ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 123 ฉันแต่งงานแล้ว
บทที่ 123 ฉันแต่งงานแล้ว
“เราไม่เคยเจอกัน แต่คงรู้จักกันดีสินะ” หลี่หนิงเซียนพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ดวงตาของเธอ อ่านอารมณ์บนใบหน้าของหมินเหลียนได้อย่างชัดเจน หญิงสาวตรงหน้ายืนเงียบไปสักครู่ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ อย่างไม่แน่ใจ
“เธอมาหาสามีเหรอ?” หมินเหลียนถาม น้ำเสียงคล้ายแฝงด้วยความระแวงเล็กน้อย แต่ก็เต็มไปด้วยความอับอาย หลี่หนิงเซียนสูดลมหายใจลึก ก่อนจะตัดสินใจบอกความจริงที่อีกฝ่ายอาจไม่เคยคาดคิด
“ไม่ใช่… ฉันมาหาพี่ชายของฉัน ที่เธออาจรู้จักในนามจ้าวเฉินนะ”
“พี่ชายงั้นหรือ? แต่… เธอแต่งงานแล้วนี่” หมินเหลียนพูดด้วยความสับสนหลี่หนิงเซียนหัวเราะเบา ๆ
“ใช่ ฉันแต่งงานแล้ว สามีของฉันชื่อกงชุน เขาทำงานในกองทัพเช่นเดียวกับพี่ชายของฉัน” เสียงของหลี่หนิงเซียนเต็มไปด้วยความสบายใจ เธอตั้งใจจะคลายความกังวลให้หญิงสาวตรงหน้า
หมินเหลียนนิ่งไป ใบหน้าของเธอฉายแววเขินอาย รู้สึกว่าความเข้าใจของตนเองอาจจะพาไปไกลเกินเหตุ รอยยิ้มเจื่อนปรากฏขึ้นบนใบหน้าขณะที่เธอกล่าวเสียงอ่อย
“ฉัน… ฉันไม่รู้เลยว่าเป็นแบบนี้ ฉันคิดไปไกลมาก…” หลี่หนิงเซียนหัวเราะเบา ๆ พลางเอื้อมมือไปแตะไหล่ของหมินเหลียนเบา ๆ
“ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจดีว่าทำไมเธอถึงสงสัย พี่ชายของฉันก็ไม่สามารถบอกใครเรื่องครอบครัวได้”
หมินเหลียนสูดลมหายใจลึก ความกังวลในใจคลายลงไปบางส่วน พลางมองหลี่หนิงเซียนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
“ฉันขอโทษที่เคยทำให้เธอรำคาญใจ… ฉันคิดว่าเธออาจจะเป็น…” เธอยิ้มเจื่อน ๆ อย่างเสียหน้า
“ไม่เป็นไรหรอก เรามีจุดเริ่มต้นที่ค่อนข้าง…แปลกอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสดี” หลี่หนิงเซียนตอบอย่างอ่อนโยน
“เรื่องอะไรเหรอ?” หมินเหลียนเอียงคออย่างสงสัย หลี่หนิงเซียนยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่น
“ฉันรู้ว่าเธอมีฝีมือ และเข้าใจการค้าของตระกูลตัวเอง ฉันต้องการให้เธอช่วยเป็นผู้ดูแลร้านค้าบางส่วนในเมืองนี้แทนพ่อของเธอ โดยมีฉันเป็นผู้สนับสนุนเบื้องหลัง”
หมินเหลียนจ้องมองหลี่หนิงเซียนด้วยดวงตาเป็นประกาย แต่เธอยังไม่ตอบตกลงในทันที “ทำไมคุณถึงเลือกฉันล่ะคะ? พ่อของฉันถูกจับ ถ้าเอาฉันไปออกหน้า คุณจะลำบากกว่าใช้คนอื่นนะคะ”
“เพราะฉันเห็นว่าเธอมีความสามารถ และเข้าใจในการค้าดี” หลี่หนิงเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความมั่นใจ “ส่วนเรื่องที่จะทำให้เธอสามารถรับหน้าที่ต่อได้… ฉันจะจัดการทุกอย่างเอง”
“คุณดูมั่นใจมากนะคะ” หมินเหลียนมองหลี่หนิงเซียนด้วยสายตาทึ่ง หลี่หนิงเซียนยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ตลอดหนึ่งปีมานี้ ฉันทำอะไรไปบ้าง เธอน่าจะรู้ดี และที่สำคัญ… จุดจบของคนที่หักหลังฉัน เธอก็คงเคยเห็น” หมินเหลียนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง รู้สึกถึงความเด็ดเดี่ยวที่แฝงอยู่ในคำพูดของอีกฝ่าย แม้จะรู้สึกเกรงเล็กน้อย แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่าหลี่หนิงเซียนคือผู้ที่สามารถทำให้ทุกอย่างเป็นจริงได้
