ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 133 คำเตือนสำหรับพวกเธอ
บทที่ 133 คำเตือนสำหรับพวกเธอ
“หนิงเซียน… เธอรู้สึกเหมือนฉันไหม ว่าเพ่ยจวิ้นไม่ได้มาช่วยเราเพียงเพราะความเมตตา?” กงชุนหันมามองหลี่หนิงเซียนที่ยังคงมีแววตาหนักใจ
หลี่หนิงเซียนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เธอถอนหายใจยาว รู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นรอบตัวพวกเขา เงาที่มองไม่เห็น แต่สามารถสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แฝงอยู่ทุกมุม
“กงชุน ฉันกลัวว่าการเข้ามาของเธอในวันนี้ อาจจะเกี่ยวข้องกับบางแผนการที่เราไม่รู้” หลี่หนิงเซียนพูดเสียงเบา น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความระแวดระวัง กงชุนพยักหน้า
“ใช่ ฉันรู้…และก็คิดว่าคำที่เธอพูด…มีบางอย่างแอบแฝง คนที่สนใจ เธอคิดว่าฉันหรือเธอ” หลี่หนิงเซียนเหลือบตามองกงชุน สายตาของเธอเต็มไปด้วยความครุ่นคิด และระแวดระวัง ราวกับพยายามวิเคราะห์คำพูดที่เพ่ยจวิ้น
“ถ้าเป็นฉัน ก็คงคิดว่า… พวกเราทั้งคู่นั่นแหละที่เธอสนใจ” หลี่หนิงเซียนพูดเบา ๆ แววตาสับสนปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่ก่อนจะหายไป
“นายพลเพ่ยไม่ใช่คนที่จะสนใจเรื่องใด โดยไม่มีแผนการที่ซับซ้อน ถ้าเพ่ยจวิ้นเองก็ได้รับคำสั่งมา…ฉันกลัวว่าเราจะตกอยู่ในสายตาของพวกเขาตั้งแต่แรก” กงชุนขมวดคิ้วเล็กน้อย พยายามคิดทบทวน
“ฉันกลัวว่าไม่ใช่แค่เพ่ยจวิ้น หรือนายพลเพ่ยเท่านั้น ที่จับตามองเรา รู้สึกเหมือนมีบางคน หรือบางกลุ่มที่คอยดูเราอยู่จากเงามืด เฝ้ามองและเฝ้ารอ…”
“เธอเองก็รู้สึกแบบนั้นเหรอ?” เขารู้สึกเหมือนมีลางสังหรณ์บางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ ทั้งคู่มองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง จนรู้สึกถึงความเงียบที่ผิดปกติรอบตัว ราวกับความสงบนี้กำลังซ่อนอะไรบางอย่างที่อันตรายเอาไว้
ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากทางด้านหลังของพวกเขา ทั้งสองหันขวับไปทันที ใจเต้นแรงด้วยความตึงเครียด เงาของชายคนหนึ่งในชุดคลุมสีเทาปรากฏขึ้นจากมุมมืด
บุรุษผู้นั้นมีผ้าคลุมหน้าปกปิดใบหน้า ดวงตาเพียงคู่เดียวที่ปรากฏออกมาทอประกายด้วยความเยือกเย็นและไม่อาจคาดเดาได้
“พวกเธอสองคนดูเหมือนจะระวังตัวไม่น้อย แต่บางที…อาจจะน้อยเกินไปก็ได้” ชายคนนั้นพูดขึ้นด้วยเสียงเรียบและเยือกเย็น รอยยิ้มบางเบาที่แฝงไปด้วยเลศนัยปรากฏขึ้น กงชุนจับแขนหลี่หนิงเซียนเบา ๆ เป็นเชิงเตือนให้เธอระวังตัว ก่อนจะพูดกับชายลึกลับนั้น
“คุณต้องการอะไร ทำไมถึงตามพวกเรามา?” ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบ
