ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 140 ชนะไปหนึ่งก้าว
บทที่ 140 ชนะไปหนึ่งก้าว
“นั่นแปลว่าเขาลงมือแล้ว ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม อย่าให้ใครจับได้ว่าเรากำลังจับตามองอยู่” เธอสั่งเสียงเบา แต่หนักแน่น
เวลาผ่านไปไม่กี่อึดใจ ท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน กองกำลังเล็ก ๆ ของนายพลเถาเริ่มปรากฏตัวขึ้นริมฝั่งแม่น้ำ กลุ่มทหารเหล่านี้ดูระมัดระวัง สายตาพวกเขาจับจ้องไปยังเรือขนาดเล็กที่แล่นมาจากอีกฝั่ง ลี่หมิงหรี่ตามองและกระซิบอย่างตื่นเต้น
“นั่นคงเป็นขบวนการลักลอบขนฝิ่นของนายพลเพ่ย ถ้ากองกำลังของนายพลเถามาจับตามองที่นี่ ก็แปลว่าแผนของพวกเราทำให้เขาขยับตัวจริง ๆ” หลี่หนิงเซียนมองเหตุการณ์อย่างใจเย็น เธอกระซิบตอบ
“ใช่ นี่แสดงว่านายพลเถาต้องการแสดงออกว่าเขาเอาจริงกับการกวาดล้างการค้าผิดกฎหมาย ถ้าเราทำให้เขาลงมือก่อน เราก็สามารถวางตัวเองในฐานะพันธมิตรโดยที่เขาไม่สงสัยได้” จงซวนที่อยู่ใกล้ ๆ กันพยักหน้าเห็นด้วย
“ทุกอย่างเป็นไปตามที่เธอคาดการณ์ไว้เลยหนิงเซียน แต่นั่นหมายความว่าพวกเราต้องระวังตัวมากขึ้น ถ้านายพลเพ่ยรู้ว่า เราเป็นฝ่ายผลักดันให้นายพลเถาลงมือ เขาอาจจะพุ่งเป้ามาที่เราแทน” หลี่หนิงเซียนยิ้มบาง ๆ
“ใช่ แต่ถ้าเราระวังตัวดีพอ เราก็จะสามารถทำลายเครือข่ายของเขาได้โดยไม่ถูกจับตามองเช่นกัน”
ท่ามกลางความมืด กองกำลังของนายพลเถาเริ่มเคลื่อนไหว พวกเขาปิดทางขบวนเรืออย่างระมัดระวัง ฉับพลันนั้น เสียงสัญญาณเตือนก็ดังขึ้น บ่งบอกถึงการเริ่มบุกเข้าตรวจค้น เรือลำเล็ก ๆ ที่ใช้ลักลอบขนของผิดกฎหมายถูกจับกุมและค้นหา พวกทหารตรวจสอบอย่างละเอียด ท่ามกลางการสังเกตการณ์อย่างเงียบเชียบจากสองฝั่งของกลุ่มคนของหลี่หนิงเซียน กงชุนมองภาพเหตุการณ์ด้วยสายตาภูมิใจ
“ดูเหมือนว่าความยุติธรรมกำลังคืบคลานไปทีละนิด นายพลเถาคงต้องการแสดงให้เห็นว่าเขาคือผู้ยึดมั่นในกฎหมาย” หลี่หนิงเซียนพยักหน้าด้วยความมุ่งมั่น
“คืนนี้พวกเราชนะไปหนึ่งก้าวแล้ว แต่อีกหลายก้าวที่เหลือ เรายังต้องระวังตัว เราจะไม่ยอมให้ใครใช้เราเป็นเครื่องมือโดยที่ไม่รู้ตัว” ทุกคนในกลุ่มต่างมองหน้ากันด้วยความเข้าใจ พวกเขารู้ดีว่าเส้นทางนี้เต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะสู้เพื่อความถูกต้อง จนกว่าความจริงจะปรากฏและผู้กระทำผิดจะถูกลงโทษ ไม่ว่าจะต้องเจอกับอุปสรรคใดก็ตาม
รุ่งเช้าวันถัดมา แสงอาทิตย์สาดส่องลงบนแม่น้ำที่นิ่งสงบ ราวกับไม่เคยมีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา หลี่หนิงเซียนและพรรคพวกของเธอกลับมารวมตัวกันที่ร้านติ่มซำ
สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่แฝงไปด้วยความพึงพอใจจากความสำเร็จเล็ก ๆ ที่พวกเขาสร้างขึ้น หลี่หนิงเซียนวางแผนที่วาดด้วยลายเส้นบนกระดาษลงบนโต๊ะตรงกลางร้าน ขณะที่หลินถงกำลังนำชามาให้ เพื่อให้ทุกคนได้พักหายใจ
