ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 110 ฉันจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70
- บทที่ 110 ฉันจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด
บทที่ 110 ฉันจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด
“ได้สิทำไม่จะไม่ได้ลุงก็เห็นเรามาเป็นเดือน รู้ว่าเราเป็นคนดีมีความกตัญญู คน แบบนี้ลุงยินดีช่วย ลุงจะจัดการเรื่องนี้ให้เองเธอไม่ต้องเป็นกังวลไป ตู้ข่ายคงไม่ปฏิเสธคำขอของลุงหรอก” ลุงตู้ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้า
“ขอบคุณมากนะคะลุงตู้ ถ้าลุงไม่ช่วยคงลำบากแน่ ๆ” หลี่หนิงเซียนยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ
“ไม่เป็นไรเลย หนิงเซียน ลุงน่ะมองเราก็เหมือนลูกหลานคนนึง” ลุงตู้กล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แววตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความเอ็นดู
“งั้นขอรบกวนลุงตู้ด้วยนะคะ” หลี่หนิงเซียนยิ้ม พลางยกมือขึ้นคำนับอย่างเคารพ ความตื่นเต้นและความหวังที่มีต่อร้านใหม่ของเธอเปี่ยมล้นอยู่ในแววตา
ลุงตู้พยักหน้าเบา ๆ ยิ้มตอบ “เรื่องแค่นี้ลุงช่วยเต็มที่ วางใจเถอะ เดี๋ยวลุงจะไปคุยกับตู้ข่ายให้แน่นอน”
คำรับปากของลุงตู้ทำให้หลี่หนิงเซียนรู้สึกโล่งใจ เธอยกมือขึ้นคำนับอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ “ขอบคุณลุงตู้มากนะคะ ไม่ว่าครั้งไหนลุงก็ช่วยฉันเสมอ”
ลุงตู้ยิ้มอ่อนโยน “เอาเถอะ ร้านของเธอจะต้องไปได้ดีแน่นอน”
หลี่หนิงเซียนยิ้มอ่อน ๆ พร้อมกับความโล่งใจในใจ หลังจากได้รับคำสัญญาจากลุงตู้ เธอพยักหน้าตอบรับอย่างนอบน้อม “ฉันขอตัวก่อนนะคะลุงตู้ เดี๋ยวมืดค่ำจะกลับบ้านลำบาก”
ลุงตู้โบกมือลา “ไปเถอะลูก ระวังตัวด้วยล่ะ แล้วอย่าลืมว่ามีอะไรให้ลุงช่วยก็มาหาลุงได้เสมอ”
หลี่หนิงเซียนโค้งศีรษะอีกครั้งก่อนหันหลังเดินจากมา ขณะเดินผ่านตรอกแคบ ๆ ที่เต็มไปด้วยร้านขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ จนไปถึงริมถนนใหญ่ เธอแวะไปเอาจักรยานที่ฝากจงซวนเอามาจอดไว้ที่โรงพัก ก่อนปั่นกลับหมู่บ้าน
หลังจากจัดกาารเรื่องต่าง ๆ มาทั้งวัน หลี่หนิงเซียนรู้สึกโล่งใจทีทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ถึงเวลาจะได้กลับไปพักผ่อน บ้านที่มีบรรยากาศอบอุ่นและเต็มไปด้วยความห่วงใยของทุกคน โดยเฉพาะคุณปู่ที่คอยเอ็นดูเธอเสมอ
เมื่อถึงหมู่บ้านหลี่หนิงเซียนก็แวะมากินมื้อเย็นที่บ้านตระกูลกงจามที่คุยกับป้าซูไว้ เธอก้าวเข้าไปในห้องอาหาร เห็นคุณปู่ยิ้มกว้างต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว มือเรียวของคุณปู่โบกเรียกให้เธอมานั่งข้าง ๆ
“หนิงเอ๋อร์ มาเถอะ มากินข้าวกัน” เสียงของคุณปู่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
