ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 122 แยกจากกัน
บทที่ 122 แยกจากกัน
“พี่… ไม่อาจปล่อยให้คนผิดรอดไปได้” เขากล่าวอย่างหนักแน่น แม้รู้ว่ามันอาจไร้ค่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่หมินเหลียนต้องเผชิญ แต่เขาก็ไม่อาจทิ้งเธอไปได้
หมินเหลียนสะอื้นเบา ๆ ดวงตาแดงก่ำมองหลี่หลงเฟยด้วยความสับสน ในใจของเธอมีทั้งความโกรธ ความเสียใจ และความรู้สึกที่ไม่อาจเข้าใจ แต่ท่ามกลางความวุ่นวายทั้งหมดนั้น หัวใจเธอก็ยังรู้สึกถึงความจริงใจในแววตาของหลี่หลงเฟย
“ทำไมทุกอย่างต้องเป็นเช่นนี้…ทำไมพ่อของฉันต้องถูกจับ ทำไมต้องหลอกลวงฉัน…” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ แต่ในแววตายังมีประกายของคนที่อยากได้รับคำตอบ
หลี่หลงเฟยมองดูหมินเหลียนที่กำลังร้องไห้ด้วยหัวใจที่เจ็บปวด เขารู้ว่าคำตอบของเขาอาจไม่ช่วยปลอบโยนเธอได้ แต่เขาก็รู้สึกถึงความจำเป็นที่ต้องอธิบายให้เธอเข้าใจถึงเหตุผลที่เขาต้องทำเช่นนี้
“หมินเหลียน…พี่เข้าใจว่าทั้งหมดนี้มันโหดร้ายสำหรับเธอ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่แฝงด้วยความมุ่งมั่น “แต่พ่อของเธอทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย การค้าที่เขาเกี่ยวข้องไม่ได้ทำร้ายแค่เมืองนี้ แต่ยังส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนมากมาย ผมไม่ได้ต้องการทำร้ายเธอ…แค่ต้องหยุดสิ่งเลวร้ายนี้จากการทำร้ายคนอื่น ๆ”
หมินเหลียนสะอื้นเสียงเบา น้ำตาร่วงหล่นเป็นสายเมื่อได้ยินคำพูดของเขา เธอรู้สึกขมขื่นและขัดแย้งในใจ ความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกหักหลังปะปนไปกับความจริงที่เธอเพิ่งได้รู้ หัวใจของเธอแหลกสลายเพราะภาพพ่อที่เคยเป็นเหมือนฮีโร่ในสายตาของเธอกลับกลายเป็นผู้ต้องหาในสายตาของหลี่หลงเฟย
“พี่คิดว่าฉันควรทำยังไง?” เธอถามเสียงสั่น น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าและความสิ้นหวัง “ควรจะเกลียดพ่อของตัวเองไหม…หรือควรเกลียดพี่ที่หลอกฉันมาตลอด?”
