ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 138 ให้พวกเขาตายใจ
บทที่ 138 ให้พวกเขาตายใจ
ถึงแม้จะใช้ความมุ่งมั่นของหลี่หนิงเซียน และพรรคพวกในการทำลายการค้าฝิ่น แต่ก็เป็นไปเพื่อสร้างเสริมอำนาจให้ตนในที่สุด เป็นแผนที่แยบยลและรัดกุม
“ท่านมีแผนสำหรับขั้นตอนต่อไปหรือยังครับ?” เสวียนอี้เอ่ยถามขณะพวกเขากำลังเดินผ่านตรอกแคบ ๆ ของเมือง ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ แสงสีส้มอ่อน ๆ ทำให้เงาของทั้งสองทอดยาวไปบนพื้น
“ขั้นตอนต่อไปหรือ?” เถาฮัวฟงยิ้มมุมปาก ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ปล่อยให้หลี่หนิงเซียน และพวกของเธอสืบข้อมูล จัดการกับพวกนายพลเพ่ยให้มากที่สุด เราจะปล่อยให้พวกเขาทำหน้าที่ของตัวเองจนกว่าเรื่องจะเข้าที่” เสวียนอี้พยักหน้า
“หมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องลงมือเองจนกว่าแผนทั้งหมดจะเข้าที่ใช่ไหมครับ?”
“ใช่” เถาฮัวฟงตอบ “เราจะคอยสนับสนุนเงียบ ๆ คอยช่วยพวกเขากำจัดอุปสรรคที่ขัดขวางโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว เมื่อพวกเขาทำหน้าที่ของพวกเขาเสร็จ เราก็จะเป็นฝ่ายได้รับผลประโยชน์ทั้งหมดโดยไม่เปลืองแรง”
“และหากวันใดพวกเขาสงสัยว่าท่านอยู่เบื้องหลังล่ะครับ?” เสวียนอี้ถามขึ้นด้วยความระมัดระวัง เถาฮัวฟงหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงราวกับเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“อย่ากังวลเรื่องนั้น ไม่มีใครในพวกนั้นมีหลักฐานเกี่ยวกับเรา และถึงจะสงสัย แต่ในตอนนี้พวกเขามองว่าเราคือคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ คงไม่มีใครตั้งข้อกังขากับคนที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายของตัวเองหรอก” ทั้งสองเดินจากไปโดยทิ้งเงาลึกลับของแผนการไว้เบื้องหลัง
ทันทีที่ทั้งสองเดินพ้นตรอกไป เงาสีเข้มของชายผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นในมุมที่เงียบสงัด เขาจ้องตามเงาของนายเถา และเสวียนอี้ไปจนลับสายตา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย และความไม่ไว้วางใจ เขาคือซานเหิงเป็นหนึ่งในคนของหลี่หนิงเซียนที่ทำหน้าที่หาข่าวให้การค้าเธอ
ตอนนี้เขามาแฝงตัวมาในเขตเมือง เพื่อจับตาดูพฤติกรรมของผู้มีอำนาจในเงามืดอย่างลับ ๆ ตามคำสั่ง ซานเหิงขมวดคิ้วพลางคิดว่าพวกเขามีแผนลับอะไรบางอย่างแน่นอน
แล้วรีบหันหลังกลับไปเพื่อรายงานสิ่งที่ได้เห็น ให้หลี่หนิงเซียนฟัง ก่อนที่เธอจะพลาดรู้เห็นสิ่งที่สำคัญ
ในอีกด้านหนึ่ง หลี่หนิงเซียนนั่งอยู่ในห้องของบ้านพักในเขตชานเมือง แผนที่ของเครือข่ายการค้าฝิ่นถูกวางกางอยู่บนโต๊ะ ดวงตาของเธอมองจุดต่าง ๆ บนแผนที่อย่างตั้งใจ เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าซานเหิงได้กลับมาแล้ว
“เข้ามาได้” หลี่หนิงเซียนเอ่ยเสียงเรียบ ซานเหิงก้าวเข้ามาพร้อมกับสีหน้าจริงจัง
“ผมเห็นนายเถากับเสนาธิการเสวียน หลังจากที่พวกเขาแยกจากคุณ” หลี่หนิงเซียนเลิกคิ้วเล็กน้อย เธอพยักหน้าให้เขาเล่าต่อ
“พวกเขากำลังวางแผนอะไรบางอย่าง” ซานเหิงกล่าวอย่างระมัดระวัง “จากที่ได้ยิน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะปล่อยให้เราเดินหน้าแผนกำจัดพวกนายพลเพ่ยไปก่อน พวกเขาคิดจะสนับสนุนเราเงียบ ๆ โดยไม่ต้องเปลืองแรง เพียงแค่คอยกำจัดอุปสรรคข้างทางเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เรา”
หลี่หนิงเซียนนิ่งฟังพร้อมพยักหน้าเบา ๆ เธอครุ่นคิด ก่อนจะถามขึ้น “แล้วพวกเขาเอ่ยถึงเป้าหมายสุดท้ายของพวกเขาไหม?”
