ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 128 ไม่ต้องการจะให้คุณรออะไรอีกแล้ว
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70
- บทที่ 128 ไม่ต้องการจะให้คุณรออะไรอีกแล้ว
บทที่ 128 ไม่ต้องการจะให้คุณรออะไรอีกแล้ว
เขาหยุดมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกอบอุ่นที่แฝงไปด้วยความประทับใจค่อย ๆ แทรกเข้ามาในหัวใจ เสียงลมหายใจของเขาทำให้หลี่หนิงเซียนเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจและยินดี รอยยิ้มที่อบอุ่นผุดขึ้นทันทีเมื่อเห็นเขา
“กลับมาแล้วเหรอ?” เสียงของเธอนุ่มนวล และอ่อนโยน ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายด้วยความยินดีอย่างไม่ปิดบัง
“กลับมาแล้ว” กงชุนตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เขายืนมองเธอที่หันกลับไปสนใจกองบัญชีอีกครั้ง มือขาวผ่องถือปากกาเขียนลงบนกระดาษอย่างคล่องแคล่ว และละเอียดลออ
“เหนื่อยมากไหม?” หลี่หนิงเซียนเอ่ยเบา ๆ พลางเงยหน้าขึ้นมามองเขาแวบหนึ่ง ด้วยความรู้สึกห่วงใย และอ่อนโยน กงชุนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้และพูดด้วยเสียงอบอุ่น
“เธอกำลังทำงานหนักเหมือนกันนี่นา ฉันไม่เหนื่อยเท่าไรหรอก มีอะไรให้ช่วยไหม” หลี่หนิงเซียนสบตาเขา ความเงียบสงบของบ้านหลังนี้ และการอยู่เคียงข้างกัน ทำให้เขารู้สึกว่าการกลับมาในครั้งนี้ คือความสุขที่แท้จริง ก่อนเธอจะยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่มีอะไรต้องช่วยหรอก เกือบเสร็จแล้ว” เธอกล่าวเสียงนุ่ม แต่สายตาที่มองเขานั้นอบอุ่น และอ่อนโยน ดวงตาสีดำเข้มของหลี่หนิงเซียน สะท้อนประกายจากแสงไฟดวงเล็ก ๆ ที่ส่องอยู่เหนือโต๊ะ ทำให้บรรยากาศรอบข้างดูอ่อนโยน และสงบอย่างน่าประหลาด
กงชุนนั่งลงข้าง ๆ เธออย่างเงียบ ๆ เหมือนเขาแค่อยากอยู่ใกล้ ไม่อยากให้เธอรู้สึกว่าต้องอยู่ลำพัง มือหนาของเขาวางลงบนขอบโต๊ะ ใกล้กับมือของหลี่หนิงเซียน และแม้ไม่ได้จับมือกัน แต่การที่ได้อยู่ใกล้ ๆ อย่างนี้ก็พอจะทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งหมดเลือนหายไป
“เธอตั้งใจทำงานมากจริง ๆ นะ” เขากระซิบชมเบา ๆ น้ำเสียงแฝงด้วยความเอ็นดู หลี่หนิงเซียนอมยิ้มเล็กน้อย และหันกลับไปเขียนต่อ
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงลมหายใจเบา ๆ ของกงชุนก็ทำให้เธอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เธอเห็นเขานั่งหลับตาเอนหลังพิงพนักอย่างสบาย รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของหลี่หนิงเซียน ขณะที่เธอหยุดมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน
“ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันนะ” เธอพูดเบา ๆ ราวกระซิบ และถึงแม้จะไม่ได้ตั้งใจให้เขาได้ยิน แต่กงชุนก็ลืมตาขึ้นมาพอดี เขามองเธอพร้อมยิ้มรับ ก่อนจะเอื้อมมือมาวางบนมือของเธออย่างนุ่มนวล