หลี่หลงเฟยรู้สึกถึงความหนักอึ้งในใจของหมินเหลียน เขาเข้าใจดีว่าเธอต้องเผชิญกับความสับสน และเจ็บปวดที่แทบจะทนไม่ไหว เขาเลือกที่จะจับมือของเธอไว้แน่น พลางเอ่ยเสียงนุ่มนวล
“เธอมีสิทธิ์ที่จะรู้สึกแบบนั้น พี่ไม่เคยคาดหวังว่าเธอจะให้อภัย เพียงแต่…ต้องการให้รู้ว่าทุกสิ่งที่พี่ทำ พี่ทำไปเพราะมันจำเป็น”
หมินเหลียนจ้องมองหลี่หลงเฟยด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา เธอรู้สึกถึงความจริงใจที่เขามีต่อเธอ แม้ว่าเขาจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่ทำให้ชีวิตเธอต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล แต่แววตาของเขาก็ทำให้เธอรู้ว่าเขาเองก็ไม่ได้มีความสุขกับการต้องทรยศต่อความไว้ใจของเธอ
“เสร็จงานของของพี่แล้ว พี่…จะทิ้งฉันไปใช่ไหม?” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่ว พลางมองเขาด้วยความหวังริบหรี่
หลี่หลงเฟยเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาของเขามองหมินเหลียนอย่างหนักแน่น แต่ในแววตาคู่นั้นก็สะท้อนถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนลึกอยู่ เขารู้ดีว่าในฐานะของเขาและสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอแทบเป็นไปไม่ได้
“หมินเหลียน…” เขาเอ่ยชื่อของเธอเสียงแผ่ว น้ำเสียงสั่นเล็กน้อยราวกับต้องการปลอบโยน แต่ก็รู้ว่าคำพูดใด ๆ คงไม่ช่วยเยียวยาความเจ็บปวดนี้ได้ “พี่ไม่อยากให้เธอต้องเจ็บปวดเพราะพี่อีก…ไม่อยากให้เธอต้องรออะไรที่ไม่มีทางเป็นจริงได้”
หมินเหลียนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เธอพยายามจะยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูขมขื่น จนใจหลี่หลงเฟยแทบแตกสลาย ความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทำให้บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง
“ฉันเข้าใจ…เพราะตำแหน่งของพี่ ภาระหน้าที่ที่พี่มี…และทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่ต้องทำ” เธอกล่าวเสียงสั่น พลางสูดหายใจลึกเพื่อเก็บความเข้มแข็งไว้ในน้ำเสียง แม้หัวใจจะเต้นด้วยความเจ็บปวดที่กัดกินไปทั่ว
หลี่หลงเฟยรู้สึกถึงทุกคำที่เธอพูด ราวกับมีดที่บาดลึกเข้าไปในใจ แต่เขาก็ไม่อาจหาคำใดมาปฏิเสธความจริงที่เธอกำลังเผชิญอยู่ เขาค่อย ๆ เอื้อมมือไปจับมือของเธออย่างแผ่วเบา ฝ่ามืออบอุ่นของเขาโอบกุมเธอไว้แน่นราวกับเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้ทำเช่นนี้
“ถึงแม้ว่าเราอาจต้องแยกจากกัน…แต่เธอต้องอยู่ต่อไปได้แน่ ๆ” หลี่หลงเฟยพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทุกคำที่เปล่งออกมาช่างยากเย็นสำหรับเขา
หมินเหลียนหลับตาลง น้ำตาไหลลงแก้ม เธอรับรู้ถึงความจริงที่เลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าใจจะเจ็บปวดเพียงใด เธอค่อย ๆ ปล่อยมือจากเขาช้า ๆ ราวกับปลดปล่อยความฝันที่เคยมีให้หลุดลอยไปในสายลม
“ถ้าอย่างนั้น…ขอให้พี่ปลอดภัย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือทำอะไร” เธอพูดเสียงแผ่ว ริมฝีปากสั่นเครือ เธอพยายามยิ้มให้เขาอีกครั้ง แม้จะเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น
หลี่หลงเฟยมองเธออย่างสุดซึ้ง เขารู้ว่าเขาไม่อาจขอให้เธอรอได้อีกต่อไป ชีวิตของเขาถูกลิขิตไว้ในเส้นทางที่เต็มไปด้วยความลับและอันตราย แต่ความทรงจำในช่วงเวลาที่เขามีร่วมกับหมินเหลียน จะกลายเป็นสิ่งที่เขาพกติดตัวไปตลอดชีวิต