“อย่าหลงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ตามพวกเธอ ก็แค่มาทำหน้าที่ของฉัน…ซึ่งบังเอิญเกี่ยวข้องกับพวกเธอโดยตรง” หลี่หนิงเซียนขมวดคิ้ว
“หน้าที่? หน้าที่อะไร?” ชายชุดคลุมเทายิ้มบางเบา เขาก้าวเข้ามาใกล้จนแสงจันทร์ที่ส่องลงมา จับเงาของเขาในมุมที่เห็นเพียงครึ่งหน้า
“หน้าที่ในการสังเกตการณ์ พวกเธอมีบางสิ่งที่นายของฉันต้องการรู้ และฉันก็มาเพื่อเก็บข้อมูลเหล่านั้นเท่านั้น…แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้บอกอะไรมากกว่านี้”
“นายของคุณ?” กงชุนถามด้วยความสงสัยและระแวดระวัง ชายชุดคลุมเทาไม่ตอบ เขายืนนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“คำเตือนสำหรับพวกเธอ… จงระวังผู้ที่เสนอความช่วยเหลือให้ ระวังคำพูดที่ดูเหมือนไร้พิษภัย เพราะพวกมันอาจซ่อนคมมีดไว้มากกว่าที่เห็น” พูดจบ ชายคนนั้นก็หายตัวไปในความมืด ราวกับเป็นเพียงเงา เงียบสงบไร้ร่องรอย ทิ้งให้หลี่หนิงเซียน และกงชุนยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน ขณะที่ความหวาดระแวงในใจของพวกเขาค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้น หลี่หนิงเซียนกระซิบเบา ๆ
“กงชุน…ถ้าหากเราถูกจับตามองจริง ๆ เราจะทำอย่างไรต่อไปดี?” กงชุนจ้องมองเธอด้วยความหนักแน่น แม้ในดวงตาจะมีความกังวลปรากฏอยู่ แต่เขาพยายามสร้างความมั่นใจให้เธอ
“หนิงเซียน ไม่ว่าคนพวกนั้นจะมีแผนการอะไร ฉันจะหาทางปกป้องเธอเราต้องวางแผน และหาความจริงให้ได้ว่าแท้จริงแล้วใครกันที่ต้องการตัวเรา… และเพราะอะไร จึงสนใจเรา”
“งั้นเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาคนอื่นด้วยเถอะ”
“อือ” กงชุนตอบรับคำของหลี่หนิงเซียน
วันรุ่งขึ้น หลี่หนิงเซียน และกงชุนตัดสินใจไปพบกับ กลุ่มเพื่อนสนิทที่พวกเขาไว้วางใจอย่างที่สุด จงซวน หลินถง และลี่หมิง รวมถึงหลี่หลงเฟยพี่ชายของหลี่หนิงเซียน ทั้งห้าคนนั่งรวมตัวกันในห้องของร้านติ่มซำ
หลี่หนิงเซียนเริ่มเล่าถึงเหตุการณ์ที่พวกเขาพบเจอเมื่อคืน เริ่มจากการพบเพ่ยจวิ้นในร้านและจบด้วยการปรากฏตัวของชายชุดคลุมสีเทา จนกระทั่งถึงคำเตือนลึกลับที่เขาทิ้งไว้ก่อนจะหายตัวไป
เมื่อได้ฟังจบ ลี่หมิงหรี่ตาลงเล็กน้อย และขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งขรึมขณะที่ครุ่นคิด ก่อนจะพูดขึ้น
“ชายชุดคลุมเทาที่ว่า… ฉันนึกถึงใครบางคนที่มีโอกาสเป็นไปได้” ทุกคนหันไปมองลี่หมิงด้วยความสนใจ และสงสัย
หลี่หลงเฟยเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย เขาถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ใครกัน?”
