ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 101 ฉันขอสารภาพ
บทที่ 101 ฉันขอสารภาพ
หลี่หนิงเซียนรับสมุดบัญชีที่กงชุนยื่นให้ด้วยความลังเล เธออยากปฏิเสธแต่ก็ไม่อาจทนสายตาของเขาได้ จึงจำใจต้องเก็บไว้
เมื่อกงชุนออกไปแล้ว หลี่หนิงเซียนจึงหยิบสมุดบัญชีขึ้นมาดู เมื่อสายตาของเธอเลื่อนไปเห็นตัวเลขที่ปรากฏในหน้าสมุดบัญชี เธอถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“ห้าหมื่นหยวน!” เธออุทานออกมา แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ความคิดพลันแล่นเข้ามาในหัว หลี่หนิงเซียนเริ่มเข้าใจว่าแท้จริงแล้ว ครอบครัวตระกูลกงไม่ใช่คนธรรมดาที่ใช้ชีวิตอย่างประหยัดอย่างที่แสดงออกมา
พวกเขาเพียงแค่เสแสร้งเพื่อรักษาภาพลักษณ์ให้ดูถ่อมตนต่อสังคม เธอรู้สึกแปลกใจระคนสับสนที่ได้รู้ความจริงนี้ ที่แท้ก็ซ่อนอะไรไว้เยอะกว่าที่คิด ไม่แปลกใจเลยที่เขาถึงกล้าพูดอย่างมั่นใจว่าจะดูแลเธอได้
หลี่หนิงเซียนนึกถึงแววตามุ่งมั่นของกงชุนตอนพูดประโยคนั้น เธอถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ แต่ไม่นานเธอก็เรียกสติกลับมาได้ คำพูดของผู้ชายคนนี้ถือว่าเชื่อถือได้
เธอรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักในช่วงที่ผ่านมา จึงตัดสินใจพักผ่อนอยู่ที่บ้านทั้งวัน เธอหยิบหนังสือเล่มโปรดมาอ่านที่ลานหลังบ้านใต้ต้นแอปเปิล จิบชาเบา ๆ เป็นบรรยากาศที่เงียบสงบ และชวนให้รู้สึกสบายใจ
แต่ในช่วงบ่าย ขณะที่เธอกำลังเพลิดเพลินกับการพักผ่อน คุณปู่ของเธอเดินออกมาพร้อมกับสีหน้าที่เคร่งขรึม นางเอกมองเห็นแววตาของท่านที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
“หนิงเอ๋อร์… วันนี้ไม่ไปขายเหรอ?” หลี่จ้านถาม หลี่หนิงเซียนจึงวางหนังสือลงอย่างช้า ๆ แล้วหันไปมอง
“วันนี้หนูไม่ได้เตรียมของไว้นะคะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและยิ้มให้
“หลานยังจะหย่าอีกไหม” หลี่จ้านถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“ไม่แล้วค่ะ คุณปู่ไม่ต้องกังวล หนูกับกงชุนคุยกันแล้ว” ดูเหมือนว่าคำพูดของเธอจะไม่เพียงพอที่จะทำให้คุณปู่คลายความกังวล “คุณปู่ยังกังวลอะไรอีกเหรอคะ”
“หลานนะควรไปอยู่ตระกูลกง อยู่ที่นี่คนเขาจะมองยังไง”
“ที่นี่มีแค่คุณปู่อยู่จะให้หนูทิ้งไปได้ยังไง”
“แต่…” หลี่หนิงเซียนเข้าใจความหวังดีของคุณปู่ และรู้ว่านี้เป็นความรักและความปรารถนาดีที่มีให้เธอ เธอลุกขึ้นเดินเข้าไปหา ยื่นมือไปจับมือของคุณปู่ไว้เบา ๆ
“คุณปู่ไม่ต้องไปฟังใครพูดนะคะ” เธอกล่าวเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงมั่นคง “จริงสิ หนูได้จดหมายมาด้วย เป็นข่าวของพี่ชายตอนนี้พี่ชายอยู่ที่เมืองไป๋ชาน ปลอดภัยดีค่ะ”
เมื่อหลี่จ้านได้ยินถึงเรื่องของพี่ชาย นัยน์ตาของเขาที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยความกังวลก็สว่างวาบขึ้นมา หลี่หนิงเซียนจึงเดินเข้าบ้านไปหยิบจดหมายมาส่งให้คุณปู่
“นี่จดหมายที่หนูได้มาค่ะ” หลี่จ้านรับจดหมายจากหลี่หนิงเซียนอย่างช้า ๆ ดวงตามองตัวอักษรที่บรรจงเขียนอย่างละเอียด ใบหน้าของคุณปู่คลายความเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อได้รู้ว่าหลานชายยังปลอดภัยดี แม้จะอยู่ต่างเมือง
“ดียิ่งแล้ว… เขาปลอดภัยก็ดี” หลี่จ้านพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเบาขึ้นกว่าตอนแรก “แล้วเขาจะกลับมาเมื่อใด?”