หมินเหลียน แม้จะรู้สึกใจสลาย เธอยังคงมองหลี่หลงเฟยเป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่เขาหันหลังจากไป ร่างของเขาค่อย ๆ ลับหายไปในเงามืด เหลือเพียงความเงียบงัน และความทรงจำของเขาที่ทิ้งไว้ในใจของเธอตลอดไป
หมินเหลียนได้สูญเสียทั้งความฝัน และคนที่เธอรัก แต่เธอก็รู้ว่าหลี่หลงเฟยจะยังคงอยู่ในหัวใจของเธอ และแม้ว่าเส้นทางของพวกเราจะแยกจากกัน เธอก็ภาวนาให้เขาปลอดภัยเสมอในทุกย่างก้าวของชีวิต
เช้าวันใหม่มาถึง แสงอ่อนของพระอาทิตย์เริ่มลอดผ่านหน้าต่างห้องที่หลี่หนิงเซียนนั่งอยู่ เธอมองออกไปไกลด้วยสายตาที่ครุ่นคิด หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะ หลังจากเหตุการณ์ทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว มันควรจะเป็นเวลาที่เธอควรจะผ่อนคลายและปล่อยวางได้เสียที แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น
ขณะที่หลี่หนิงเซียนเก็บตัวอยู่นั้น ความคิดของเธอกลับพุ่งไปที่เรื่องการค้าทันที ภาพความคึกคักของตลาดสด ความเร่งรีบในร้านขายชา และร้านผ้าในเมือง ทำให้เธอรู้ว่าแม้ทุกอย่างจะจบลงแล้ว แต่ชีวิตของเธอก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป
เธอไม่สามารถปล่อยแหล่งทำเงินทั้งหมดที่เห็นตรงหน้าได้ หมินคงที่เคยเป็นพ่อค้าผู้กุมทุกอย่างไว้ จะต้องมีร้านค้าในเมืองหลายร้าน ร้านที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตของผู้คนในเมืองนี้ยังต้องมีคนดูแลแทน และเธอเป็นคนที่อยากได้โอกาสนั้น
เธอขมวดคิ้วคิดถึงผู้คนในเมือง เธอรู้ว่าในช่วงเวลาเช่นนี้ การหาใครสักคนที่มีความสามารถและซื่อสัตย์อาจเป็นเรื่องยาก แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น หากจะดูแลร้านได้ ต้องมีคนในเมืองมารับหน้าให้เธอ เพื่อเธอจะได้ดูกิจการเบื้องหลัง โดยไม่ให้ใครจับได้ถึงตัวตนของเธอ
หลี่หนิงเซียนลุกขึ้น ร่างเล็กของเธอก้าวออกไปข้างนอก สูดหายใจลึก ทอดมองดูผู้คนในตลาดอย่างตั้งใจ นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่เธอจะสร้างเครือข่ายร้านค้าของเธอเอง อย่างที่เธอหวังไว้
หลี่หนิงเซียนเดินทอดน่องผ่านตลาดอย่างช้า ๆ สายตาของเธอจับจ้องไปที่ใบหน้าของผู้คนที่พลุกพล่าน เธอมองหาคนที่ดูน่าเชื่อถือ ใครสักคนที่สามารถช่วยเธอขับเคลื่อนแผนการให้เป็นจริง โดยไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเธอ
จนกระทั่งเธอเห็นหญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดผ้าฝ้ายสีฟ้าเดินสวนมา ใบหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความเศร้า แต่ท่าทางการเดินที่มั่นใจสะกดสายตาของหลี่หนิงเซียนไว้
“หมินเหลียน…” หลี่หนิงเซียนพึมพำเบา ๆ จำได้ว่าเธอเคยพบหญิงสาวคนนี้ตอนให้ตู้ข่ายหาข่าวของฉางเฟิ่ง หมินเหลียนคนนี้ คือคนที่ให้ฉางเฟิ่งมาเป็นลูกค้าประจำร้านเธอเพื่อสืบเรื่องเธอ แต่ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น เธอจึงแค่รบกวนคนมาเฝ้าดู
ตอนนี้เธอรู้แเล้วว่าหมินเหลียนคนนี้ให้คนมาตามสืบ เพราะแค่สงสัยความสัมพันธ์ของเธอกับหลี่หลงเฟย พอมาทบทวนดูแล้วทำให้เธอรู้ว่า หมินเหลียนคนนี้ก็แค่ลูกคุณหนู ที่ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร หมินเหลียนหยุดชะงัก เมื่อเห็นหลี่หนิงเซียนเดินตรงเข้ามาหา