“เมื่อคืนนี้” จงซวนเริ่มพูด น้ำเสียงเขาจริงจัง “กองกำลังของนายพลเถาจับขบวนเรือลำสำคัญได้จริง แต่จากที่ฉันสังเกต ยังมีเรืออีกลำที่เล็ดลอดไปได้ พวกนั้นอาจยังมีเส้นทางสำรองที่เรายังไม่รู้” กงชุนพยักหน้า
“ใช่ ฉันเองก็คิดแบบนั้น นายพลเพ่ยไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้การค้าฝิ่นของเขาถูกหยุดได้ง่าย ๆ เขาต้องมีเครือข่ายที่ซับซ้อนและทางออกฉุกเฉินอยู่แล้ว” ลี่หมิงยืนพิงประตูร้าน มองออกไปด้านนอกก่อนพูดขึ้น
“นั่นแปลว่าเรายังต้องสืบค้นเพิ่มเติม หากเราต้องการเปิดโปงทุกเส้นทางของเครือข่ายนี้ให้หมด เราจำเป็นต้องตามรอยพวกเขาต่อไป แต่ครั้งนี้คงยากขึ้น เพราะพวกเขาจะระวังตัวมากกว่าเดิม” หลี่หนิงเซียนที่นั่งอยู่ตรงกลางห้องเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง
“ใช่ มันยากขึ้นแน่ แต่พวกเราก็ทำได้ พวกนายพลเพ่ยคิดว่าอำนาจ และเครือข่ายของเขาไม่มีวันถูกเปิดโปง แต่เมื่อคืนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าเขาเริ่มเสียเปรียบแล้ว กองกำลังของนายพลเถาไม่ได้ทำเพียงแค่จับขบวนเรือ ยังส่งสัญญาณไปถึงผู้คนว่าการค้าฝิ่นไม่ได้ง่ายเหมือนเดิม” หลินถงเอ่ยเสริม
“แล้วเธอคิดว่าเราจะทำยังไงต่อ? แผนของเธอจะดึงนายพลเถาเข้ามาช่วยเราได้จริงไหม?” จงซวนถาม หลี่หนิงเซียนยิ้มเล็กน้อย
“ถ้าฉันเดาไม่ผิด นายพลเถาคงเริ่มไม่ส่งคนมาเก็บข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพวกเราแล้ว และเมื่อถึงเวลาที่คนของนายพลเถาถอยออกไปหมดนั้น เราจะใช้มันเป็นโอกาสในการทำให้เขาเป็นพันธมิตรของเรา” หลินถงพยักหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความคิด
“เธอหมายความว่า เราต้องปล่อยให้คนของนายพลเถาดูเราไปก่อน แล้วรอจังหวะที่เขาเริ่มวางใจใช่ไหม?” หลี่หนิงเซียนยิ้มบาง ๆ
“ใช่ ถ้าเขาถอยคนของเขาออกไป แปลว่าเขาเริ่มมองเราเป็นฝ่ายเดียวกัน มันจะทำให้เราสามารถเจรจากับเขาได้โดยไม่มีความระแวงจากทั้งสองฝ่าย” กงชุนที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ เริ่มแสดงความกังวล
“แต่การปล่อยให้พวกเขาสังเกตการณ์เรานานเกินไป มันอาจทำให้เราตกอยู่ในความเสี่ยง ถ้าพวกเขาเปลี่ยนใจ หรือเกิดสงสัยในตัวเรา แผนนี้ก็อาจย้อนกลับมาทำร้ายเราเอง” หลี่หนิงเซียนพยักหน้ารับ
“ฉันรู้ และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องทำให้พวกเขาเชื่อ ว่าเราไม่ได้ต่อต้านพวกเขาโดยตรง แต่เป็นการทำงานเพื่อเป้าหมายเดียวกัน เราต้องวางตัวให้พวกเขามองว่าเราเป็นพันธมิตรโดยธรรมชาติ”
“แล้วถ้านายพลเถาเปลี่ยนใจไม่ยอมร่วมมือล่ะ?” จงซวนถามด้วยความระแวง หลี่หนิงเซียนมองหน้าเขา น้ำเสียงเธอหนักแน่น
