ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 111 สนใจทำธุรกิจกับฉันไหมคะ
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70
- บทที่ 111 สนใจทำธุรกิจกับฉันไหมคะ
บทที่ 111 สนใจทำธุรกิจกับฉันไหมคะ
ในเช้าวันรุ่งขึ้น หลี่หนิงเซียนเดินทางไปตึก ที่เธอตั้งใจจะปรับปรุงให้กลายเป็นร้านอาหารของตัวเอง เมื่อมาถึง เธอพบช่างที่จงซวนพามาแนะนำให้รู้จักยืนรออยู่ ชายวัยกลางคนผู้นี้มีรอยยิ้มอบอุ่น และแววตาที่เต็มไปด้วยความเป็นกันเอง ก่อนทั้งคู่จะเริ่มคุยเรื่องแบบร่าง
“ฉันอยากจะกั้นด้านหลังเป็นครัว ทำให้โปร่งเพื่อจะได้ระบบระบายอากาศ และต้องมีพื้นที่เก็บวัตถุดิบ ส่วนหน้าร้านจะติดกระจกใสขนาดใหญ่ เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามา ผนังด้านหนึ่งจะทำเป็นอิฐโชว์”
“ผมคิดว่า ถ้าครัวเพิ่มพื้นที่ตรงเคาน์เตอร์อีกนิด จะทำให้ดูเข้ามากขึ้นนะครับ”
“ได้ค่ะ ส่วนชั้นบนฉันอยากจะแบ่งเป็นสองส่วน ด้านหนึ่งเป็นห้องรับประทานอาหารแบบส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว อีกด้านจะเป็นที่พักอาศัยอยากจะให้ช่างเสริมความแข็งแรงของโครงสร้าง และปรับปรุงระบบไฟฟ้าให้รองรับการใช้งานของร้านอาหารได้อย่างปลอดภัยด้วยค่ะ”
“ดูสถานที่น่าจะตามที่คุณบอก ไม่น่ามีปัญหาอะไร”
“อีกเรื่องพอจะแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นมุมชงชาได้ไหมคะ”
“ผมว่าทำมุมชงชาตรงลานด้านหน้าดีไหมครับ” ช่างอธิบายพลางชี้ไปที่มุมหนึ่ง
“ได้ค่ะ” หลี่หนิงเซียนพยักหน้ารับ ขณะที่ช่างอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการต่อเติม เธอพิจารณาถึงงบประมาณที่ตั้งใจจะใช้ในการทำร้าน และกล่าวถึงค่าแรงของช่างเป็นการย้ำเพื่อความชัดเจน
“ค่าแรงทั้งหมดจะอยู่ที่เท่าไรคะ?” ช่างยิ้มให้เธออย่างสบาย ๆ
“รวมค่าแรงทั้งหมดแล้ว ผมคิดไว้ที่ประมาณสามร้อยหยวนครับ ราคานี้ผมจะช่วยดูแลให้ดีที่สุด” หลี่หนิงเซียนพยักหน้ารับอย่างพอใจ
“ตกลงค่ะ สามร้อยหยวน ขอบคุณที่ช่วยดูแลให้นะคะ” หลังจากพูดคุยรายละเอียดกับช่างเสร็จ ลุงตู้ก็เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม
“หลี่หนิงเซียน เสร็จธุระกับช่างแล้วใช่ไหม? ลุงจะพาไปเจอตู้ข่าย เขารับปากจะมาคุยเรื่องวัตถุดิบที่เธอต้องการสำหรับร้านโดยเฉพาะ”
เมื่อเดินตามลุงตู้ไปถึงโรงเก็บสินค้าของตู้ข่าย หลี่หนิงเซียนได้พบกับชายร่างสูงอายุราวสามสิบ รูปร่างเล็ก ผอมบางกว่าอู่เฉินเล่ยที่เธอเจอเมื่อวาน ใบหน้าคมเข้ม และมุมปากที่ยิ้มเล็กน้อยทำให้เขาดูมีความน่าเชื่อถือ ตู้ข่ายยื่นมือมาตรงหน้า และทักทายด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ได้ยินมาว่าอยากจะทำร้านอาหารสินะ” หลี่หนิงเซียนยิ้มพร้อมยกมือไหว้ตอบอย่างสุภาพ
“ค่ะ คุณตู้ข่าย ลุงตู้เล่าให้ฟังว่าคุณมีวัตถุดิบสดใหม่ที่เหมาะกับร้าน ฉัน เลยอยากจะขอคุยเรื่องราคาสำหรับการซื้อขายระยะยาวค่ะ” ตู้ข่ายพยักหน้าและเดินพาหลี่หนิงเซียนไปยังพื้นที่เก็บวัตถุดิบ ทั้งผักสดใหม่ เนื้อหมู และเครื่องเทศหลากชนิดที่ถูกจัดเรียงไว้เป็นระเบียบ
“ทั้งหมดนี่มาจากแหล่งที่คัดมาอย่างดี ราคาที่ฉันคิดไว้ไม่สูงเกินไป แต่คุณต้องสั่งซื้อปริมาณหนึ่งทุกสัปดาห์ เพื่อให้คุ้มกับการขนส่ง”
หลี่หนิงเซียนไตร่ตรองครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ “แล้วถ้าเป็นผัก ฉันขอเพิ่มส่วนลดในบางรายการได้ไหมคะ เนื่องจากร้านฉันยังเปิดใหม่ อาจจะสั่งปริมาณไม่มาก แต่ถ้าคุณให้ราคาพิเศษได้ ฉันยินดีจะซื้อขายระยะยาวและเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ”