“ไม่ครับ แต่ผมเชื่อว่าพวกเขาคงหวังผลประโยชน์จากการที่เราจัดการนายพลเพ่ย หรือไม่ก็หวังจะเข้ายึดอำนาจทั้งหมดหลังจากที่พวกเราทำงานสำเร็จ” หลี่หนิงเซียนหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะกล่าว
“นายพลเถา ช่างเป็นคนที่มองไกลจริง ๆ ฉันคิดไว้อยู่แล้วว่าเขาจะไม่ช่วยเราเพียงเพราะต้องการกวาดล้างฝิ่นเท่านั้น เขาเองก็มีความทะเยอทะยานซ่อนอยู่แน่นอน”
“ถ้าแบบนั้น เราควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไปครับ?” ซานเหิงถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล หลี่หนิงเซียนยิ้มอย่างเยือกเย็น
“เราจะปล่อยให้พวกเขาได้สิ่งที่ต้องการไปก่อน ช่วยให้พวกเขาตายใจว่ายังควบคุมทุกอย่างได้ แต่ในความเป็นจริง ฉันจะวางคนของเราไว้ในทุกจุดที่สำคัญ ทุกครั้งที่พวกเขาพยายามเข้ามาควบคุมสิ่งใด ฉันก็จะยื่นมือขวางทางเอาไว้ เพื่อให้พวกเขาไม่รู้ตัวว่าเราเองก็อ่านแผนของพวกเขาออกเช่นกัน” ซานเหิงพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะกล่าวเสริม
“ผมจะคอยเฝ้าติดตามนายพลเถาและเสนาธิการเสวียนต่อ เผื่อว่าพวกเขาจะเคลื่อนไหวอะไรอีก” หลี่หนิงเซียนมองเขาด้วยแววตาจริงจัง
“ดีมากซานเหิง ฉันต้องการให้พวกมันรู้สึกปลอดภัยจนวินาทีสุดท้าย ให้พวกเขาคิดว่าตนมีอำนาจเหนือเรา แต่แท้จริงแล้ว…ฉันจะเป็นคนที่ควบคุมทุกอย่างอยู่เบื้องหลัง”
“ครับคุณหลี่” รอบ ๆ ตัวเธอมีอดีตผู้ทำงานให้หมินคง ที่ตอนนี้ได้เข้ามาอยู่ภายใต้การควบคุมของเธอ พวกเขาทำหน้าที่สืบข่าว และเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของพวกนายพล
“ข่าวจากกลุ่มนายพลเพ่ยว่าอย่างไร?” หลี่หนิงเซียนถามขึ้น โดยไม่ได้มองไปที่ใครเป็นพิเศษ ชายร่างเล็กที่ชื่อซานหูในกลุ่มรีบลุกขึ้นรายงาน
“ข่าวล่าสุดบอกว่าพวกนายพลเพ่ย เริ่มเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังมากขึ้น พวกเขาระวังตัวจนแทบไม่ออกจากที่พัก เว้นแต่จำเป็น มีการเปลี่ยนเส้นทางขนส่ง และเพิ่มจำนวนคนเฝ้ายามตามจุดสำคัญ ๆ” หลี่หนิงเซียนพยักหน้าอย่างช้า ๆ
“ดูเหมือนพวกเขาจะเริ่มระแคะระคายแล้ว แต่พวกเขาคงไม่มีโอกาสโต้กลับได้” ชายอีกคนที่สูงใหญ่กว่ากล่าวเสริม
“ผมได้ข่าวว่ามีการประชุมลับระหว่างนายพลเพ่ย กับตัวแทนการค้าจากภาคเหนือในอีกสามวัน ที่บ้านแถวชานเมือง ผมแอบได้ยินว่า พวกเขาอาจจะวางแผนขยายเครือข่ายไปยังเขตชายแดน” หลี่หนิงเซียนยิ้มเยือกเย็น
