ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 126 ต้องรอดูว่าเธอจะมาไม้ไหน
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70
- บทที่ 126 ต้องรอดูว่าเธอจะมาไม้ไหน
บทที่ 126 ต้องรอดูว่าเธอจะมาไม้ไหน
หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง ร้านค้าที่เมืองไป๋ชานก็ได้หมินเหลียนดูแลอย่างที่เธอต้องการ ซึ่งหมินเหลียนส่งรายงานบัญชีมาให้หลี่หนิงเซียนดูทุกอาทิตย์
ทำให้หลี่หนิงเซียนสามารถตรวจสอบ และวางแผนการค้าต่อได้อย่างราบรื่น มู่โจวเองก็ช่วยดูแลร้านให้เป็นระยะ แวะเวียนไปมาระหว่างเมืองหลวงกับเมืองไป๋ชานเพื่อคอยเช็คความเรียบร้อย
ส่วนร้านติ่มซำของหลี่หนิงเซียนก็ไปได้สวยเช่นกัน ทุกวันผู้คนต่างเดินทางมาเพื่อลิ้มรสอาหารของเธอ กลิ่นหอมของติ่มซำที่ลอยมาจากครัวเล็กๆ ของเธอดึงดูดชาวบ้านและนักเดินทางทั้งใกล้ไกล
จนสินค้าภายในร้านแทบไม่เคยพอขาย ต้องคอยเพิ่มของเข้ามาอยู่ตลอด แม้จะทำงานเหน็ดเหนื่อย แต่หลี่หนิงเซียนก็รู้สึกอิ่มใจที่ได้เห็นความสำเร็จของร้านที่สร้างขึ้นมาเองกับมือ
ในขณะเดียวกัน หลี่หลงเฟยพี่ชายที่เธอเคารพ ก็ได้เข้ารับตำแหน่งที่กองทัพอย่างเป็นทางการ หลี่หลงเฟยเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น และรับผิดชอบ เขาตั้งใจทำงานเพื่อครอบครัว ทำให้หลี่หนิงเซียนรู้สึกภูมิใจในตัวเขาไม่น้อย เธอรู้ว่าเขาจะเป็นกำลังสำคัญของบ้านเมือง และจะเป็นกำลังใจสำคัญให้เธอเสมอ
สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างหลี่หนิงเซียนกับกงชุนนั้น ก็ยิ่งอบอุ่น และลึกซึ้งมากขึ้น ทุกวันทั้งสองใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น ได้เรียนรู้ข้อดี และข้อบกพร่องของกันและกัน
หลี่หนิงเซียนรู้สึกได้ว่ากงชุนเป็นทั้งเพื่อนคู่คิด และคนที่เธอไว้ใจได้ในทุกเรื่อง เขามักจะช่วยเธอคิดหาทางออกในเรื่องการค้า คอยอยู่เคียงข้างในวันที่เหนื่อยล้า
กงชุนเองก็ยิ้มแย้มมากขึ้นเมื่อได้เห็นเธอมีความสุข ความอ่อนโยนของเขาคือสิ่งที่เธอประทับใจ เขาไม่เคยเร่งเร้า ไม่เคยกดดันเธอในการตัดสินใจใด ๆ ราวกับรู้ว่าเธอต้องการเวลาในการปรับตัว
หลี่หนิงเซียนเริ่มรู้สึกว่าความรักที่เธอมีให้เขา ไม่ได้เพียงแค่จากคำพูด แต่จากการกระทำ และความรู้สึกที่หล่อหลอมขึ้นจากการร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตลอด
ในทุกวัน ชีวิตของหลี่หนิงเซียนเริ่มพบความสมดุล เธอมีทั้งหน้าที่ ความรัก และกำลังใจจากผู้คนที่อยู่รอบข้าง ทั้งหมดนี้ทำให้เธอรู้สึกมั่นใจในเส้นทางข้างหน้า และพร้อมจะก้าวไปข้างหน้าในฐานะผู้หญิงที่แข็งแกร่ง และเปี่ยมไปด้วยความรัก
“หนิงเซียน ๆ” เสียงเรียกของหลินถงดังขึ้นจากหน้าประตูร้าน หลี่หนิงเซียนเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารบัญชีที่เธอกำลังจัดการ เห็นหลินถงก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นเต้น
หลินถงชอบแวะเวียนมาที่ร้านของเธอเสมอ แถมยังมักพาจงซวนติดมาด้วยจนกลายเป็นคู่หูที่แยกกันไม่ออก ทั้งสองคนมักมาคุยเล่นถามไถ่เรื่องการแพทย์กับเธอ