ตู้ข่ายครุ่นคิดด้วยรอยยิ้ม ขณะที่มองหลี่หนิงเซียนด้วยสายตาชื่นชม “ตกลง ฉันจะปรับราคาให้ตามที่ตกลง ข้อเสนอของคุณน่าสนใจดี และจากที่ฟังคุณพูด ดูเหมือนว่าคุณจะตั้งใจจริง ฉันเองก็อยากเห็นร้านของคุณเติบโตเหมือนกัน”
ทั้งสองจับมือกันในข้อตกลงระยะยาว ตู้ข่ายอดรู้สึกไม่ได้ว่าหลี่หนิงเซียนเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและน่าประทับใจ เขาหวังว่าความสำเร็จของร้านจะยิ่งใหญ่ตามความตั้งใจของเธอ เพราะเธอน่าจะได้เป็นลูกค้ารายใหญ่ของเขา
หลี่หนิงเซียนมองตู้ข่ายที่ยืนครุ่นคิดอยู่ตรงหน้า เธอรู้ว่าโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย ๆ การทำธุรกิจส่งของร่วมกับร้านอาหารของเธออาจเป็นการช่วยโปรโมตให้ทั้งสองฝ่าย เธอยิ้มอย่างมั่นใจและพูดออกไปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น
“มีอีกเรื่องที่อยากถามค่ะ”
ตู้ข่ายเลิกคิ้วพร้อมกับพยักหน้า “ว่ามาเลยสิครับ”
“คุณสนใจทำธุรกิจกับฉันไหมคะ” เธอถามด้วยความมั่นใจ พร้อมทั้งส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ
ตู้ข่ายชะงักไปเล็กน้อยก่อนตอบกลับ “ทำร้านอาหารน่ะเหรอ? ผมไม่สนใจหรอกนะ”
หลี่หนิงเซียนหัวเราะเบา ๆ “ไม่ใช่ทำร้านอาหารหรอกค่ะ แต่เป็นบริการส่งของต่างหาก”
ตู้ข่ายขมวดคิ้วด้วยความสนใจ เขามองหลี่หนิงเซียนอย่างสงสัย “หื้อ? บริการส่งของยังไงล่ะ”
“ฉันอยากให้ร้านของฉันมีบริการส่งอาหารถึงที่ค่ะ คุณเองก็มีเครือข่ายคนส่งอยู่แล้ว ถ้าจะเพิ่มอาหารเข้าไปในรายการส่ง มันคงเป็นประโยชน์ไม่น้อย คุณจะได้มีงานเพิ่ม และเราทั้งคู่จะได้ทำให้ลูกค้าที่สะดวกสบายขึ้น”
ตู้ข่ายเริ่มยิ้มมุมปาก แววตาแฝงด้วยความสนใจ แต่เขายังคงถามด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ “แล้วผมจะได้อะไรจากงานนี้ล่ะ?”
หลี่หนิงเซียนรู้ว่าคำถามนี้จะมา เธอเตรียมคำตอบไว้แล้วอย่างดี “ง่ายมากค่ะ คุณมีวัตถุดิบบางอย่างที่ค้างในโกดังนาน ๆ ใช่ไหมคะ? วัตถุดิบเหล่านั้นถ้าไม่ได้นำมาใช้อาจเสียหายได้ ถ้าฉันนำมาทำอาหาร พร้อมสูตรอาหารที่มีประโยชน์ และความอร่อยของวัตถุดิบนั้น ๆ ลูกค้าคงสนใจสั่งเพิ่มแน่นอน แถมคุณยังโปรโมตสินค้าไปในตัว”
ตู้ข่ายนิ่งฟังอย่างตั้งใจ เขาเริ่มยิ้มด้วยท่าทางสนใจและยอมรับว่าข้อเสนอของหลี่หนิงเซียนน่าสนใจไม่น้อย “อืม… เธอทำให้ฉันเห็นภาพออกแล้วล่ะ การได้โปรโมตสินค้าโดยไม่ต้องทิ้งวัตถุดิบที่ค้างโกดังไปเฉย ๆ น่าสนใจจริง ๆ แถมได้ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าด้วย”
เขามองหลี่หนิงเซียนด้วยแววตาชื่นชม “งั้นเราคงต้องคุยกันยาว มาหาที่นั่งคุยกันดีกว่า”
หลี่หนิงเซียนยิ้มกว้าง “ได้ค่ะ ถ้าคุณตู้ข่ายสะดวก ฉันมีแผนบางอย่างที่อยากจะอธิบายรายละเอียดให้คุณฟังต่อด้วยค่ะ”
หลี่หนิงเซียน และตู้ข่ายนั่งลงที่โต๊ะเล็ก ๆ ในมุมสงบของโรงเก็บวัตถุดิบ รอบตัวพวกเขามีถุงกระสอบที่บรรจุผักสด พริกแห้ง และเครื่องเทศวางเรียงราย กลิ่นหอมจากวัตถุดิบลอยปะปนอยู่ในอากาศ ขณะที่หลี่หนิงเซียนหยิบกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่จดบันทึกแผนการของเธอไว้ออกมา
“จากที่คุยไปก่อนหน้านี้นะคะ” หลี่หนิงเซียนเริ่มพูดพร้อมคลี่กระดาษออก เผยให้เห็นลายมือที่จดบันทึกไว้อย่างเรียบร้อย “ฉันคิดไว้ว่าเราจะเริ่มจากเมนูพิเศษที่ใช้วัตถุดิบที่คุณตู้ข่ายมีในโกดัง อย่างถั่วลิสงกับเครื่องเทศแห้งพวกนี้ ฉันคิดสูตรอาหารไว้หลายเมนู แต่ละจานจะใช้วัตถุดิบเฉพาะ และช่วยโปรโมตความสดใหม่ของวัตถุดิบของคุณด้วยค่ะ”
ตู้ข่ายพยักหน้าอย่างสนใจ เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ สายตามองหลี่หนิงเซียนด้วยความชื่นชม “ต่อไปล่ะ คุณมีแผนจะให้บริการส่งอาหารยังไง?”