“ดี… นี่เป็นโอกาสของเรา เราจะใช้การประชุมลับนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการตัดเส้นทางค้าของพวกเขา ไปสืบมาให้รู้ว่ามีเส้นทางเข้าออกตรงไหนบ้าง และคนเฝ้ามีกี่คน”
หลังจากการประชุมสิ้นสุด หลี่หนิงเซียนได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับมา เธอสั่งการให้อดีตคนของหมินคงแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งจะทำหน้าที่เฝ้าติดตามเส้นทางเข้าออกของบ้านนายพลเพ่ย และอีกกลุ่มจะส่งสัญญาณให้กับคนของเธอที่ซ่อนตัวอยู่ในเมือง
“การเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจจะเป็นการเสี่ยง แต่ถ้าทำสำเร็จ พวกนายพลเพ่ยจะไม่มีทางรู้ตัวเลยว่าฉันเป็นคนบงการ” หลี่หนิงเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ซานเหิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กล่าวเสริม
“และหากนายพลเถา หรือคนของเขาสงสัยล่ะครับ?” หลี่หนิงเซียนหัวเราะเบา ๆ
“ก็ปล่อยให้พวกเขาสงสัยไป แต่ตราบใดที่เราไม่ปล่อยให้พวกเขารู้ถึงแผนการจริงของเรา เราก็ยังควบคุมพวกเขาได้ ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือสืบหาข่าวให้ครบถ้วน และลงมือในเวลาที่เหมาะสม ถ้าจวนตัวจริงฉันจะให้พี่หลงเฟยออกหน้า”
ในคืนวันประชุมลับ บ้านซานเมืองถูกปิดล้อมด้วยกองกำลังลับที่หลี่หนิงเซียนจัดเตรียมไว้ พวกเขาไม่ได้บุกเข้าไปอย่างโจ่งแจ้ง แต่แฝงตัวอยู่ในเงามืด พร้อมจับตาดูความเคลื่อนไหวภายใน
หนึ่งในคนสืบข่าวของหลี่หนิงเซียนแอบเข้าไปใกล้ตำหนักด้วยความชำนาญ เขาพยายามฟังบทสนทนาของนายพลเพ่ยที่กำลังคุยกับตัวแทนจากภาคเหนือ เสียงแว่ว ๆ พูดถึงการจัดส่งชุดใหม่ และการเพิ่มกำลังคน
แต่ในขณะเดียวกัน สัญญาณอันตรายก็เกิดขึ้น เมื่อมีทหารลาดตระเวนเดินเข้ามาใกล้ คนสืบข่าวหยุดนิ่งและกลั้นลมหายใจ ก่อนเลือกที่จะถอยออกมาอย่างเงียบเชียบ
แม้จะรู้ว่าสิ่งที่ได้ยินยังไม่ครบถ้วน แต่หากเสี่ยงต่อไปอาจนำไปสู่การถูกจับตัว ซึ่งจะทำให้แผนการทั้งหมดพังทลาย เขาลอบย่องออกจากบ้านผ่านเส้นทางที่เตรียมไว้ล่วงหน้า ทหารลาดตระเวนดูเหมือนจะไม่ทันสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของเขา เมื่อกลับมาถึงจุดนัดพบที่ปลอดภัย เขารีบส่งข่าวสารที่ได้มาให้หลี่หนิงเซียน
“พวกมันพูดถึงการจัดส่งชุดใหม่ และการเพิ่มกำลังคน ผมคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเส้นทางการค้าฝิ่นที่พวกเรากำลังพยายามทำลายอยู่” หลี่หนิงเซียนพยักหน้า สีหน้าของเธอแสดงความครุ่นคิด