ลี่หมิงสูดลมหายใจลึกแล้วตอบ “เสวียนอี้… เสนาธิการของพรรค และยังเป็นคนสนิทของนายพลเถา ฉันเคยได้ยินมาว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสอดแนม และรวบรวมข้อมูล คำพูดของเขามักแฝงเลศนัย… และเป็นคนที่ขึ้นชื่อเรื่องการปรากฏตัวในเงามืด”
“ฉันก็เคยได้ยินเรื่องของเสวียนอี้มาเหมือนกัน เขาถือเป็นบุคคลที่มีความสูง เชี่ยวชาญด้านการเมือง และการทูต แต่ก็มีข่าวลือว่าเขามีฝีมือการต่อสู้ที่น่ากลัวไม่น้อย ถ้าเป็นเขาจริง ๆ ก็หมายความว่านายพลเถากำลังให้ความสนใจในตัวพวกเรา” กงชุนฟังแล้วก็ทำสีหน้าเคร่งขรึม ก้มหน้าครุ่นคิด
จงซวนที่เงียบฟังมานานพยักหน้ารับ “พวกเธอรู้ไหมว่าเรื่องนี้อาจจะใหญ่กว่าที่พวกเราคิด… นายพลเถาไม่ได้มีความสัมพันธ์ดีกับนายพลเพ่ยเท่าใดนัก การที่เพ่ยจวิ้นกับเสวียนอี้ปรากฏตัวใกล้กันแบบนี้ กลัวว่าทั้งสองคนอาจมีแผนอะไรบางอย่างที่มากกว่าแค่การจับตาดูพวกเรา”
กงชุนกำหมัดแน่น เขาเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล “แล้วเราจะทำยังไงต่อไปดี ฉันไม่อยากให้พวกเขาต้องถูกดึงเข้าไปในความขัดแย้งระหว่างนายพลทั้งสอง…”
หลี่หลงเฟยยิ้มบาง ๆ “ไม่ต้องห่วง ฉันต็มใจช่วยพวกเธออยู่แล้ว อีกอย่าง หากเราไม่เข้าไปแทรกแซง เราอาจตกเป็นเป้าหมายโดยไม่รู้ตัวเสียก่อน ตอนนี้เราจำเป็นต้องรู้เจตนาที่แท้จริงของเสวียนอี้และเพ่ยจวิ้น”
หลี่หนิงเซียนพยักหน้า “ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันเห็นด้วยว่าพวกเราควรหาความจริงให้ได้ก่อนว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่”
“ฉันมีแผนเล็ก ๆ ที่อาจทำให้เราได้คำตอบ” หลินถงเอ่ยขึ้นด้วยแววตาเฉียบคม
“ฉันรู้ว่ามีงานเลี้ยงใหญ่ที่บ้านตระกูลเจียคืนนี้ นายพลเถาจะมาร่วมด้วยแน่เพราะภรรยาของเขาเป็นคนตระกูลนี้ เราสามารถแทรกซึมเข้าไปในงานนี้และหาข้อมูลจากเครือข่ายคนของเขาได้” ทุกคนมองหลินถงอย่างสนใจ ก่อนจะพยักหน้าเห็นพ้องตามแผนนี้
หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อยกับเพื่อน ๆ เรารู้ดีว่าหลังจากคืนนี้ คงไม่มีโอกาสจะถอยกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก แต่ทุกคนก็ดูมุ่งมั่น เราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาต้องเผชิญเรื่องนี้เพียงลำพัง
ค่ำคืนของงานเลี้ยงที่บ้านตระกูลเจียมาถึงเร็วเกินกว่าที่คาดไว้ ทุกคนในกลุ่มปลอมตัวเป็นแขกจากต่างเมือง เพื่อให้ดูไม่น่าสงสัย เข้าไปในบ้านที่จัดแต่งอย่างหรูหรา โคมไฟสีทองส่องสว่างทั่วห้องโถงใหญ่ โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอาหารหลากชนิด และเสียงดนตรีขับกล่อมบรรเลงอยู่เบื้องหลัง กงชุนเดินเข้ามาใกล้ฉันและกระซิบเบา ๆ
“หนิงเซียน ระวังตัวด้วย ถ้าเห็นอะไรผิดปกติรีบหาทางออกทันทีนะ” หลี่หนิงเซียนพยักหน้าเบา ๆ รู้สึกถึงความตึงเครียดที่ปะปนกับเสียงหัวเราะ และการเฉลิมฉลองรอบตัว ก่อนแยกกันตามแผนเพื่อค้นหาข้อมูล