เมื่อทุกคนมานั่งพร้อมหน้าซูลี่แม่ของกงชุนเริ่มพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ทั้งอ่อนโยนและมุ่งมั่น
“หนิงเซียน ที่บ้านเราอยากให้หนูย้ายมาอยู่ที่นี่ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยไป ๆ มา ๆ ทุกวันด้วย”
หลี่หนิงเซียนเหลือบมองคุณปู่ที่ยิ้มอย่างเห็นดีเห็นงาม คุณปู่พยักหน้าและเอื้อมมือมาจับมือเธอเบา ๆ
“มาอยู่กับตระกูลกงเถอะปู่ดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร นับแต่ที่กงชุนไปทำงาน ชาวบ้านก็นินทราแต่เรื่องหย่าร้าง”
“รอพี่ชายกลับมาอยู่บ้านก่อนได้ไหมคะ หนูไม่อยากให้คุณปู่อยู่คนเดียวอีก”
ซูลี่ถอนหายใจเบา ๆ พลางยิ้มบาง ๆ “ก็ได้ ตามใจหนู แต่ขอให้หนูมากินข้าวเย็นที่นี่ทุกวันก็พอ”
หลี่หนิงเซียนยิ้มรับ ก่อนคนทั้งหมดจะกินข้าวแล้วพูดคุยกันไปเรื่อย ๆ หลังการทานอาหารเย็นจบลง ด้วยบรรยากาศอันอบอุ่น หลี่หนิงเซียนเดินออกจากบ้านตระกูลกงพร้อมกับคุณปู่
แม้จะรู้สึกผ่อนคลายหลังการพูดคุยเรื่องการย้ายมาอยู่ที่นี่ แต่ใจเธอยังแอบกังวลเล็กน้อย ระหว่างทางเดินกลับบ้านตระกูลหลี่ เธอกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ จนกระทั่งเสียงเรียกทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง
“หลี่หนิงเซียน!” หลี่หนิงเซียนหันกลับไป เห็นชายวัยกลางคนในชุดสูทเข้มที่ยืนอยู่ ร่างสูงสง่าของเขาคือเลขาธิการพรรค ใบหน้าของเขามีร่องรอยประสบการณ์ที่ชัดเจนแต่แฝงด้วยความอ่อนโยน เขาพยักหน้าให้เธอ และคุณปู่ก่อนพูดขึ้นด้วยเสียงเคร่งขรึมแต่เป็นมิตร
“กงชุนโทรมาจากต่างเมือง เขาบอกให้เธอโทรกลับไปหา” หลี่หนิงเซียนลืมไปเลยว่าเธอโทรหาเขาจนตอนนี้ก็ยังไม่ได้คุยกัน
คุณปู่หันมามองหลี่หนิงเซียน สีหน้าของท่านแฝงด้วยความเป็นห่วง “ถ้าอย่างนั้นหนิงเอ๋อร์ไปเถอะ ปู่กลับบ้านเองได้”
หลี่หนิงเซียนพยักหน้ารับคำคุณปู่ ก่อนจะแยกตัวไปที่ทำการหมู่บ้าน เมื่อมาถึงในเวลาเย็นเช่นนี้ บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเจ้าหน้าที่บางส่วนที่ยังคงทำงานอยู่ เธอเดินตรงไปยังห้องโทรศัพท์ที่อยู่ในมุมเงียบสงบ เลขาธิการพรรคที่เดินนำมาชี้ไปยังโทรศัพท์เครื่องใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะ
“ตามสบายนะ” เขากล่าวพร้อมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะผละไปให้เธอได้ความเป็นส่วนตัว
หลี่หนิงเซียนสูดหายใจลึก มือจับหูโทรศัพท์แน่น ก่อนโทรหากงชุน สียงของกงชุนที่ดังมาจากปลายสายเต็มไปด้วยความนุ่มนวลและอ่อนโยน หลี่หนิงเซียนจับหูโทรศัพท์แน่น ยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเขาอย่างชัดเจน เธอเปิดปากพูดขึ้นอย่างเกรงใจเล็กน้อย
(ก่อนหน้าโทรมามีเรื่องด่วนหรือเปล่า)
“มีเรื่องอยากจะปรึกษา… เรื่องเงินแต่ตอนนี้ฉันจัด ฉันซื้อตึกในเมืองมาทำเป็นร้าน จะได้ไม่ต้องเช่าร้านในตลาดอีก…” เธอเล่าเรื่องตึกที่ซื้อ ไปจนถึงการที่เธอไปกู้เงินธนาคารมา โดยมีจงซวนช่วยค้ำประกันให้