“ไม่ว่าเมื่อไหร่ ฉันจะอยู่ตรงนี้เสมอ” เขากระซิบตอบ แววตาเต็มไปด้วยความจริงใจ
ในความเงียบสงบ และอุ่นไอของค่ำคืนนี้ เสียงหัวใจของทั้งสองคนค่อย ๆ เข้าจังหวะกัน ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเพิ่มเติม ความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ และความผูกพันได้ถ่ายทอดระหว่างกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำออกมา
กงชุนจ้องมองหลี่หนิงเซียนอยู่ครู่หนึ่ง แววตาของเขาลึกล้ำ และอ่อนโยนอย่างบอกไม่ถูก เธอรับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่แทรกซึมผ่านสายตาคู่นั้นมา แต่ก็ทำได้เพียงยิ้มบาง ๆ พลางก้มหน้าลงขณะที่หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้น
กงชุนเอื้อมมือมาใต้คางของเธออย่างนุ่มนวล ยกใบหน้าของหลี่หนิงเซียนขึ้นช้า ๆ สายตาทั้งสองสบกันอีกครั้ง ไม่มีคำพูดใด ๆ ทั้งคู่ต่างเงียบงัน ราวกับว่าในโลกนี้เหลือเพียงพวกเขาสองคน
เธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หัวใจเต้นโครมครามเมื่อใบหน้าของเขาค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้มากขึ้น จนกระทั่งริมฝีปากของเขาสัมผัสริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบา
สัมผัสนั้นอ่อนโยนแต่ลึกล้ำ ราวกับต้องการสื่อความรู้สึกทั้งหมดที่เขาไม่เคยได้เอ่ยออกมา หลี่หนิงเซียนรู้สึกราวกับถูกตรึงอยู่ในห้วงเวลานั้น หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา
กงชุนค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาช้า ๆ แต่ยังคงมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน
“ขอโทษนะ… ฉันอดใจไม่ไหวจริง ๆ” เขาพูดเบา ๆ เสียงทุ้มแฝงความเขินอาย และความรักที่ซ่อนอยู่
หลี่หนิงเซียนหน้าแดงซ่าน แต่ก็ยิ้มออกมาอย่างเขินอาย เธอไม่รู้จะตอบเขาอย่างไร ความรู้สึกทั้งหมดล้นทะลักในหัวใจจนเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
กงชุนเพียงยิ้มบาง ๆ ก่อนจะยื่นมือมาเกาะกุมมือของเธอไว้อย่างอบอุ่น ความเงียบในค่ำคืนนี้ห้อมล้อมพวกเขาด้วยความสุข และความผูกพันที่ลึกซึ้ง ราวกับคำมั่นสัญญาว่า พวกเขาจะก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปด้วยกัน
“มะ…ไม่เป็นไร”
“หนึ่งปีแล้วนะ เลยเวลาที่เธอขอไว้ก่อนหน้า…” กงชุนพูดขึ้น น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่แฝงความหวังที่เฝ้ารอ หลี่หนิงเซียนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาเธอมั่นคง และเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่เก็บไว้ในใจมานาน เธอสูดหายใจเข้าลึกก่อนเอ่ยคำที่เธอรู้ว่าเขารอคอย
“ฉันจะเป็นภรรยาของคุณ” คำตอบนั้นเรียบง่าย แต่กลับอบอุ่นและหนักแน่น ราวกับเป็นคำสัญญาที่จะผูกพันเขาและเธอไว้ตลอดไป
กงชุนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบนั้น ดวงตาของเขามีแววอ่อนโยนและตื้นตันที่มองมาที่เธอ ความเงียบงันที่ตามมาช่างอบอุ่น หลี่หนิงเซียนยืนอยู่ตรงหน้าเขา มือของเธอสั่นเล็กน้อย แต่ใบหน้าก็ยังคงยิ้มบางๆ อย่างนุ่มนวล
“เธอ…แน่ใจนะ?” กงชุนถามอีกครั้ง แม้คำตอบของเธอจะชัดเจนแล้ว แต่เขาก็ยังถามเพื่อให้มั่นใจ ความอ่อนโยนในน้ำเสียงของเขาทำให้หลี่หนิงเซียนเผลอยิ้มออกมา
“ฉันแน่ใจ…” เธอพูดเบา ๆ สายตาจ้องมองเขาด้วยความจริงใจ “ฉันคิดดีแล้ว หนึ่งปีที่ผ่านมานี้ ฉันรู้ว่าคุณสำคัญกับฉันมากแค่ไหน ฉันไม่ต้องการจะให้คุณรออะไรอีกแล้ว”
คำพูดเหล่านั้นทำให้กงชุนยิ้มออกมา แววตาของเขาสว่างไสวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น มือค่อย ๆ เอื้อมไปเกาะกุมมือของเธอแน่น ราวกับอยากให้เธอมั่นใจในสิ่งที่เขารู้สึก
“เธอจะเป็นภรรยาของฉันจริง ๆ นะ?” เขาถามซ้ำราวกับว่ายังไม่อยากจะเชื่อ หลี่หนิงเซียนพยักหน้าอย่างช้า ๆ แก้มของเธอขึ้นสีชมพูอ่อน แต่แววตายังคงมั่นคง
“ฉันอยากจะอยู่เคียงข้างคุณจริง ๆ ต่อจากนี้ไป…ฉันจะเป็นภรรยาของคุณ” กงชุนไม่สามารถซ่อนความสุขที่ท่วมท้นไว้ได้อีก เขาดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดอย่างอบอุ่น ความแนบชิดนั้นทำให้หลี่หนิงเซียนรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองกำลังเต้นดังจนแทบจะหลุดออกมา
“ขอบคุณนะ…ที่ให้ฉันได้รักเธอ และได้มีเธออยู่ข้าง ๆ” เขากระซิบข้างหูเธอเบา ๆ พร้อมกับกอดเธอแน่นขึ้น ราวกับว่าไม่อยากให้เธอจากไปไหนอีก ทั้งสองคนยืนกอดกันในความเงียบ แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจที่ไม่ต้องเอ่ยเป็นคำพูด
กงชุนค่อย ๆ คลายอ้อมกอด แต่ยังคงจับมือของหลี่หนิงเซียนไว้แน่น สายตาของเขาอ่อนโยนและอบอุ่น ราวกับอยากจะเก็บทุกเสี้ยววินาทีนี้ไว้ในความทรงจำ เขามองเธออย่างลึกซึ้ง พลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยผมที่ตกลงมาข้างแก้มของเธอเบา ๆ
“หลังจากนี้ เธอจะมีฉันเป็นครอบครัวของเธอนะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ราวกับคำสัญญาที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจ
หลี่หนิงเซียนยิ้มรับ ดวงตาของเธอเปล่งประกายไปด้วยความสุข และยกมือขึ้นวางทาบลงบนมือของเขา ราวกับจะยืนยันอีกครั้งว่าคำพูดของเขานั้นจริงแท้
“ฉันอยากจะอยู่กับคุณ…ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ฉันก็จะอยู่ตรงนี้ ข้าง ๆ คุณเสมอ”
กงชุนยิ้มตอบ รอยยิ้มของเขาละมุน และเต็มไปด้วยความหมาย เขาค่อย ๆ ก้มลงมาใกล้เธออีกครั้ง และคราวนี้ริมฝีปากของเขาประทับลงบนหน้าผากของหลี่หนิงเซียนอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่นุ่มนวล อ่อนโยน เต็มไปด้วยความรักที่แท้จริง
จากนี้ไป ไม่ว่าจะเผชิญกับอุปสรรคใด ๆ พวกเขาจะอยู่เคียงข้างกัน ในฐานะคนรักที่ได้ร่วมทางกันตลอดชีวิต รอยยิ้ม และแววตาของพวกเขาสื่อถึงคำมั่นสัญญา โดยไม่ต้องเอ่ยถ้อยคำใด ๆ อีก