ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 135 ช่วยให้เรามีทางเลือกมากขึ้น
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70
- บทที่ 135 ช่วยให้เรามีทางเลือกมากขึ้น
บทที่ 135 ช่วยให้เรามีทางเลือกมากขึ้น
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างห้องครัว หลี่หนิงเซียนตื่นแต่เช้า เพื่อทำอาหารเช้าให้คุณปู่ เตรียมข้าวต้มอุ่น ๆ กับเครื่องเคียงเรียบร้อย จากนั้นก็ยกอาหารเดินตรงไปยังห้องนั่งเล่น ที่คุณปู่กับพี่ชายกำลังรออยู่
“คุณปู่คะ อาหารเช้าค่ะ” เธอยิ้มให้พร้อมวางอาหารลงบนโต๊ะ หลี่จ้านส่งยิ้มใจดีตอบกลับมา ขณะที่หลี่หลงเฟยพยักหน้ารับอย่างขอบคุณ พวกเรานั่งล้อมโต๊ะอาหารเล็ก ๆ ด้วยกัน บรรยากาศอบอุ่นของครอบครัวทำให้รู้สึกผ่อนคลายและสุขใจอย่างบอกไม่ถูก
“เมื่อคืนหนิงเอ๋อร์ไม่ได้กลับบ้านดึกไปหน่อยเหรอ? พอจะบอกปู่ได้ไหมว่าทำไม?” หลี่จ้านถามขึ้น น้ำเสียงแฝงด้วยความห่วงใย
“เมื่อคืนมีงานเลี้ยงนะคะ มีเพื่อน ๆ หลายคนรวมถึงกงชุนด้วย ฉันเลยไปร่วมงาน…” หลี่หนิงเซียนตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พยายามไม่ให้คุณปู่ต้องเป็นกังวลถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
“ไม่มีอะไรหรอกครับคุณปู่ หนิงเอ๋อร์ของเราดูแลตัวเองได้” หลี่หลงเฟยพูดขึ้นขณะตักข้าวต้มอย่างระวัง ขณะที่กำลังทานอาหารเช้าต่อ เธอก็พูดขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
“จริง ๆ แล้ว…หนูคิดมาสักพักแล้ว ว่าอยากให้คุณปู่ย้ายเข้าไปพักที่บ้านในเมือง บ้านนั้นอยู่ในย่านที่ปลอดภัย แถมมีคนดูแลเป็นอย่างดีด้วย” คุณปู่เงยหน้ามามองหลี่หนิงเซียน สีหน้าแสดงออกถึงความประหลาดใจและครุ่นคิด
“ไปอยู่ในเมืองเหรอ? ทำไมถึงอยากให้ปู่ไปล่ะ?” หลี่หนิงเซียนยิ้มบาง ๆ ก่อนจะตอบออกไป
“หนูอยากให้คุณปู่ได้พักผ่อนสบาย ๆ ค่ะ ในเมืองมีทั้งหมอ และคนดูแลใกล้ชิด ถ้าคุณปู่ย้ายไปพักที่นั่น หนูจะได้สบายใจว่าคุณปู่ปลอดภัย” หลี่หลงเฟยพยักหน้าเห็นด้วย
“ผมเองก็คิดว่ามันจะดีนะครับคุณปู่ คุณปู่จะได้ไม่ต้องเหนื่อยกับงานสวนที่นี่มากเกินไป แถมได้อยู่ใกล้หนิงเซียนมากขึ้นด้วย” หลี่จ้านเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังตัดสินใจ สีหน้าเขาดูอ่อนโยนแต่แฝงด้วยความคิดลึก ๆ ก่อนจะยิ้มและพยักหน้า
“ถ้าหลานทั้งสองคนเห็นดี ปู่ก็จะลองไปอยู่ดู แต่ปู่ขอเพียงอย่างเดียว…อย่าทิ้งบ้านนี้ไป ปู่ยังอยากให้ที่นี่เป็นบ้านของครอบครัวเราเสมอ”
“แน่นอนค่ะคุณปู่” หลี่หนิงเซียนตอบด้วยความยินดี ความอบอุ่นแผ่ซ่านอยู่ในใจ เมื่อเห็นคุณปู่ยอมรับข้อเสนอของเรา ขณะที่เรากำลังนั่งกินข้าวเช้ากันต่อ ความรู้สึกอุ่นใจ และผ่อนคลายจากการได้อยู่ร่วมกับครอบครัว ก็ท่วมท้นขึ้นมาในใจ
