก ๆ ที่เก็บได้จากสวนให้ หลี่หนิงเซียนรับดอกไม้ไว้ก่อนจะลูบหัวลูกเบา ๆ
“ขอบคุณนะคนเก่ง” ในขณะนั้น กงชุนเดินเข้ามาจากด้านหน้า ร้านพร้อมกับถุงของที่เพิ่งซื้อจากตลาด เขามองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรัก “เซียวหลงซนอีกแล้วเหรอ ไปทำอะไรอีกล่ะ?”
“ไม่ซนพ่อ ป๋มแค่เก็บดอกไม้ให้แม่” เซียวหลงพูดพร้อมยิ้มกว้างกงชุนหัวเราะก่อนจะวางถุงของลงและนั่งลงข้างลูกชาย
“ดอกไม้สวยจริง ๆ เหมือนแม่ของลูกเลย” หลี่หนิงเซียนหันมามองเขาด้วยสายตาค้อน ๆ แต่ก็อดยิ้มไม่ได้ กงชุนว่าพลางดึงหลี่หนิงเซียนเข้ามานั่งข้าง ๆ
“แล้วดูสิ ตอนนี้ฉันไม่เพียงมีเธอ ฉันยังมีเซียวหลงอีก ทุกวันที่ได้กลับมาบ้านและเจอทั้งสองคน ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนที่โชคดีที่สุด” หลี่หนิงเซียนยิ้ม ก่อนจะเอนศีรษะพิงไหล่ของเขา
“ฉันเองก็รู้สึกเหมือนกัน ฉันไม่คิดว่าชีวิตจะพาเรามาถึงจุดนี้ได้เลยนะกงชุน” เขาจับมือเธอไว้แน่น “ทุกอย่างที่เราผ่านมาทำให้เราเข้มแข็ง และตอนนี้ เราก็ได้สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตแล้ว”
เมื่อถึงค่ำ เซียวหลงหลับปุ๋ยอยู่บนฟูกเล็ก ๆ ขณะที่หลี่หนิงเซียนและกงชุนกำลังนั่งคุยกันที่ระเบียง
“ฉันคิดว่าเราควรเริ่มขยายร้านนะกงชุน” หลี่หนิงเซียนพูดขึ้น “คนในเมืองเข้าร้านเราเยอะขึ้น ร้านนี้เล็กไปแล้ว”
กงชุนหัวเราะ “เธอนี่ไม่เคยหยุดคิดเรื่องงานเลย แต่ถ้าคิดว่าเหมาะ ฉันก็จะสนับสนุนเธอทุกอย่าง”
หลี่หนิงเซียนยิ้มบาง ๆ “เพราะเราต้องวางแผนเพื่ออนาคตของเซียวหลงด้วย ฉันอยากให้เขาโตมาในเมืองที่มีแต่ความสงบสุข ไม่มีความกลัวเหมือนที่เราเคยเจอ”
กงชุนพยักหน้า “ฉันเข้าใจ และฉันก็พร้อมจะช่วยเธอสร้างอนาคตนั้น”
หลายปีผ่านไป
ร้านติ่มซำของหลี่หนิงเซียนกลายเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในเมือง เซียวหลงโตขึ้น และเริ่มช่วยงานในร้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ชาวเมืองต่างพูดถึงความขยันขันแข็งของครอบครัวนี้ รวมถึงความรักและความอบอุ่นที่พวกเขามีให้กัน
ในเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ครอบครัวนั่งทานอาหารเย็นด้วยกันที่ระเบียง หลี่หนิงเซียนมองไปยังเซียวหลงที่กำลังเล่าเรื่องราวในโรงเรียนด้วยความตื่นเต้น
“แม่ พ่อ วันหนึ่งผมจะช่วยดูแลร้านนี้นะ!” เด็กชายพูดด้วยความตั้งใจ กงชุนหัวเราะก่อนจะมองหลี่หนิงเซียน
“ดูสิ ลูกเรานี่เก่งไม่ต่างจากแม่เลย” หลี่หนิงเซียนยิ้ม รู้สึกถึงความอบอุ่นในหัวใจ
“นั่นสิ ฉันคิดว่าเราเลี้ยงเขาได้ดีแล้วนะกงชุน” กงชุนพยักหน้า
“ใช่ เราเลี้ยงเขาได้ดีจริง ๆ” เสียงหัวเราะของครอบครัวดังสะท้อนไปในความมืด ความรัก และความสุขของพวกเขายังคงงดงามและคงทน เหมือนแสงไฟที่ไม่เคยมอดดับ นับจากนี้ชีวิตของพวกเขาจะมีครอบครัวเคียงข้างไปตลอด…จบบริบูรณ์