ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 119 เลือกที่จะเชื่อทุกคำของเขาเสมอ
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70
- บทที่ 119 เลือกที่จะเชื่อทุกคำของเขาเสมอ
บทที่ 119 เลือกที่จะเชื่อทุกคำของเขาเสมอ
ในยามราตรีที่ความมืดทาบทอทั่วทั้งเมือง เงาร่างหนึ่งแอบก้าวออกจากบ้านอย่างเงียบเชียบ หลี่หลงเฟยก้าวย่องผ่านซอกหลืบด้วยความระมัดระวัง เขากวาดสายตามองรอบข้างให้แน่ใจว่าไม่มีใครสังเกตเห็น ก่อนจะเร่งฝีเท้าตรงไปยังมุมลับแห่งหนึ่ง ซึ่งชายร่างสูงในชุดคลุมสีเข้มกำลังรออยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เมื่อชายคนนั้นเห็นเขาปรากฏตัวขึ้นในความมืด ก็ถามขึ้นทันทีด้วยเสียงเข้ม “มีอะไรด่วนขนาดต้องเรียกฉันมากะทันหันแบบนี้?”
หลี่หลงเฟยมองหน้าอีกฝ่าย พลางลอบถอนหายใจแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หลี่หนิงเซียน… น้องสาวของฉันมาที่นี่ ฉันหลอกเธอไปที่ท่าเรือ นายต้องไปดูแลแทนฉัน”
ชายคนนั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดเรื่องที่ไม่คาดฝันนี้อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะถามต่อ “นายได้เล่าอะไรไปหรือเปล่า?”
หลี่หลงเฟยส่ายหน้า แววตาของเขาดูสับสนและหนักใจ เขาเอ่ยเสียงเบาว่า “ไม่เลย ฉันไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าหลี่หนิงเซียนเปลี่ยนไปมากแค่ไหน ฉันกลัวว่าถ้าบอกอะไรไป มันจะกลายเป็นปัญหาที่เราจัดการไม่ได้”
ชายคนนั้นขยับเข้าไปใกล้ เขาจ้องมองหลี่หลงเฟยอย่างกดดัน ราวกับพยายามมองทะลุถึงความรู้สึกที่แท้จริง
“แล้วตอนที่เจอเธอ… เธอเป็นยังไงบ้าง?”
หลี่หลงเฟยเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ผสมไปด้วยอารมณ์หลากหลาย
“เธอเปลี่ยนไปมาก โตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รู้จักคิดถึงคนอื่น และที่สำคัญ…เธอเป็นห่วงฉัน ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอเคยเมินฉันไป” แววตาของหลี่หลงเฟยสะท้อนความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ความรู้สึกอ่อนโยนและสับสนที่ผสมปนเปกันในใจ
ชายคนนั้นได้ยินดังนั้น เขายืนนิ่งพลางมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าอ่านไม่ออก ก่อนจะพูดอย่างเยือกเย็น “นายรู้ใช่ไหมว่าสิ่งนี้อาจทำให้ภารกิจของเราลำบากขึ้น นายแน่ใจนะว่าจะไม่ปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวมาทำให้นายลังเล?”