และบ่อยครั้งยังแวะมาหาเรื่องสนุกเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เธอได้หัวเราะไปด้วย หลี่หนิงเซียนอดคิดไม่ได้ว่า แม้หลินถงจะท่าทางซุกซน แต่เขาก็เป็นเพื่อนที่สร้างสีสันให้กับชีวิตที่เคร่งเครียดของเธอได้ไม่น้อย
“มีอะไรเหรอ?” หนิงเซียนถามอย่างสงสัย
“ได้ข่าวว่าเพ่ยจวิ้นกลับมาแล้วนะ” หลินถงยิ้มเจ้าเล่ห์
“เพ่ยจวิ้น? ใคร? เกี่ยวอะไรกับฉัน?” หลี่หนิงเซียนถามเสียงเรียบ พลางก้มกลับไปทำงานในมือ ไม่แสดงท่าทีสนใจนัก
“นี่เธอไม่รู้จริง ๆ เหรอ” หลินถงเลิกคิ้ว พลางทำท่าเสียดาย “เพ่ยจวิ้นเป็นคนที่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับชีวิตเธอมากที่สุด”
“เกี่ยวกับการค้าหรือเปล่า?” หลี่หนิงเซียนถามพลางก้มมองบัญชีในมือด้วยสายตาแน่วแน่ “ถ้าไม่เกี่ยว ฉันไม่สนใจหรอก เสียเวลาเปล่า”
หลินถงถอนหายใจอย่างปลง “สมองเธอคิดแต่เรื่องเงินหรือไง?”
“ก็ใช่ไง เรื่องอื่นมันเสียเวลา” หลี่หนิงเซียนตอบกลับ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พลางเลิกคิ้วมองเขาอย่างสงสัย
“เรื่องนี้เกี่ยวกับกงชุน”
“ถ้าเรื่องนี้เกี่ยวกับกงชุนจริง ๆ ก็ว่ามา”
“หึ ในที่สุดก็สนใจล่ะสิ” หลินถงหัวเราะเล็กน้อยอย่างสะใจ “เพ่ยจวิ้นน่ะ เป็นลูกสาวของนายพลใหญ่ เธอชอบกงชุนมาตั้งแต่กงชุนเพิ่งเข้าร่วมกองทัพใหม่ ๆ เธอถึงขนาดคอยตามเขาอยู่แทบทุกที่เลยนะ”
หลี่หนิงเซียนชะงักไปเล็กน้อย แต่สีหน้าของเธอพยายามไม่แสดงอะไรออกมามากนัก
“แล้ว… กงชุนชอบเธอหรือเปล่า?”
“ไม่” เสียงทุ้มของจงซวนที่ยืนฟังอยู่เงียบ ๆ มาตลอดตอบขึ้นมาทันที ราวกับต้องการยืนยันอย่างชัดเจน หลินถงหันขวับไปมองเพื่อนของเขา สีหน้าขุ่นเคืองเล็กน้อย
“นายจะแย่งฉันพูดทำไม”
“เพราะนายชอบพูดเกินจริง” จงซวนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ถึงเพ่ยจวิ้นจะตามกงชุนจริง แต่กงชุนไม่ได้มีใจให้เธอ นายรู้ดี”
หลินถงกลอกตา ก่อนจะหันกลับมาหาหลี่หนิงเซียน “ก็ใช่ กงชุนไม่ได้สนใจเธอหรอก แต่เธอเป็นลูกสาวนายพล มีอำนาจและความมั่งคั่งพอตัว ที่น่าห่วงคือเธอคงไม่ยอมถอยง่าย ๆ ล่ะ”
หลี่หนิงเซียนพยักหน้าช้า ๆ หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยอย่างห้ามไม่ได้ แม้ว่าเธอจะเชื่อใจในความรู้สึกของกงชุน แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะมีความกังวลแทรกเข้ามา นึกถึงว่าเพ่ยจวิ้น ผู้หญิงที่มีทั้งฐานะ อิทธิพล และกล้าจะตามกงชุนไปได้ทุกที่ เธอไม่อาจคาดเดาได้ว่าเพ่ยจวิ้นจะทำอะไรบ้างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ
“งั้นก็ต้องรอดูว่าเธอจะมาไม้ไหน” หลี่หนิงเซียนพึมพำกับตัวเอง แต่แววตามีประกายของความมุ่งมั่น ความรักที่เธอมีให้กงชุนนั้นพอที่จะยืนหยัดในสิ่งที่เธอเชื่อ และเธอจะไม่ปล่อยให้ใครมาสั่นคลอนความสัมพันธ์นี้ไปได้ง่าย ๆ
หลินถงมองสีหน้าจริงจังของเธอแล้วยิ้มกว้าง “นั่นแหละหนิงเซียน คนที่ฉันรู้จัก ต่อให้เป็นลูกสาวนายพลมาทั้งกองทัพ เธอก็คงไม่ยอมถอยสินะ?”
