ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 117 พี่น้องพบหน้า
บทที่ 117 พี่น้องพบหน้า
หลี่หนิงเซียนใช้เวลาเดินทางเกือบสามวันเต็ม เธอร่วมเดินมากับขบวนพ่อค้า ฝ่าทั้งแดด และลมฝนจนในที่สุดก็มาถึงเมืองไป๋ชาน ทันทีที่ก้าวเท้าลงจากเกวียน
เธอก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศคึกคักของเมืองที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรี และการเตรียมงานอย่างเอิกเกริก หลากหลายบ้านเรือนประดับด้วยโคมแดงและผ้าสีสด ราวกับยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ของตระกูลหมินที่มีอิทธิพลในเมืองนี้
ใจของหลี่หนิงเซียนกระตุกวูบ เมื่อเธอได้ยินผู้คนพูดถึงงานแต่งงานที่ใกล้เข้ามา ระหว่างเดินผ่านร้านค้าก็ได้ยินชาวบ้านพูดถึงบุตรสาวของหมินคง และคู่หมั้นจ้าวเฉิน ซึ่งเธอรู้ดีว่าคือหลี่หลงเฟย พี่ชายที่หายไปของเธอ ความกระวนกระวายในใจเธอเพิ่มขึ้น เมื่อพบว่าเหลือเวลาอีกเพียงแค่สองวันเท่านั้น ก่อนที่งานแต่งจะเริ่มขึ้น
ขณะที่หลี่หนิงเซียนยืนครุ่นคิด ตู้ข่ายที่ร่วมเดินทางมาด้วยก็ก้าวเข้ามาใกล้ เขามองสภาพของเธอที่เต็มไปด้วยฝุ่นละออง จากการเดินทางแล้วถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แล้วนี่จะเอายังไงต่อ? เหลือเวลาอีกแค่สองวันเอง” หลี่หนิงเซียนเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความวิตก และครุ่นคิด เธอรู้ดีว่าการจะเจอพี่ชาย และห้ามงานแต่งงานนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อพี่ชายของเธอเป็นว่าที่เขยของตระกูลหมินที่ทรงอิทธิพล และยังมีชื่อใหม่ว่าจ้าวเฉิน ซึ่งเป็นคนใหม่ที่เธอแทบไม่รู้จัก
“ฉันต้องหาทางเจอพี่หลงเฟยให้ได้ก่อนวันงาน” หลี่หนิงเซียนตอบเสียงหนักแน่น สายตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ฉันเชื่อว่าพี่ชายจะไม่ทรยศต่อตัวเอง และครอบครัว ถ้าเขารู้ความจริงเกี่ยวกับตระกูลหมิน เขาจะต้องยกเลิกงานแต่งครั้งนี้แน่ เราแค่หาทางทำให้เขาเข้าใจเรื่องอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับพ่อค้าฝิ่นก็พอ”
ตู้ข่ายพยักหน้า รู้สึกได้ถึงความมุ่งมั่นในตัวหลี่หนิงเซียน “ถ้าอย่างนั้น เราควรรีบหาที่พักที่อยู่ใกล้กับบ้านตระกูลหมิน ฉันจะส่งคนไปแอบเฝ้าทางเข้าออกบ้านนั้น เผื่อว่าพอจะมีโอกาสให้แอบไปเจอพี่ชายของเธอ”
หลี่หนิงเซียนพยักหน้ารับ ก่อนจะกล่าวขอบคุณตู้ข่ายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้ง “ฝากด้วยนะ ตู้ข่าย ฉันไม่เคยคิดเลยว่าต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่ไม่มีทางเลือก พี่หลงเฟยคือคนในครอบครัวเพียงไม่กี่คนที่ฉันมี”
หลังจากตกลงกันเรียบร้อย ทั้งสองรีบเดินไปยังโรงแรมเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านตระกูลหมิน หนิงเซียนรู้สึกใจเต้นแรงเมื่อนึกถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เธอรู้ว่าต้องเผชิญหน้ากับพี่ชายในอีกสองวันนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