หลี่หลงเฟยพยักหน้าอย่างช้า ๆ แม้คำตอบของเขาจะฟังดูมั่นคง แต่ในใจยังคงรู้สึกถึงความขัดแย้ง และความกลัวว่าเขาอาจเผลอใจอ่อน ไปกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดของน้องสาวอีกครั้ง เขามองไปยังทิศทางของท่าเรือในความมืด ราวกับกำลังชั่งใจถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ก่อนจะหันกลับมาและพูดด้วยเสียงเบาราวกระซิบ
“ฉันรู้ว่ามันเสี่ยง…แต่ถ้ามันคือทางเดียวที่ฉันจะรักษาทุกอย่างเอาไว้ ฉันยอมเสี่ยง”
ชายคนนั้นยืนเงียบไปสักพัก ราวกับชั่งใจถึงคำตอบที่เพิ่งได้ยิน เขามองหลี่หลงเฟยด้วยสายตาคมกริบ ราวกับพยายามมองทะลุเข้าไปถึงจิตใจที่กำลังสั่นคลอนของอีกฝ่าย ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ
“ถ้านายตัดสินใจแบบนั้น ฉันก็จะทำตามที่นายต้องการ” เขามองไปทางทิศของท่าเรือ พลางพูดต่อ “ฉันจะไปจัดการเรื่องที่ท่าเรือ และคอยเฝ้าดูหลี่หนิงเซียน… แต่หวังว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้จะไม่ทำให้แผนการของเราผิดพลาด เพราะนายรู้อยู่แล้ว ว่าเวลานี้พวกเราไม่มีโอกาสที่จะพลาดได้อีกแล้ว”
หลี่หลงเฟยพยักหน้าอย่างหนักแน่น แม้ภายนอกจะดูเยือกเย็นมั่นคง แต่ลึก ๆ ในใจเขากลับเต็มไปด้วยความกังวล เสียงคำเตือนของชายคนนั้นดังก้องอยู่ในความคิด ราวกับกระตุ้นให้เขาตระหนักว่าการกระทำใด ๆ ก็ตามอาจส่งผลให้ทุกอย่างที่วางแผนไว้มานานพังทลายได้ในพริบตา
“ขอบใจมากที่เข้าใจ” หลี่หลงเฟยกล่าวพลางจับบ่าอีกฝ่ายแน่นเป็นเชิงขอบคุณ ก่อนจะถอนหายใจยาว ราวกับปลดปล่อยความอึดอัดในใจบางส่วนออกไปได้บ้าง
ทั้งสองคนแยกย้ายกันออกไปในทิศทางที่ต่างกัน หลี่หลงเฟยมุ่งหน้ากลับบ้านอย่างรวดเร็ว เขาเดินอย่างไร้สุ้มเสียงราวกับเงาในยามค่ำคืน ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระวังเพราะเขาไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเขาแอบออกมา
เมื่อกลับถึงบ้าน เขาพยายามปิดประตูเบา ๆ ไม่ให้เกิดเสียงใด ๆ ขึ้น แต่เมื่อเขาก้าวเข้ามาในห้องโถงใหญ่ ดวงตาคมของเขาเบิกกว้างขึ้น เมื่อเห็นร่างบางของหญิงสาวที่ยืนกอดอกอยู่ในมุมหนึ่ง
หมินเหลียนว่าที่เจ้าสาวของเขา ยืนอยู่ในเงามืด ใบหน้าของเธอสะท้อนความไม่พอใจอย่างชัดเจน แววตาของเธอมองตรงมาทางหลี่หลงเฟยด้วยความสงสัยและตำหนิ เมื่อเห็นเขาเข้ามา เธอค่อย ๆ เดินออกมาจากมุมมืด ปล่อยให้แสงจันทร์อันอ่อนโยนตกกระทบใบหน้าของเธอ เผยให้เห็นสีหน้าที่ตึงเครียด
“พี่กลับมาเช้าแบบนี้” น้ำเสียงของเธอเรียบ ๆ แต่แฝงไปด้วยความคับข้องใจ “หายไปทั้งคืนโดยไม่บอกกล่าว ฉันกลับมาพบว่าพี่แอบออกจากห้องไป นี่มันหมายความว่ายังไง”
หลี่หลงเฟยสบตาหมินเหลียน พลางสูดหายใจลึก เขารู้ดีว่าการแอบออกไปพบใครบางคนโดยไม่บอกเธอ นับว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ และเสี่ยงต่อความไว้วางใจที่เธอมีต่อเขา
“พี่ขอโทษ เหลียนเหลียน” เขาพูดเสียงเบา มองเธอด้วยความรู้สึกผิด “มีเรื่องบางอย่างที่ต้องจัดการ มันสำคัญจริง ๆ จึงไม่ได้บอก”
