ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 112 วันเปิดร้าน
บทที่ 112 วันเปิดร้าน
หลังจากทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตลอดหนึ่งเดือนเต็ม วันที่เฝ้ารอคอยก็ได้มาถึง ในที่สุดร้านติ่มซำของหลี่หนิงเซียนก็พร้อมเปิดต้อนรับผู้คน ที่เธอหวังให้เข้ามาสัมผัสความตั้งใจของเธอ ทุกอย่างจัดเตรียมไว้อย่างพิถีพิถัน เธอเดินสำรวจโต๊ะ และเก้าอี้ด้วยหัวใจที่เต้นแรง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง ท่ามกลางความรู้สึกตื่นเต้น
กลิ่นหอมของติ่มซำที่เพิ่งออกจากเตานึ่งอบอวลไปทั่วอากาศ กลิ่นของแป้งนุ่มผสมกับกลิ่นเครื่องเทศและเนื้อหมูที่ละมุนละไม ก่อให้เกิดบรรยากาศที่ชวนให้ท้องร้อง
เป็นกลิ่นที่ยากจะต้านทานได้ เมื่อนำมาเรียงในเข่งไม้ไผ่ กลิ่นหอมนั้นก็ยิ่งโดดเด่นขึ้นในอากาศ ดึงดูดให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดสูดกลิ่นอันหอมอุ่นที่ปลิวไปตามสายลม
ผู้คนที่ผ่านไปมาหันมามองเป็นตาเดียว บ้างสูดดมกลิ่นหอมอันยั่วเย้าด้วยความสนใจ บ้างยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อได้กลิ่นติ่มซำที่ชวนให้นึกถึงบ้านเก่าแก่ในยามเช้า ท้องที่ร้องเตือนยิ่งทำให้พวกเขาตัดสินใจเดินเข้ามายังร้านของเธอ
โดยเฉพาะเหล่าคนงานที่ทำงานอยู่ในโรงงานอาหารสำเร็จรูปฝั่งตรงข้าม จะต้องเป็นลูกค้าขาประจำของร้านเธอแน่ ถึงแม้จะมีตลาดอยู่ไม่ไกล แต่ถ้าเลือกนั่งพักผ่อน ผ่อยคลายการทำงานร้านเธอย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
หลี่หนิงเซียนหันมาเตรียมการเล็ก ๆ เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดร้าน มีการจัดโต๊ะพร้อมชาดอกเบญจมาศสีเหลืองอ่อน และโคมกระดาษสีแดงที่แขวนไว้หน้าร้านเป็นเครื่องหมายแห่งความโชคดี ราวกับการต้อนรับแขกคนสำคัญในวันแรกแห่งการเริ่มต้น
แล้วเสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น ลูกค้าคนแรกที่เข้ามาคือชายสูงอายุในชุดผ้าไหมสีหม่นพร้อมรอยยิ้มใจดี
“สวัสดีค่ะคุณลุง วันนี้เรามีติ่มซำสดใหม่หลายอย่างเลยค่ะ”หนิงเซียนรีบเดินไปต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
“อืม… กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอยจริง ๆ ฉันเอาขนมจีบหมูสองที่ แล้วก็ซาลาเปาไส้หมูแดงอีกสองลูกนะ” คุณลุงสั่งอาหารก่อนสูดดมกลิ่นหอมของติ่มซำในร้าน
“ได้เลยค่ะ คุณลุงไปนั่งรอนึ่งสักครู่นะคะ” หลี่หนิงเซียนพาคุณลุงไปนั่งที่โต๊ะ ก่อนจะหันไปสั่งให้ เถียนจิงนึ่งติ่มซำให้ร้อนแล้วนำมาให้คุณลุง
หลี่หนิงเซียนเฝ้ามองขณะที่คุณลุงลิ้มรสติ่มซำคำแรก แววตาเปี่ยมด้วยความหวังและตื่นเต้น ทุกคำที่ลูกค้ากัดเข้าไป เธอไม่สามารถซ่อนความดีใจที่เห็นว่าความพยายามและความตั้งใจตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาได้กลายเป็นความสุขให้กับใครบางคน