แต่ใจหนึ่งก็หวาดกลัวว่า บางทีพี่ชายของเธออาจผูกใจกับตระกูลหมินไปแล้ว ภายในโรงแรม หนิงเซียนนั่งลงข้างหน้าต่าง มองออกไปยังถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน ความกังวลของเธอค่อย ๆ หนักอึ้ง แต่ในขณะเดียวกัน ความรักที่มีต่อพี่ชายก็เติมเต็มให้เธอกล้าหาญ เธอตั้งมั่นว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอจะต้องช่วยพี่ชายให้หลุดพ้นจากแผนการของตระกูลหมินให้ได้
หลี่หนิงเซียนนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างของโรงแรมอย่างครุ่นคิด ใจเธอร้อนรนราวกับไฟลุก เพราะไม่รู้ว่าพี่ชายของเธอจะยินยอมฟังสิ่งที่เธอต้องการบอกหรือไม่ ยิ่งคิดถึงสถานการณ์ที่ซับซ้อน และอันตรายระหว่างตระกูลหลี่กับตระกูลหมิน ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ
เมื่อถึงยามค่ำคืน ตู้ข่ายก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมข่าวที่เพิ่งได้มาจากการให้ลูกน้องสืบ
“ฉันให้ลูกน้องไปเฝ้าหน้าบ้านตระกูลหมินมา พวกเขาเห็นพี่ชายเธอกลับเข้าไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่ดูเหมือนคนในบ้านจะเฝ้าระวังเข้มงวดไม่น้อย ทุกคนกำลังวุ่นเตรียมงานแต่ง งานนี้คงยากที่จะเข้าไปโดยไม่มีใครสังเกต”
หลี่หนิงเซียนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ “ถ้าเข้าไปเจอพี่หลงเฟยตอนนี้ ย่อมเป็นการเสี่ยงเกินไป ฉันไม่อยากให้ตระกูลหมินสงสัย จะรอจนถึงคืนก่อนวันงานแต่ง… คิดว่าพอจะมีทางแอบเข้าไปในบ้านตอนดึกไหม?”
ตู้ข่ายนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ฉันว่าได้ จะหาทางให้เธอแอบเข้าไปในบ้านตอนดึก แล้วพาไปยังห้องพักของพี่ชายเธอ แต่ต้องระวังตัว หากถูกจับได้ขึ้นมา ตระกูลหมินไม่มีทางปล่อยไว้แน่”
หลี่หนิงเซียนสูดลมหายใจลึก รู้ดีว่าการตัดสินใจนี้เต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่เพื่อพี่ชายของเธอ และเพื่อป้องกันไม่ให้เขาถูกดึงเข้าไปในวงการอันตราย เธอยอมทำทุกอย่าง
“ฉันรู้ดี ขอบคุณนายมากตู้ข่าย ที่คอยช่วยเหลือมาโดยตลอด”
ตู้ข่ายยิ้มบาง ๆ พร้อมพยักหน้าเป็นการให้กำลังใจ “ฉันก็ต้องช่วยคู่ค้าคนสำคัญอยู่แล้ว ขาดเธอไปรายได้ฉันหายไปกว่าครึ่งเลยนะ”
หลี่หนิงเซียนยิ้มขำกับคำพูดของตู้ข่าย ด้วยรู้ว่าอีกฝ่ายพูดเล่น ตลอดหนึ่งปีที่ร่วมงานกันมา เธอรู้ดีว่าอีกคนให้ความสำคัญกับมิตรภาพมากแค่ไหน
คืนนั้น หลี่หนิงเซียนแทบข่มตาหลับไม่ได้ เธอพยายามนึกภาพความทรงจำเกี่ยวกับพี่ชาย เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอไม่เคยเจอเขาเลย เท่าที่ความทรงจำร่างนี้หลงเหลือมีเพียงภาพ พี่หลงเฟยเคยเป็นคนที่อ่อนโยน และเงียบสงบเสมอมา เขามักจะเป็นคนที่คอยปกป้องเธอในวัยเด็กเสมอ พอโตมาภาพของเขาก็เลือนลงห่างหายไป