“การร่วมมือกันครั้งนี้จะไม่เพียงแค่ทำให้เธอได้ดูแลร้านค้าของตระกูลหมิน แต่ยังจะทำให้มันเติบโตไปไกลกว่าที่เคย เธอจะได้แสดงฝีมือ และความสามารถของเธอออกมาอย่างเต็มที่” หลี่หนิงเซียนเอ่ยพลางมองเธอด้วยสายตาแน่วแน่ หมินเหลียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดหายใจลึกและพยักหน้าตอบรับ
“ถ้าคุณหนูหนิงเซียนเชื่อมั่นในตัวฉัน ฉันก็ยินดีรับข้อเสนอนี้ค่ะ” น้ำเสียงของเธอแฝงด้วยความมั่นใจและความมุ่งมั่นที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลี่หนิงเซียน
เมื่อเห็นว่าการร่วมมือกันนี้กำลังก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง เครือข่ายร้านค้าในเมืองเริ่มจะมีทิศทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เธอรู้สึกว่าการเริ่มต้นครั้งใหม่นี้ อาจจะนำมาซึ่งอนาคตที่ยิ่งใหญ่และมั่นคง
หลังจากที่ได้หมินเหลียนเป็นคนออกหน้าให้ในกิจการ หลี่หนิงเซียนรู้ดีว่าเธอยังงานสำคัญอีกอย่างที่ต้องจัดการ หากเธอต้องการสร้างเครือข่ายร้านค้าให้เติบโต และมั่นคงมากขึ้น เธอจำเป็นต้องไปพบกับบุคคลคนหนึ่ง ผู้ที่มีอิทธิพลพอจะเปิดทาง และเป็นแรงสนับสนุนเบื้องหลังให้เธอได้
ในช่วงบ่ายวันนั้น หลี่หนิงเซียนเดินทางไปยังหอการค้าแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยพ่อค้ารายใหญ่ และบุคคลระดับสูงของเมือง สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางในการเจรจาการค้า
ทุกคนที่มาที่นี่ล้วนต้องการผลประโยชน์ และพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และคนที่เธอหมายมั่นจะพบในวันนี้คือเซี่ยงหมิง อดีตผู้ดูแลการค้าของรัฐบาลที่ผันตัวมาเป็นที่ปรึกษาของเหล่าพ่อค้าและข้าราชการ เขาคือคนที่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึก และแผนกลยุทธ์ที่สำคัญกับเธอได้
เมื่อหลี่หนิงเซียนเดินเข้าไปในห้องรับรอง เธอเห็นเซี่ยงหมิงนั่งรออยู่แล้ว ชายวัยกลางคนที่มักจะสงบนิ่ง และช่างสังเกต สายตาของเขาดูเฉียบคมราวกับมองทะลุทุกคนที่เดินผ่านเข้ามา หลี่หนิงเซียนไม่ลังเลที่จะเดินไปนั่งตรงข้ามเขา
“เซี่ยงหมิง” หนิงเซียนทักด้วยน้ำเสียงสุภาพ แววตาของเธอนิ่งสงบแต่แฝงด้วยความจริงใจ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า แสดงถึงความเป็นมิตรที่เก็บซ่อนความอบอุ่นไว้ในนั้น
เธอกับฮุ่ยเซี่ยงหมิงพบกันเมื่อครึ่งปีก่อนโดยบังเอิญ ตอนนั้นเขาเดินทางมาพร้อมกับภรรยา เพื่อมาไหว้บรรพบุรุษที่เมืองหลวง ภรรยาของฮุ่ยเซี่ยงหมิงนั้นสุภาพ และอ่อนโยนไม่ต่างจากเขา