ในร้านติ่มซำของหลี่หนิงเซียนมีคนงานทั้งหมดห้าคนที่ช่วยกันดูแลทุกเรื่องให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น มู่โจวชายหนุ่มชาวบ้านที่มีนิสัยซื่อสัตย์ และใจเย็น ทำหน้าที่ดูแลการส่งและรับเข้าสินค้า เขายังเป็นคนติดต่อประสานงานกับตู้ข่าย มู่โจวไม่ใช่คนทะเยอทะยาน และมักพอใจในสิ่งที่มี นิสัยสงบสุขของเขาทำให้หนิงเซียนไว้วางใจ ได้ว่าเขาจะจัดการทุกอย่างได้อย่างตรงไปตรงมาและซื่อสัตย์
เถียนอิงภรรยาของมู่โจว และยังเป็นหญิงสาวผู้มีฝีมือการชงชาที่เป็นเลิศ เธอเคยหลงผิดไปกับความอิจฉา และมีเรื่องกระทบกระทั่งกับหลี่หนิงเซียน หลี่หนิงเซียนเคยคิดจะเอาเรื่อง
แต่เมื่อเห็นถึงความกตัญญูและอ่อนโยนของเถียนชิง ลูกสาวคนเล็กของเถียนอิงที่มักมาขอโทษแทนแม่เสมอ เธอจึงเลือกที่จะให้อภัย และอดสงสารเถียนชิงไม่ได้เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยยังคงยืนหยัดในความดีแม้ถูกแม่ดุด่า
วันหนึ่งเมื่อหลี่หนิงเซียนเห็นเถียนชิงถูกตีจนอดไม่ได้ จึงตัดสินใจไปที่บ้านเพื่อพูดคุยกับเถียนอิง วันนั้นหลี่หนิงเซียนโมโหมากจนสั่งสอนอีกฝ่ายไปยกใหญ่ เถียนอิงจึงได้รู้สึกผิดและชงชามาขอโทษเธอด้วยใจจริง
เมื่อได้ลิ้มรสชาที่เถียนอิงชง หนิงเซียนถึงกับทึ่งในฝีมือ เลยเสนอให้เถียนอิงมาทำงานร่วมกันในร้านเพื่อดูแลด้านชา เถียนอิงรับงานนี้อย่างเต็มใจ แม้เธอจะเคยหลงผิดเพราะความอิจฉา แต่ลึก ๆ แล้วเธอเป็นคนอ่อนโยนและจริงใจ การได้เข้ามาทำงานที่นี่ทำให้เธอได้กลับมาเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่
เถียนจิงลูกสาวคนโตของมู่โจวและเถียนอิง เป็นเด็กสาวที่มีความขยันขันแข็ง เธอรักครอบครัวและคอยช่วยเหลืองานของพ่อแม่อยู่เสมอ นอกจากนี้ยังมี เต๋อจินและเต๋อเจิน สองพี่น้องที่หนิงเซียนรู้จักตอนเกิดเรื่องที่บ้านตระกูลเต๋อ
แม้ทั้งสองจะเป็นเด็กขยันและเรียบร้อย ไม่มีปัญหาสร้างความวุ่นวายใด ๆ แต่พวกเขาก็เคยรู้สึกผิดที่ต้องมาเกี่ยวพันกับเรื่องกงหยาง หลังจากที่ฉินหงถูกจับ ทั้งสองได้มาขอโทษหนิงเซียนด้วยความสำนึกผิด เธอเห็นถึงความลำบากในการทำงานของพวกเขาและชื่นชมความตั้งใจจริง จึงได้ชักชวนให้มาช่วยงานในร้านติ่มซำ
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นอีกครั้งในเช้านี้ หลี่หนิงเซียนรีบหันไปพร้อมกับรอยยิ้ม หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาพร้อมกับลูกสาวตัวน้อย เธอมองไปรอบ ๆ ร้านอย่างลังเลนิด ๆ แต่หนิงเซียนก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับด้วยท่าทีอบอุ่น
“สวัสดีค่ะ เชิญนั่งตามสบายเลยนะคะ วันนี้เป็นวันแรกที่ร้านเราเปิด ฉันชื่อหลี่หนิงเซียนค่ะ เป็นเจ้าของร้าน” เธอเอ่ยพร้อมส่งยิ้มกว้างอย่างเป็นกันเอง