“ถ้าเขาเปลี่ยนใจ เราก็ต้องทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่น นั่นคือการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวโยงกับเครือข่ายค้าฝิ่น และใช้แรงกดดันจากสาธารณชนกับกองทัพส่วนอื่น ๆ จนทำให้เขาต้องเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องชื่อเสียงของตัวเอง” ลี่หมิงที่เพิ่งกลับมาจากการสำรวจข้อมูลริมแม่น้ำพูดขึ้น
“แต่ตอนนี้เรายังไม่มีหลักฐานที่หนักแน่นพอ จะใช้กดดันนายพลเถา หรือเปิดโปงนายพลเพ่ยได้ เราต้องรีบหาหลักฐานเพิ่มเติมก่อนที่พวกมันจะซ่อนร่องรอยได้มากกว่านี้” หลี่หนิงเซียนหันไปมองลี่หมิง
“นั่นคือสิ่งสำคัญต่อไปของพวกเรา จงซวนกับลี่หมิง ฉันอยากให้พวกนายตามรอยเส้นทางที่เรือเล็ดลอดไปเมื่อคืน หาข้อมูลว่าเส้นทางนั้นมุ่งไปยังใครหรือที่ไหน และดูว่าเครือข่ายการค้าฝิ่นยังมีจุดใดที่เราไม่รู้จัก”
“ได้เลย” ลี่หมิงตอบรับทันที ขณะที่จงซวนพยักหน้า
“ฉันจะช่วยอีกแรง” หลินถงมองหลี่หนิงเซียน “แล้วเธอล่ะ จะทำอะไร?”
หลี่หนิงเซียนถอนหายใจเบา ๆ “ฉันจะอยู่ที่นี่ ใช้เครือข่ายของร้านค้าในมือเราเพื่อติดตามข่าวสารในเมือง ถ้ามีอะไรผิดปกติ เราจะได้รู้ก่อน ฉันอยากให้พวกนายช่วยฉันจับตาดูคนที่เคลื่อนไหวแปลก ๆ ในพื้นที่ใกล้ ๆ ร้านด้วย” หลินถงยิ้มเล็กน้อย
“งั้นฉันจะช่วยดูแลทางนี้ด้วย เราจะไม่ปล่อยให้ใครมาหาโอกาสเล่นงานพวกเราได้ง่าย ๆ” ทุกคนพยักหน้า และแยกย้ายไปตามหน้าที่ ความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหานี้ ผลักดันพวกเขาให้เดินหน้าแม้จะเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่พวกเขาต่างรู้ดีว่านี่คือเส้นทางเดียวที่จะเปิดโปงความจริง
หลังจากวางแผนกันเรียบร้อย ทุกคนก็แยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่ของตัวเอง ลี่หมิงและจงซวนมุ่งหน้าออกจากร้านทันที เพื่อเริ่มตามรอยเส้นทางเรือลำเล็กที่เล็ดลอดไปเมื่อคืน ส่วนหลินถงก็รับหน้าที่ดูแลความปลอดภัย และเฝ้าสังเกตการณ์ในบริเวณร้านติ่มซำร่วมกับหลี่หนิงเซียน
บรรยากาศในร้านดูเหมือนปกติ ลูกค้าทยอยเข้ามาสั่งอาหารและพูดคุยกันอย่างคึกคัก แต่หลี่หนิงเซียนรู้ดีว่าในความคึกคักนั้นแฝงไปด้วยความสงสัย และความระแวดระวังจากกลุ่มคนที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน สายตาของเธอคอยจับจ้องคนเหล่านั้นอย่างเงียบ ๆ
“หนิงเซียน” หลินถงกระซิบพลางเดินเข้ามาใกล้ “เมื่อครู่ฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่มุมร้าน ดูเหมือนเขาจะไม่ได้มาทานอาหาร แต่คอยมองรอบร้านตลอดเวลา เธอคิดว่าเขาเป็นพวกของใคร?”
หลี่หนิงเซียนเหลือบมองไปยังชายคนนั้น เขาดูเหมือนพ่อค้าธรรมดาในชุดเรียบง่าย แต่ท่าทางที่เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ทำให้เธอมั่นใจว่าเขาไม่ได้มาที่นี่เพราะความบังเอิญ