หลี่หนิงเซียนยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ฉันตั้งใจจะใช้พนักงานส่งของของคุณในเขตที่คนชอบสั่งอาหารที่บ้าน หรือในละแวกที่การเดินทางไม่ค่อยสะดวก โดยเฉพาะพวกกลุ่มที่ชอบทานอาหารที่ทำจากวัตถุดิบสดใหม่ ฉันเองก็จะจัดโปรโมชั่นให้ลูกค้ารับวัตถุดิบสดจากร้านคุณไปลองทำอาหารเองที่บ้านได้ ถ้าเขาชอบรสชาติและประโยชน์ของวัตถุดิบ ลูกค้าอาจจะสั่งวัตถุดิบตรงจากคุณก็ได้นะคะ”
ตู้ข่ายยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาตบโต๊ะเบา ๆ ราวกับเห็นภาพธุรกิจที่ทั้งสองจะร่วมกันอย่างชัดเจนขึ้น “แผนนี้ดีมาก ไม่ได้แค่ทำให้คนรู้จักอาหารของเธอ แต่ยังช่วยให้พวกเขาได้สัมผัสวัตถุดิบในมุมที่แตกต่างด้วย… และที่สำคัญยังเป็นการเพิ่มยอดขายโดยไม่ต้องลงทุนโปรโมตเองเลย ถือว่าได้ทั้งสองฝ่ายเลยทีเดียว”
“ดีใจที่คุณชอบค่ะ” หลี่หนิงเซียนยิ้มตอบด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น “และอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันคิดไว้ค่ะ เราจะจัดทำใบปลิวขนาดเล็ก ๆ แนะนำสูตรอาหารสั้น ๆ แนบไปพร้อมกับวัตถุดิบพิเศษบางอย่าง ให้ลูกค้าลองทำที่บ้าน จะได้เป็นการโปรโมตวัตถุดิบของคุณโดยตรง และคนก็จะเห็นว่าวัตถุดิบของคุณนั้นคุ้มค่าแค่ไหน”
ตู้ข่ายยิ้มกว้างขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความประทับใจในความคิดสร้างสรรค์ของหลี่หนิงเซียน “เธอคิดรอบคอบมาก ข้อตกลงนี้น่าสนใจจริง ๆ”
หลังจากเจรจารายละเอียดทั้งหมด หลี่หนิงเซียนและตู้ข่ายตกลงกันเป็นอย่างดี การพูดคุยที่ยาวนานผ่านพ้นไปด้วยเสียงหัวเราะและความเข้าใจ หลี่หนิงเซียนรู้สึกถึงความเป็นมิตรของตู้ข่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอเองก็เริ่มรู้สึกมั่นใจว่าธุรกิจครั้งนี้จะเป็นการร่วมมือที่ดียิ่งกว่าที่คาดหวังไว้
เมื่อทั้งคู่ลุกขึ้นจากที่นั่ง ตู้ข่ายกล่าวปิดท้ายด้วยรอยยิ้มจริงใจ “นับจากนี้ฉันจะช่วยทุกอย่างที่ทำได้ เธอเป็นคนที่มีความตั้งใจจริง ฉันอยากเห็นร้านของเธอเติบโต และใครจะรู้… เผื่อวันหนึ่งเราจะได้ขยายธุรกิจร่วมกันอีกหลายรูปแบบ” หลี่หนิงเซียนยิ้มรับ
คำพูดของตู้ข่ายเป็นแรงบันดาลใจอันสำคัญในวันนี้ เธอรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าอาจมีอุปสรรค แต่การมีพันธมิตรที่เชื่อใจ และสนับสนุนเช่นนี้ทำให้เธอรู้สึกมั่นใจและพร้อมสำหรับอนาคต