หลังจากที่ทานข้าวเช้าร่วมกับคุณปู่ หลี่หนิงเซียน และหลี่หลงเฟยก็รีบลุกขึ้นไปจัดการเก็บของใช้จำเป็นให้คุณปู่ เพื่อเตรียมให้คุณปู่ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านที่ซื้อไว้ในเมือง พวกเธอตั้งใจให้การย้ายนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด
หวังว่าคุณปู่จะได้พักผ่อน ในที่ที่ปลอดภัย และสะดวกสบาย โดยไม่ต้องมาพัวพัน หรือกังวลกับเรื่องราววุ่นวายที่พวกเธอกำลังเผชิญ หลี่หนิงจัดเสื้อผ้าลงในกล่อง
หลี่หลงเฟยจัดของใช้ส่วนตัว และยาสมุนไพรที่คุณปู่ต้องใช้เป็นประจำ แล้วมองรอบห้องของคุณปู่ที่เต็มไปด้วยข้าวของต่าง ๆ ที่ท่านเก็บรักษามานาน ห้องนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวันเก่า ๆ ภาพความทรงจำที่แสนอบอุ่น เขาเองก็อดรู้สึกเศร้าไม่ได้ เมื่อต้องเก็บข้าวของทั้งหมดนี้ออกไป
ระหว่างที่จัดของ หลี่หนิงเซียนได้แต่คิดในใจ ว่าการย้ายคุณปู่ไปอยู่ในเมืองครั้งนี้ อาจทำให้ท่านห่างไกลจากความอบอุ่น และบรรยากาศของบ้านที่คุณปู่รัก
แต่ฉันก็รู้ดีว่าที่นั่นปลอดภัยกว่ามาก และที่สำคัญ ฉันจะได้สบายใจว่าคุณปู่ จะไม่ต้องมาเจอเรื่องอันตราย หรือพัวพันกับแผนการลับ ๆ ที่ฉัน และเพื่อน ๆ กำลังตามสืบอยู่
หลังจากเก็บของเสร็จ หลี่หลงเฟยก็ขนหีบใส่ของลงไปยังรถจิ๊ปที่เตรียมไว้สำหรับการเดินทางไปยังเมือง
“หนิงเอ๋อร์ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ฉันจะดูแลเรื่องนี้ให้เรียบร้อย เธอจะได้ไม่ต้องมากังวลเรื่องคุณปู่” หลี่หลงเฟยพูดพลางแตะไหล่น้องสาวเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ เธอยิ้มตอบ แม้ในใจจะยังมีความกังวลที่แอบซ่อนอยู่ แต่เมื่อคิดว่าคุณปู่กำลังจะได้ไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว เธอก็รู้สึกเบาใจขึ้น
หลังจากทุกอย่างจัดเตรียมเรียบร้อย เธอเดินกลับเข้าไปหาคุณปู่ คุณปู่นั่งมองเธอด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ดวงตาของหลี่จ้านแฝงความรัก และความห่วงใย เธออดไม่ได้ที่จะนั่งลงข้าง ๆ จับมือคุณปู่เบา ๆ
“คุณปู่คะ หนูสัญญานะคะ ว่าจะพาคุณปู่กลับมาบ่อย ๆ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน รู้สึกทั้งดีใจ และเศร้าใจปนกัน หลี่จ้านพยักหน้าช้า ๆ
“ไม่ต้องห่วงหรอกหนิงเอ๋อร์ ปู่เองก็มีความสุขที่ได้เห็นหลานสบายใจขึ้น ถ้ามีอะไร ปู่ก็พร้อมจะช่วยเสมอ” หลี่หนิงเซียนยิ้มบาง ๆ แสร้งทำเป็นไม่คิดมาก ทั้งที่ในใจ อยากจะให้คุณปู่มีความสุขอยู่ไกล ๆ โดยไม่ต้องมาเสี่ยง กับเรื่องวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น
หลังจากพาคุณปู่ไปส่งที่บ้านใหม่ในเมืองเรียบร้อย หลี่หนิงเซียนก็รีบกลับมาที่ร้านติ่มซำ ร้านที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของชาจีน และบรรยากาศอบอุ่นเหมือนเคย