หลี่หนิงเซียนยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบ “หนูก็ยังไม่แน่ใจค่ะ แต่คุณปู่ไม่ต้องกังวลนะคะ”
หลี่จ้านพยักหน้าเบา ๆ แต่ยังคงแสดงท่าทีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แววตาของเขามองออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับจะจินตนาการถึงเมืองไป๋ชาน
“ไป๋ชานเป็นเมืองที่อยู่ติดทะเล ผู้คนค่อนข้างเยอะ เป็นเมืองที่ดี หวังว่าหลงเฟยจะดูแลตัวเองดี ๆ”
“หนูเชื่อค่ะว่าพี่ดูแลตัวเองได้ พี่เป็นคนเก่ง และมีความสามารถ” หลี่หนิงเซียนกล่าวอย่างมั่นใจ
คุณปู่พยักหน้าช้า ๆ สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยยังคงปรากฏชัด “ปู่หวังว่าอย่างนั้น… ครอบครัวเราต้องอยู่ด้วยกันให้ครบ ถึงจะสุขใจ”
บรรยากาศในลานบ้านกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นในความห่วงใยที่แผ่ออกมาอย่างไม่สิ้นสุด หลี่หนิงเซียนยิ้มให้คุณปู่อีกครั้ง ก่อนจะหันกลับมาที่จดหมาย
เธอรู้ว่าทั้งครอบครัวต่างมีความผูกพันที่ลึกซึ้งต่อกัน แม้ว่าระยะทางจะห่างไกลแค่ไหน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขายังคงแนบแน่นเช่นเดิม หวังว่าพี่ชายจะกลับมาโดยเร็ว
กงหยางวิ่งลนลานมาถึงหน้าบ้านของหลี่หนิงเซียน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เหงื่อผุดพรายจากการวิ่งอย่างรวดเร็ว เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเพื่อหายใจ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“พี่สะใภ้! พี่สะใภ้! ป้าหวังถูกจับไปแล้ว!” กงหยางพูดหอบ ๆ
หลี่หนิงเซียนที่พึ่งคุยกับคุณปู่เสร็จ พอได้ฟังสีหน้าเปลี่ยนเป็นแปลกใจทันที
“ป้าหวัง? เกิดอะไรขึ้น”
“พวกตำรวจ… เขามาเมื่อสักครู่นี้เอง ป้าหวังพยายามขัดขืน แต่สุดท้ายก็ถูกพาตัวไปที่โรงพัก!” กงหยางพูดพร้อมหายใจหอบแรงจากความรีบร้อน
“ทำไมถึงถูกจับ”
“น่าจะเกี่ยวข้องกับจินเม่ย และเป็นเรื่องพี่สะใภ้ด้วย” ที่ทำให้กงหยางรีบร้อนมาที่นี่ เพราะป้าหวังเป็นลูกสาวของคุณปู่ ต่อให้ป้าหวังจะทำตัวไม่ดีแค่ไหน เรื่องนี้พี่สะใภ้ควรรู้ และเรื่องนี้เกี่ยวพันกับพี่สะใภ้
“เรื่องฉันงั้นเหรอ”
“ใช่ ผมได้ยินมาแบบนั้น”
“หนิงเอ๋อร์ พาปู่ไปดูหน่อยได้ไหม”
“เดี๋ยวหนูไปเองค่ะคุณปู่รอที่นี่นะคะ” หลี่หนิงเซียนพูดพร้อมกุมมือคุณปู่ไว้
“ฝากด้วยนะ” หลี่จ้านมองมือหลานที่จับไว้ก็รู้สึกเบาใจขึ้น
“ค่ะ”
“ผมไปด้วย”
“เอาจักรยานมา เราต้องรีบไป!” หนิงเซียนกล่าว ก่อนจะรีบคว้าจักรยานของตัวเองจากด้านข้างบ้าน กงหยางทำเช่นเดียวกัน พวกเขาทั้งสองปั่นจักรยานไปตามถนนอย่างรวดเร็ว ล้อหมุนส่งเสียงครูดพื้นถนนราวกับจะสะท้อนถึงความเร่งรีบในจิตใจของทั้งสองคน