หลี่หนิงเซียนยิ้มมุมปากพลางตอบกลับ “ฉันไม่จำเป็นต้องถอย ก็แค่คนที่พยายามทำให้กงชุนสนใจ โดยไม่เข้าใจว่าอะไรที่สำคัญจริง ๆ”
ทั้งหลินถงและจงซวนมองเธอด้วยความชื่นชม ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ รู้ดีว่าหญิงสาวคนนี้ คือหลี่หนิงเซียนที่พวกเขารู้จัก คนที่พร้อมจะยืนหยัดในทุกเรื่อง ทั้งเพื่อตัวเองและเพื่อคนที่เธอรัก
หลังจากประชุมเสร็จ กงชุนเดินออกมาจากห้องประชุมด้วยท่าทางเหนื่อยล้า เขาตรงไปที่โรงอาหารของกองทัพเพื่อหาอะไรกินแก้หิว โรงอาหารยามนี้ค่อนข้างสงบ มีเพียงเสียงพูดคุยเบา ๆ ของทหารที่นั่งพักผ่อน และรับประทานอาหารกันอย่างผ่อนคลาย
ซงหย่งที่ติดตามกงชุนมาตลอดรีบเข้ามานั่งข้าง ๆ พร้อมยกถาดอาหารวางลงบนโต๊ะ พลางมองกงชุนด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ซงหย่งเป็นรุ่นน้องที่เคียงข้างกงชุน มาตั้งแต่เริ่มเข้ากองทัพ และมักพูดคุยกับเขาในเรื่องต่าง ๆ อย่างตรงไปตรงมา
“นี่ พี่” ซงหย่งพูดขึ้นอย่างจริงจัง พลางวางช้อนลง “ฉันว่าถึงเวลาแล้วที่พี่ควรจะเริ่มมองเพ่ยจวิ้นอย่างจริงจังบ้าง”
กงชุนเงยหน้าจากถาดอาหาร มองซงหย่งด้วยความประหลาดใจ และรำคาญเล็กน้อย “นายจะพูดเรื่องนี้อีกแล้วเหรอ?”
ซงหย่งถอนหายใจ พลางยิ้มเย้ย ๆ “ก็ใช่น่ะสิ ฉันเห็นเพ่ยจวิ้นเป็นลูกสาวของนายพลคนสำคัญ ฐานะก็สูงส่ง การศึกษาดี แถมเธอก็ชอบพี่มาตลอด มันก็ดูเหมาะสมกว่าที่พี่จะไปสนใจผู้หญิงบ้านนอกผอมแห้งคนนั้น ที่แม้แต่ความรู้เรื่องมารยาทก็ยังไม่มี”
กงชุนชะงัก คำพูดของซงหย่งทำให้เขารู้สึกไม่พอใจทันที เขาวางช้อนลงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะจ้องหน้าเพื่อนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“นายกำลังหมายถึงหนิงเซียนใช่ไหม?”
“ก็ใช่น่ะสิ!” ซงหย่งตอบกลับอย่างรวดเร็ว “พี่ไม่คิดบ้างเหรอว่าอนาคตของพี่มีค่า พอที่จะเลือกสิ่งที่ดีกว่านี้ เพ่ยจวิ้นคือคนที่เหมาะสมกับพี่มากที่สุดในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นฐานะ อำนาจ หรือความสวย เธอเป็นหญิงที่ได้รับการยอมรับในหมู่ชนชั้นสูง ต่างจาก…หลี่หนิงเซียนที่ทั้งชีวิตเติบโตมาจากชนบท และไม่มีอะไรโดดเด่นพอที่จะช่วยพี่ได้”
กงชุนฟังด้วยความอดทน ก่อนจะสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับความโกรธที่เริ่มก่อตัวในใจ เขามองซงหย่งด้วยสายตาจริงจังและกล่าวอย่างหนักแน่น
“ซงหย่ง ฉันไม่เคยสนใจว่าใครจะมีฐานะอย่างไร หรือว่าใครจะมีอำนาจมากแค่ไหน สิ่งที่ฉันมองหาในคนที่จะอยู่เคียงข้างกัน คือความจริงใจ และความเข้าใจ ไม่ใช่ฐานะหรือชื่อเสียง” ซงหย่งถอนหายใจอย่างหงุดหงิด รู้สึกว่าสิ่งที่เขาพยายามอธิบายกลับไม่เข้าถึงกงชุนเลย