หญิงคนนั้นยิ้มตอบ พลางดึงเก้าอี้ให้ลูกสาวนั่ง “ขอบคุณนะคะ ร้านดูอบอุ่นมากเลยค่ะ”
“ขอบคุณมากนะคะ ถ้ามีอะไรอยากแนะนำก็บอกได้เลยนะคะ ฉันจะตั้งใจปรับปรุงทุกอย่างให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ” เธอกล่าวอย่างจริงใจ แล้วนั่งย่อลงเพื่อคุยกับลูกสาวของลูกค้า “หนูอยากทานขนมจีบหรือซาลาเปาไหมคะ? พี่มีซาลาเปาไส้ครีม ไส้หมูแดง ทั้งนุ่มและหอมเลยค่ะ”
เด็กน้อยยิ้มเขิน ๆ ก่อนจะชี้ไปที่ภาพซาลาเปาบนเมนู “หนูอยากทานซาลาเปาค่ะ”
หลี่หนิงเซียนหัวเราะเบา ๆ แล้วตอบอย่างเอ็นดู “ได้เลยค่ะ พี่จะจัดให้ทันทีนะคะ”
เธอลุกขึ้นเตรียมไปจัดซาลาเปาให้อย่างพิถีพิถัน พร้อมนำซุปเล็ก ๆ มาเสิร์ฟให้เป็นของแถม “สำหรับคุณแม่และหนูนะคะ ซุปนี้ฉันทำเองกับมือค่ะ ใส่ใจทุกขั้นตอนเลย”
หญิงคนนั้นยิ้มด้วยความประทับใจ “ใจดีจังเลยค่ะ! รู้สึกเหมือนมาเยี่ยมบ้านญาติเลย”
หลี่หนิงเซียนยิ้มอย่างเป็นกันเอง “ยินดีมากค่ะ อยากให้ทุกคนที่มาที่นี่รู้สึกเหมือนอยู่บ้านเลย ถ้าขาดเหลืออะไร บอกได้เสมอนะคะ”
บทสนทนาที่อบอุ่นและใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของหลี่หนิงเซียน ทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนมาพักใจในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย พร้อมด้วยติ่มซำรสชาติดีที่ปรุงด้วยความรักและความใส่ใจ ลูกค้าทั้งสองทานอาหารอย่างมีความสุข และเมื่อจ่ายเงินก่อนกลับ หญิงคนนั้นก็บอกว่า
“คุณหลี่หนิงเซียนคะ ครอบครัวเราจะมาอุดหนุนบ่อย ๆ แน่นอนค่ะ”
หลี่หนิงเซียนโค้งศีรษะเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน “ยินดีมากค่ะ ขอบคุณที่มาอุดหนุนนะคะ แล้วเจอกันใหม่นะคะ”
หลังจากที่ลูกค้าเดินจากไป หลี่หนิงเซียนยังคงยืนมองตามด้วยหัวใจอิ่มเอม ความรู้สึกที่ได้เห็นลูกค้าพึงพอใจทำให้เธอรู้สึกว่า ร้านติ่มซำเล็ก ๆ แห่งนี้กำลังกลายเป็นที่พักใจให้กับผู้คนได้จริง ๆ
มีลูกค้าคนหนึ่งมองเมนูอย่างลังเล ก่อนจะหันไปหาเธอพร้อมรอยยิ้ม ก่อนถามอย่างเป็นกันเอง “มีอะไรแนะนำบ้างไหมครับ?”
“วันนี้ต้องลองซาลาเปาของที่ร้านนะคะ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ” หนิงเซียนยิ้มตอบด้วยความยินดี พลางชี้ไปที่เข่งซาลาเปาหลากสีที่จัดเรียงไว้บนชั้นไม้อย่างสวยงาม
“ซาลาเปาแต่ละสีที่เห็นนี่นะคะ จะมีไส้ที่แตกต่างกันออกไป สีชมพูเป็นไส้ถั่วแดง รสหวานละมุนทำจากถั่วแดงกวนละเอียด สีเขียวเป็นไส้ชาเขียว มีกลิ่นหอมของใบชาที่เข้ากันดีกับความนุ่มของแป้ง ส่วนสีน้ำตาลไส้เห็ดหอม จะมีกลิ่นหอมลึกและรสชาติกลมกล่อม เหมาะกับคนที่ชอบอะไรที่ไม่หวานมาก ส่วนสีเหลืองเป็นไส้ลาวาไข่เค็มค่ะ เป็นสูตรเฉพาะที่ฉันทำเอง ไส้ไข่เค็มลาวานี้จะไหลเยิ้มรสหวานมัน เค็มเล็กน้อย กำลังดีค่ะ”