แม้จะมีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ แต่พอทางการจับตัวฟู่หรง คนที่สร้างความวุ่นวายให้ร้านได้สำเร็จ ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะกลับสู่สภาพปกติ ลูกค้าเริ่มกลับแน่นร้านอีกครั้ง
เมื่อหลี่หนิงเซียนเดินเข้ามาในร้าน ตรงมาที่ห้องชั้นสอง ทุกคนก็มารอกันอยู่แล้ว ใบหน้าของแต่ละคนเคร่งขรึม เตรียมพร้อมสำหรับการพูดคุยเรื่องสำคัญ กงชุนเป็นคนเริ่มต้นขึ้นก่อน น้ำเสียงของเขาหนักแน่นแต่แฝงไปด้วยความกังวล
“ฉันพอจะเดาได้แล้วว่าทำไมพวกเราถึงถูกจับตามอง” กงชุนพูดพลางมองสบตาทุกคน “ดูเหมือนมันจะไม่ใช่แค่เรื่องเล็ก ๆ แต่มีเบื้องหลังใหญ่กว่าที่เราคิด”
จงซวนพยักหน้าและพูดต่อ “จากการสอบสวนฟู่หรง เราได้ข้อมูลว่าหลายคนที่อยู่เบื้องหลังเขา คือกลุ่มที่เสียผลประโยชน์หนักมาก ตอนที่หมินคงถูกจับ มันส่งผลกระทบต่อธุรกิจมืดของพวกเขา โดยเฉพาะการค้าฝิ่นซึ่งสะดุดไปไม่น้อย”
“และที่สำคัญ หนิงเซียนก็ยังมาขวาง การส่งคนของพวกนั้น เข้ามาแทนหมินคงในการคุมกิจการทั้งหมด ทำให้ธุรกิจของพวกมันชะงักไปมาก มันจึงยิ่งทำให้พวกเราโดยเฉพาะเธอเป็นเป้าสายตา” หลินถงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เสริม
หลี่หนิงเซียนนิ่งฟังคำพูดของทุกคนอย่างตั้งใจ มองเห็นภาพสถานการณ์ทั้งหมดชัดเจนขึ้น จนพอเข้าใจว่าเหตุใดกลุ่มคนเหล่านั้นถึงตามเล่นงานเรา
“พวกเราเลยตกเป็นเป้าหมายของพวกมัน ทำให้มันส่งคนเล่นงาน” กงชุนสรุป น้ำเสียงเขาแฝงไปด้วยความร้อนใจเล็กน้อย “แต่ปัญหาคือ… เรื่องนี้ใหญ่เกินกว่าเราจะจัดการเองได้”
หลี่หลงเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น “เรื่องนี้อาจต้องแจ้งทางกองทัพนะ จะได้มีการตรวจสอบพวกที่คอยสนับสนุนพวกมันในเงามืด”
กงชุนพยักหน้าเห็นด้วย แต่ยังมีความระมัดระวัง “เห็นด้วยว่าควรแจ้งกองทัพ แต่เราคงต้องรอดูท่าทีของทั้งนายพลเพ่ย และนายพลถานก่อน ว่าจะเอาอย่างไร จะได้ไม่หลงไปอยู่ข้างคนผิด”
หลี่หนิงเซียนพูดแทรกขึ้นมาด้วยความมั่นใจ “ฉันคิดว่าเราควรแจ้งนายพลถานไปเลยนะ”
หลินถงมองหลี่หนิงเซียนด้วยแววตาที่แฝงความลังเล “หนิงเซียน เรื่องนี้เราใจร้อนรีบตัดสินใจไม่ได้นะ ถ้าแจ้งผิดคน หรือวางแผนพลาดไปเพียงนิดเดียว คนในกลุ่มเราอาจจะต้องรับเคราะห์”
หลี่หนิงเซียนพยายามอธิบายด้วยความหนักแน่น “แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ เราจะถูกจับตามองฝ่ายเดียวไปเรื่อย ๆ การเลือกเดินหน้ากับนายพลถาน จะช่วยให้เรามีทางเลือกมากขึ้น นายพลถานเองก็ดูเป็นคนที่รักษาความยุติธรรม หากเขาเห็นว่าเรื่องนี้สำคัญ ก็คงช่วยสืบสวนและปกป้องพวกเราได้”