เมื่อรุ่งเช้ามาถึง หลี่หนิงเซียนก็เตรียมตัวอย่างเต็มที่สำหรับคืนสำคัญ ขณะเดียวกันตู้ข่ายก็คอยสั่งการให้ลูกน้องสอดส่องการเคลื่อนไหว รอบบ้านตระกูลหมินอย่างระมัดระวัง และเมื่อเวลาค่ำคืนมาถึงอีกครั้ง หนิงเซียนกับตู้ข่ายก็เตรียมพร้อมสำหรับการแอบเข้าไปในบ้านตระกูลหมิน
พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดหลังบ้านตระกูลหมิน รอคอยจังหวะที่ทุกคนในบ้านจะคลายความระมัดระวัง จากความเหนื่อยล้าในการเตรียมงาน หลี่หนิงเซียนหันไปมองตู้ข่าย ขณะลมหายใจของเธอค่อย ๆ ลึกและมั่นคงขึ้น
“พร้อมแล้ว” หลี่หนิงเซียนกระซิบเสียงเบา ก่อนที่ทั้งสองจะค่อย ๆ ก้าวออกจากที่ซ่อน
ค่ำคืนเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดเบา ๆ ที่แทรกผ่านต้นไม้ และเงาของบ้านตระกูลหมินอันใหญ่โต หลี่หนิงเซียนกับตู้ข่ายซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ รอคอยจังหวะให้ผู้ดูแลหน้าประตูบ้านละจากไป จนเมื่อจังหวะปลอดคน ทั้งสองจึงค่อย ๆ เลียบเข้าไปตามกำแพงอิฐที่ทอดยาว ข้ามประตูหลังซึ่งนำทางไปสู่ส่วนในของบ้าน
ตู้ข่ายกวาดสายตาสำรวจพื้นที่รอบ ๆ อย่างระมัดระวัง ขณะที่หนิงเซียนสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับความตื่นเต้น เธอรู้ว่าทุกก้าวมีความหมาย ทั้งคู่ก้าวข้ามโคมไฟที่ส่องสว่างเพียงเล็กน้อยจนมาถึงสวนด้านหลังที่ร่มรื่นและสงบเงียบ
“ห้องพักของพี่ชายเธออยู่ชั้นบนฝั่งตะวันตก” ตู้ข่ายกระซิบขณะชี้ไปยังทางเดินมืดที่ทอดยาวไปยังปีกขวาของบ้าน หลี่หนิงเซียนพยักหน้าเข้าใจ เธอเดินนำหน้าไปในเงามืดด้วยฝีเท้าเบาและมั่นคง
พวกเขาผ่านทางเดินแคบไปยังบันไดหินที่ทอดตัวขึ้นไปยังชั้นบน และเมื่อใกล้ถึงจุดหมาย หัวใจของหลี่หนิงเซียนเต้นระรัว เธอหวังว่าผู้ชายคนนั้นจะยังคงเป็นพี่ชายที่อยู่ในความทรงจำร่างนี้ ไม่ใช่คนที่ลุ่มหลงในอำนาจ และชื่อเสียงของตระกูลหมิน
เมื่อมาถึงประตูห้องของหลี่หลงเฟย หนิงเซียนเอื้อมมือเคาะประตูเบา ๆ สองสามครั้ง เสียงเคาะเบา ๆ นั้นทำให้ภายในห้องเงียบลง ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะดังใกล้เข้ามา ประตูถูกเปิดออกอย่างเงียบเชียบ หลี่หลงเฟยมองออกมา สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความตกใจเมื่อเห็นหนิงเซียนยืนอยู่ตรงหน้า
“หนิงเอ๋อร์ มาที่นี่ได้ยังไง” เขากระซิบเสียงสั่น พร้อมลากน้องสาวเข้าห้อง และปิดประตูล็อกทันที หลี่หนิงเซียนจับมือพี่ชายไว้แน่น ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความจริงจัง
“พี่หลงเฟย ฉันมาเพื่อบอกความจริงบางอย่างที่พี่ต้องรู้ เกี่ยวกับตระกูลหมิน และงานแต่งครั้งนี้ พี่อาจคิดว่าเรื่องนี้เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ฉันบอกเลยว่ามันคือการดึงพี่เข้าสู่อันตราย”
หลี่หลงเฟยมองน้องสาวนิ่งงัน เขาเหมือนจะอึ้งไปกับความจริงจังในแววตาของหลี่หนิงเซียน ขณะที่คำเตือนนั้นซัดเข้ามากระทบใจของเขาอย่างจัง แต่เขายังคงพยายามเก็บท่าที