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนกงชุนจะหัวเราะเบา ๆ (จริง ๆ ใช้เงินในบัญชีที่ฉันไว้ก็ได้ จะได้ไม่ต้องไปกู้แล้วมาเสียดอกเบี้ยแพง ๆ ฉันบอกแล้วไงแค่ภรรยาคนเดียวฉันดูแลได้)
หลี่หนิงเซียนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเกรงใจ “แต่กงชุน… ฉันไม่อยากรบกวนคุณถึงขนาดนั้น มันเป็นเงินของคุณนะ ให้ฉันใช้เงินที่หามาด้วยตัวเองดีกว่า”
กงชุนหัวเราะอีกครั้ง เสียงหัวเราะนั้นทำให้หลี่หนิงเซียนรู้สึกสบายใจขึ้น (หนิงเซียน เธอช่วยจัดการดูแลเรื่องกงหยาง อีกทั้งยังดูแลอาหารการกินจนมีแต่คนชม คิดซะว่าเงินนี้เป็นการขอบคุณจากฉันแทนพวกเขาก็ได้ ที่กองทัพคนที่ได้ชิมอาหารฝีมือเธอต่างก็ชมว่าฝีมือเธอเยี่ยมยอดมาก แค่ได้กลิ่นก็หิวแล้ว)
“แค่ทำอาหารธรรมดาเอง คนกินไม่เบื่อก็ถือว่าโชคดีแล้ว”
(พูดจริง ๆ นะ ร้านของเธอต้องขายดีแน่นอน เพราะฝีมือเธออร่อยจริง) เสียงของกงชุนจริงจังขึ้น (คนที่จะทำร้านอาหารให้อยู่ได้นาน คือคนที่ทำด้วยใจ แล้วเธอมีสิ่งนั้นอยู่เต็มเปี่ยม เธอไม่ได้แค่ทำอาหาร แต่ยังใส่ความตั้งใจและดูแลคนรอบข้างเสมอ ถ้าเธอเปิดร้าน รับรองว่าจะมีลูกค้าประจำมากมายแน่นอน)
คำให้กำลังใจของกงชุนทำให้หัวใจของหลี่หนิงเซียนอบอุ่น เธอยิ้มทั้งที่ตายังพราวไปด้วยความตื้นตันใจ “ขอบคุณคุณมากนะ ฉันจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด ไม่ให้คุณผิดหวัง”
(ฉันไม่เคยคิดว่าเธอจะทำให้ผิดหวังเลย) เสียงของกงชุนเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น (จำไว้นะ ถ้ามีอะไรที่ฉันช่วยได้ก็บอกมาเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ)
หลี่หนิงเซียนยิ้มกว้าง รู้สึกได้ถึงพลังแห่งความเชื่อมั่นและความอบอุ่นจากปลายสาย คำพูดของกงชุนเหมือนเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เธอมีกำลังใจมากยิ่งขึ้น หัวใจที่เคยกังวลพลันมั่นคงขึ้นมาด้วยความอบอุ่นและความเชื่อมั่น เธอเอ่ยขอบคุณกงชุนด้วยเสียงนุ่มนวล
“ขอบคุณนะกงชุน ฉันจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด”
(ดีแล้ว ตั้งใจล่ะ ฉันจะรอดูว่าร้านของเธอจะไปได้ไกลแค่ไหน) เสียงของกงชุนตอบกลับมาด้วยความเอ็นดู (และไม่ว่าสุดท้ายผลจะออกมายังไงเธอก็ยังเป็นภรรยาของฉัน)
หลี่หนิงเซียนยิ้มกว้าง รู้สึกได้ถึงพลังแห่งความเชื่อมั่นและกำลังใจ เธอกล่าวขอบคุณกงชุนอย่างจริงใจเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะวางสาย ความมุ่งมั่นที่อยากเปิดร้านอาหารเป็นจริงขึ้นเรื่อย ๆ
ตั้งแต่เขาเลิกถามว่าเธอเป็นใคร การมีใครสักคนที่ค่อยห่วงใย ทำให้เธอรู้สึกดีไม่น้อย และเธอรู้แล้วว่ามีคนที่คอยสนับสนุนเธอทุกย่างก้าวอย่างเต็มที่มันดีมากแค่ไหน