ทั้งคู่ดเป็นคู่สามีภรรยาทที่น่าชื่นชม และใส่ใจกันเสมอจนคนรอบข้างสังเกตเห็น หลี่หนิงเซียนรู้สึกประทับใจในความรัก และความอบอุ่นระหว่างพวกเขา ระหว่างที่ฮุ่ยเซี่ยงหมิง และภรรยาแวะไปทานติ่มซำ ที่ร้านของหลี่หนิงเซียน สายตาของเขาสอดส่ายไปมาอย่างพิจารณา ราวกับชื่นชมความเรียบง่ายและบรรยากาศในร้าน
จนตอนที่พวกเขากำลังเดินทางกลับ เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น โจรกลุ่มหนึ่งพุ่งออกมาจากตรอกแคบลับตาคน ตั้งใจดักปล้นผู้มาเยือนจากต่างถิ่น หลี่หนิงเซียนเห็นเหตุการณ์ และรู้ทันทีว่าเธอไม่อาจนิ่งดูดายได้ จึงรีบเข้าไปช่วย โดยมีมู่โจวที่มีฝีมือในการต่อสู้เข้าร่วมด้วย ทั้งคู่ช่วยกันรับมือกับพวกโจรจนในที่สุดพวกมันหนีไป ทิ้งร่องรอยไว้เป็นเพียงเงาในตรอกมืด
หลังจากเหตุการณ์นั้น หลี่หนิงเซียน และฮุ่ยเซี่ยงหมิงต่างก็รู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่างที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ชายผู้นี้ไม่ได้มีเพียงท่าทางสุภาพ แต่ยังมีน้ำใจ และความจริงใจที่สัมผัสได้ นับแต่นั้นพวกเขาก็เริ่มติดต่อกันบ้างเป็นครั้งคราว
เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกไว้วางใจ และมิตรภาพของพวกเขาค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างไม่รีบร้อน แม้ไม่ได้พบหน้ากันบ่อยนัก แต่ทุกครั้งที่พวกเขาสบตากัน ต่างก็รู้ว่ามิตรภาพระหว่างพวกเขานั้นแน่นแฟ้นขึ้นเสมอ
“หนิงเซียนมาได้ยังไง?” ฮุ่ยเซี่ยงหมิงกล่าวอย่างแปลกใจที่อีกฝ่ายมาถึงเมืองไป๋ชานด้วยตัวเอง
“ฉันมาขอความช่วยเหลือ” ฮุ่ยเซี่ยงหมิงได้ยินก็ยิ้มรับอย่างอ่อนโยน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขาทอประกายอบอุ่น พลางพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“สำหรับเธอ ฉันยินดีช่วยเสมอ” คำพูดของเขาช่างเรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยความหมาย
“เรื่องที่ฉันจะขอให้ช่วย มันอาจจะยุ่งยากหน่อย” หลี่หนิงเซียนระบายยิ้มออกมาบาง ๆ สายตาหลุบต่ำลงเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจพูดสิ่งที่ค้างคาในใจ เซี่ยงหมิงมองเธออย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง
“เธอไม่ต้องกังวลหรอก บอกมาเถอะ ฉันพร้อมจะช่วยเธอทุกทาง”
“ฉันรู้ว่าอาจเป็นการรบกวน แต่เรื่องนี้ฉันไว้ใจใครไม่ค่อยได้…” หลี่หนิงเซียนพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความโล่งใจ แต่ซ่อนความกังวลบางอย่างไว้ในแววตา ฮุ่ยเซี่ยงหมิงพยักหน้ารับ รอยยิ้มอบอุ่นของเขายิ่งทำให้เธอรู้สึกสบายใจ
“ไม่ต้องห่วง บอกมาเถอะ มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้บ้าง?” ฮุ่ยเซี่ยงหมิงถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สายตาจริงจัง ราวกับพร้อมจะรับฟังทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่แค่ไหน
หลี่หนิงเซียนสบตาเขา นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาช้า ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นแต่แฝงความมุ่งมั่น
“ฉันต้องการร้านค้าของหมินคงทั้งหมดมาอยู่ในความดูแลของฉัน”