หมินเหลียนขมวดคิ้ว หรี่ตามองเขาอย่างไม่เชื่อถือ “เรื่องสำคัญอะไรเหรอ ที่ถึงกับต้องปิดบังแม้กระทั่งฉัน?” น้ำเสียงของเธอสะท้อนความน้อยใจที่ไม่อาจซ่อนเร้นได้ “พี่กำลังซ่อนอะไรจากฉันกันแน่”
หลี่หลงเฟยนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาจ้องมองหมินเหลียนอย่างพินิจพิเคราะห์ ความรู้สึกหลายอย่างประดังประเดในใจ
“เหลียนเหลียนไม่จำเป็นต้องกังวล” หลี่หลงเฟยพยายามเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “พี่แค่ต้องทำบางอย่างเรื่องงาน ไม่ได้คิดจะทำให้เหลียนเหลียนเป็นกังวล หรือทำให้ต้องมานั่งรออย่างนี้เลย”
หมินเหลียนถอนหายใจยาว พลางมองหลี่หลงเฟยด้วยสายตาที่อ่อนลงเล็กน้อย แต่ยังคงเต็มไปด้วยความหวั่นใจ
“หากพี่ทำงานจริง ๆ ฉันก็เข้าใจ แต่ฉันก็แค่อยากให้พี่บอกกันตรง ๆ ไม่อยากรู้สึกเหมือนเป็นคนอื่น ที่พี่ไม่ไว้ใจ ฉันอยากเป็นคนที่พี่หันมาปรึกษา ไม่ใช่คนที่ถูกปิดบัง เหมือนครั้งแรกที่เราเจอกันที่พี่รับฟังเรื่องของฉัน”
คำพูดของหมินเหลียนแทงใจหลี่หลงเฟย เขารู้สึกผิดและเข้าใจในทันทีว่าความลับของเขา อาจกำลังทำลายสายสัมพันธ์ระหว่างพวกเรา เขาค่อย ๆ เอื้อมมือไปจับมือของหมินเหลียนไว้
“เหลียนเหลียนพูดถูก พี่ไม่ควรทำให้เธอรู้สึกไม่ดี… ต่อจากนี้จะพยายามไม่ปิดบังอีก”
หมินเหลียนสบตาเขา ใบหน้าของเธอเริ่มอ่อนลงและพยักหน้ารับช้า ๆ แม้จะยังมีความกังวลอยู่ในใจ แต่เธอก็ยินยอมเชื่อเขา เธอเลือกที่จะเชื่อทุกคำของเขาเสมอ
หมินเหลียนสบตาหลี่หลงเฟย ความโกรธ และน้อยใจในแววตาของเธอค่อย ๆ จางหายไป แม้สีหน้าจะยังแฝงความกังวล แต่เธอกลับพยักหน้าช้า ๆ เป็นเชิงยอมรับ ใบหน้าเธอเริ่มอ่อนลง ราวกับพยายามปลดปล่อยความกังวลใจออกไป
แม้จะมีหลายคำถามค้างคาในใจ แต่ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจเชื่อเขา หมินเหลียนกล่าวเสียงแผ่ว “ฉันเชื่อพี่ เพราะทุกคำพูดของพี่ พี่ก็รักษามาเสมอ ฉันเชื่อมั่นในตัวพี่ แม้บางทีฉันอาจไม่เข้าใจพี่ทุกอย่าง”
หลี่หลงเฟยจับมือของหมินเหลียนเบา ๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอซึมซาบเข้ามา ทำให้เขารู้สึกละอายใจ เขาไม่รู้ว่าถ้าเธอรู้ความจริงว่าที่มาเขาทำไปเพื่ออะไร เธอยังจะมองเขาด้วยความรักแบบนี้อีกไหม
ท่าเรือยามค่ำคืนเงียบงัน มีเพียงเสียงคลื่นกระทบฝั่งเบา ๆ และเงาจันทร์ที่ทอดลงบนผืนน้ำ หลี่หนิงเซียนยืนอยู่ตรงท่าเรือ สายตามองไปยังเงาร่างของเรือสินค้าที่ลอยลำในความมืดอย่างใจจดใจจ่อ เธอมาที่นี่ตามนัดหมาย หวังจะพบกับหลี่หลงเฟย พี่ชายของเธอ
ในใจของเธอเต็มไปด้วยความคิดที่เตรียมไว้สำหรับพูดกับเขา ทางออกที่จะปลอดภัยกว่าการหลบหนีด้วยเรือ เพราะหากแอบไปกับขบวนพ่อค้าของตู้ข่ายที่กำลังจะออกเดินทางในรุ่งเช้า พวกเราทั้งคู่ก็จะสามารถหนีไปได้อย่างปลอดภัย แต่ด้วยเวลาอันจำกัด เธอจึงไม่ได้บอกอะไรล่วงหน้า ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นด้านหลังพร้อมเสียงเรียกชื่อของเธอ