ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 136 อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70
- บทที่ 136 อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง
บทที่ 136 อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง
กงชุนเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ “เธอพูดถูก นี่อาจเป็นวิธีที่ดีที่สุด การดูท่าทีของนายพลถานก่อนจะทำให้เรามีข้อมูลว่าใครอยู่ฝ่ายไหน… ถ้าเขาส่งคนมาสืบจริง ๆ ก็แปลว่าเขาอยู่ข้างเรา แต่ถ้าเขาเฉย นายพลเพ่ยก็อาจเป็นคนที่เหมาะสมกว่า”
เมื่อทุกคนพยักหน้าเห็นพ้องตามแผนที่ตกลงกันไว้ หลี่หลงเฟยเสนอว่าเขาจะเป็นคนออกหน้าสืบหาข่าว และหาตัวการให้เอง หลี่หนิงเซียนหันไปมองเขาด้วยความกังวล
“พี่หลงเฟย พี่จะออกไปอีกแล้วเหรอ? รอบนี้มีคนรู้แล้วนะว่าพี่เป็นคนของกองทัพ มันอาจอันตรายกว่าเดิม” เธอพูดด้วยน้ำเสียงห่วงใย
หลี่หลงเฟยยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องห่วงหรอก หนิงเอ๋อร์ พี่รู้ดีว่าจะจัดการยังไง ทุกอย่างจะเรียบร้อย เธอแค่ดูแลตัวเองให้ดีก็พอ”
กงชุนที่นั่งเงียบอยู่สักพักก็พูดขึ้น “ฉันเองก็คงต้องกลับเข้ากองทัพเพื่อตรวจดูสถานการณ์ภายใน เผื่อจะมีเบาะแสเกี่ยวกับคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”
ลี่หมิงซึ่งเงียบไปนานก็เอ่ยขึ้นบ้าง “ฉันจะไปดูท่าทีของพรรค คงพอจะได้ข่าวคราวจากสายของพรรคบางคน”
หลินถงพยักหน้ารับ “งั้นทางนี้ฉันกับจงซวนจะช่วยกันดูแล และคอยจับตาทางร้านติ่มซำ เผื่อมีคนแปลกหน้ามาสืบข่าว”
หลี่หนิงเซียนพยักหน้า “ฉันเองก็จะทำตัวปกติ มาดูแลที่ร้านเหมือนเคย แต่จะให้ทางร้านค้าในมือคอยฟังข่าว และรายงานกลับมาด้วย ถ้ามีอะไรผิดปกติ”
ทุกคนมองหน้ากันและยิ้มเล็กน้อย เป็นการให้กำลังใจกันและกัน แม้ว่าแต่ละคนจะต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง
แต่พวกเราก็พร้อมที่จะเผชิญกับมันเพื่อความถูกต้อง ความสามัคคีและความเชื่อใจระหว่างเรา ทำให้รู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอและทุกคนจะสู้ไปด้วยกันจนกว่าเรื่องนี้จะจบ
หลังจากวางแผนกันเสร็จ เราต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง กงชุนรีบกลับไปยังค่ายทหารเพื่อตรวจดูสถานการณ์ หลี่หลงเฟยก็มุ่งหน้าออกไปสืบข่าวสารจากเครือข่ายของเขาทันที ลี่หมิงเองก็หายไปในความเงียบ มุ่งหน้าไปยังพรรคของเขา ส่วนหลี่หนิงเซียนยังคงทำตัวตามปกติที่ร้านติ่มซำ แต่ลึก ๆ ก็ระมัดระวังตัวอยู่เสมอ
ในบ่ายวันนั้น หลี่หนิงเซียนคอยจับตามองความเคลื่อนไหวรอบ ๆ ร้าน มีลูกค้าเข้าออกตามปกติ แต่เมื่อสังเกตดี ๆ ก็เริ่มเห็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย สายตาของบางคนจ้องมองร้านอย่างพิจารณาเกินความจำเป็น
เธอยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ ทำทีเป็นเช็ดแก้วชา แต่สายตาก็คอยจับตามองพวกเขาตลอดเวลา หลินถงที่มาช่วยดูแลร้านสังเกตเห็นเช่นเดียวกัน เขาแอบกระซิบข้างหูเธอ
“พวกนั้นไม่น่าจะเป็นแค่ลูกค้าทั่วไปนะ หนิงเซียน มีอะไรบางอย่างแปลก ๆ” หลี่หนิงเซียนพยักหน้า
“ใช่ ฉันสังเกตเห็นเหมือนกัน พวกเขาเหมือนมาสืบดูอะไรบางอย่าง หรือต้องการเฝ้าติดตามเรา” จงซวนซึ่งนั่งอยู่ในมุมเงียบ ๆ ของร้าน พูดขึ้นเสียงเบา
“พวกนั้นอาจถูกส่งมาโดยนายพลเพ่ยหรือนายพลเถาเพื่อสังเกตการณ์เรา พวกมันคงอยากรู้ว่าเราจะทำอะไรต่อไป”
“ถ้าเป็นแบบนั้น เราก็ต้องระวังให้มากขึ้นแล้วล่ะ” เธอพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้ลูกค้าคนอื่น ๆ ในร้าน พยายามรักษาท่าทีปกติที่สุด ระหว่างที่เราคุยกันอยู่
ทันใดนั้นเอง มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน ท่าทางสุภาพ แต่แววตาของเขาคมกริบแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง เขากวาดสายตามองรอบร้าน ก่อนจะตรงเข้ามายังเคาน์เตอร์ที่หลี่หนิงเซียนยืนอยู่
“คุณหลี่หนิงเซียนใช่ไหมครับ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เธอรู้ดีว่าคำถามนี้มีเบื้องหลังอะไรบางอย่าง แต่ก็เลือกจะยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ใช่ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ?” ชายคนนั้นยิ้มตอบแต่แววตาของเขากลับเยือกเย็น
“นายพลเถาต้องการพูดคุยกับคุณ เขามีเรื่องสำคัญที่จะหารือ…เกี่ยวกับบางอย่างที่คุณและกลุ่มเพื่อนของคุณกำลังทำ” หัวใจของหลี่หนิงเซียนเต้นแรงขึ้นทันทีที่ได้ยินชื่อของนายพลเถา รู้ทันทีว่าการเผชิญหน้าในครั้งนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย เธอพยักหน้าเบา ๆ เพื่อรักษาสีหน้าให้ปกติ
“ได้ค่ะ ฉันเองก็ยินดีที่จะรับฟัง” หลินถงกับจงซวน ทำหน้าตกใจเล็กน้อย แต่พวกเขายังคงนิ่งไว้ หลี่หนิงเซียนหันมามองพวกเขาเป็นเชิงบอกให้วางใจ แล้วจึงเดินตามชายคนนั้นออกไปยังด้านหลังร้านที่เงียบสงบ
เมื่อเดินออกมาด้านนอก หลี่หนิงเซียนก็พบว่านายพลเถายืนรออยู่ ดวงตาของเขาเยือกเย็น และแฝงไปด้วยอำนาจ เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“นายพลเถา ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรถึงได้มาพบฉันที่นี่คะ?” หลี่หนิงเซียนถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ พยายามแสดงออกอย่างเป็นมิตร
“หลี่หนิงเซียน” เขาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่แฝงความเย็นชา “ฉันแค่สงสัยในจุดยืนของเธอกับคนอื่น ในช่วงที่ผ่านมา พวกเธอทำอะไรหลายอย่างที่ทำให้เกิดความปั่นป่วน และกระทบกับคนมากมาย” หลี่หนิงเซียนรู้สึกได้ถึงน้ำเสียงข่มขู่ที่แฝงมาในคำพูดนั้น
“พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะสร้างความปั่นป่วนค่ะ แต่บางครั้งสิ่งที่พวกเราทำ มันก็เป็นเรื่องของความถูกต้อง และการรักษาความยุติธรรม ถ้ามีใครเดือดร้อนจากการกระทำของพวกเรา บางทีเขาก็คงต้องตรวจสอบตัวเองด้วยว่าเขาทำอะไรไว้”
นายพลเถายิ้มเล็กน้อย แววตาเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นเล็กน้อย “หวังว่าคำพูดของเธอจะไม่ใช่คำเตือนสำหรับตัวเองหรอกนะ”
“ฉันเพียงแค่พูดในภาพรวมค่ะ” หลี่หนิงเซียนตอบกลับโดยไม่หวั่นไหว แม้ในใจจะตึงเครียด นายพลเถานิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับครุ่นคิดบางอย่าง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
“ฉันเพียงแค่มาเตือนว่า ในโลกนี้ไม่ได้มีแค่ความถูกต้องที่สำคัญเสมอไป บางครั้งการปรับตัว และรู้จักที่ทางของตัวเองก็เป็นสิ่งจำเป็น หวังว่าจะได้เห็นเธอเดินมาหาฉันเองนะ” เขาพูดทิ้งท้ายพร้อมกับมองหลี่หนิงเซียนด้วยสายตาที่ท้าทาย ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ
ทิ้งให้เธอยืนอยู่ในความคิดที่สับสนและกดดัน เมื่อกลับเข้าไปในร้าน หลินถงและจงซวนรีบเข้ามาหา
“หนิงเซียน เป็นอะไรไหม?” หลินถงถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไร นายพลเถาเพียงแค่มาเตือน แต่คำเตือนของเขามันชัดเจน…ทางของตัวเองก็เป็นสิ่งจำเป็น เหมือนเขาอยากให้เรายืนข้างเขา”
“รอดูไปก่อน ตอนนี้คงทำได้แค่ระวังตัวให้มากขึ้นแล้วล่ะ” จงซวนพูดพร้อมขมวดคิ้ว
“หวังว่าแผนของเราจะทำให้อะไรชัดเจนขึ้น” หลี่หนิงเซียนสูดลมหายใจลึก รู้ว่าการเดินในเส้นทางนี้มีแต่ความเสี่ยง แต่ก็เชื่อมั่นว่าความถูกต้องจะนำพาเราไปสู่สิ่งที่ดีกว่า แม้เส้นทางจะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม
หลังจากที่นายพลเถาจากไป หลี่หนิงเซียนยังคงรู้สึกถึงแรงกดดันที่ทิ้งค้างไว้ ราวกับเงาที่ไม่อาจเลี่ยงพ้นได้ หลินถง และจงซวนยังคงอยู่เคียงข้าง ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความกังวล เธอพยายามกลบความตึงเครียดด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ให้พวกเขาสบายใจขึ้น แม้ในใจจะรู้สึกถึงภัยคุกคามที่เข้าใกล้ทุกที
“นี่ไม่ใช่แค่การเตือนธรรมดา” จงซวนพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ ด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “ท่าทีของนายพลเถาคงเป็นการส่งสัญญาณว่า ใกล้ถึงเวลาที่เราต้องเลือกข้างแล้ว”
“ฉันว่าบางทีการยืนอยู่ข้างนายพลอาจจะูถกต้องก็ได้” หลินถงเสริม หลี่หนิงเซียนมองหน้าทั้งสองคนและพยักหน้า
“ฉันก็คิดแบบนั้นค่ะ ยิ่งเขามาเตือนแบบนี้ ฉันก็ยิ่งมั่นใจว่าเรากำลังอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง ความจริงอาจจะใกล้แค่เอื้อมเท่านั้น พวกเราถึงตกเป็นเป้าสายตา”