ตลอดทาง หนิงเซียนพยายามหาคำตอบในหัวว่าเหตุใดป้าหวังถึงถูกจับ มีเรื่องราวอะไรที่เธอไม่รู้หรือเปล่า ใบหน้าของเธอเคร่งเครียด ขณะที่สายตาของกงหยางก็เต็มไปด้วยความตึงเครียดเช่นกัน ไม่มีคำพูดใด ๆ ออกมาระหว่างทาง มีแต่เสียงลมที่พัดผ่านหูเมื่อทั้งคู่เร่งความเร็ว
เมื่อทั้งสองมาถึงโรงพัก หนิงเซียนรีบจอดจักรยานแล้ววิ่งเข้าไปข้างใน ทันทีที่เธอเข้าไปในสถานีตำรวจ เธอก็เจอจงซวนที่ประจำการอยู่ในเวลานั้น เขามีท่าทางสุขุมและนิ่งสงบ
“มาทำอะไรที่นี่?” จงซวนถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร
“ฉันมาเรื่องป้าหวัง ทำไมเธอถึงถูกจับ?”
“เรื่องนี้ไปคุยในห้องผมดีกว่า”
“อือ” หลี่หนิงเซียนและกงหยางเดินตามจงซวนเข้ามาในห้องทำงาน ก่อนจงซวนจะเปิดปากเราเรื่องราว
“หลังจากที่จับจินเม่ยมาเราก็ได้ทำการสอบสวนเธอ…”
วันที่สอบสวนจงซวนจับจ้องไปที่จินเม่ยซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะ เธอดูหวาดกลัวและกระสับกระส่าย จงซวนวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดัง ทำให้จินเม่ยสะดุ้งเล็กน้อย
“คุณจินเม่ยคุณมีอะไรจะพูดไหม?” จงซวนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง จินเม่ยก้มหน้า มือบีบผ้าเช็ดหน้าแน่น เธอเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ใบหน้าของเธอเศร้าหมอง ดวงตาเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า
“ฉัน… ฉันขอสารภาพค่ะ” เสียงของเธอแผ่วเบา จงซวนเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่แสดงอาการประหลาดใจมากนัก
“ว่ามาสิ” จินเม่ยสูดหายใจลึก ๆ ก่อนจะเล่า
“ฉันเป็นคนสร้างเรื่องการปลอมใบรับรองแพทย์ขึ้นมาเองค่ะ แต่เรื่องข่าวการขายตัวของหลี่หนิงเซียน ที่ฉันแต่งขึ้นเพื่อทำลายชื่อเสียงของเธอ ฉันไม่ได้ทำคนเดียวนะ” เธอจะไม่มีวันยอมรับโทษเพียงลำพังแน่
“แล้วใครร่วมมือกับคุณ”
“ป้าหวัง… ป้าของหลี่หนิงเซียนก็ร่วมมือกับฉันค่ะ” จินเม่ยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงสั่น
“หมายความว่ายังไง?” จงซวนที่กำลังจดคำให้การหยุดเขียน มองหน้าจินเม่ยอย่างจริงจัง
“ป้าหวัง… เป็นคนปล่อยข่าวลือให้ฉัน เธอเอาเรื่องหลี่หนิงเซียนไปพูดกับคนในหมู่บ้านค่ะ” จินเม่ยพูดออกมาในที่สุด “ถ้าทำลายชื่อเสียงหลี่หนิงเซียนได้ เธอก็จะต้องถูกตระกูลกงไล่ออกมา ที่ตรงนั้นควรเป็นของฉัน”
“คุณมีหลักฐานอะไรที่จะยืนยันเรื่องนี้ไหม?” จินเม่ยล้วงกระเป๋าเสื้อ หยิบกระดาษออกมาวางบนโต๊ะ “ทุกอย่างที่เขียนเป็นลายมือป้าหวังคะ”
จงซวนหยิบกระดาษขึ้นมาอ่าน ในนี้เป็นจดหมายที่พูดถึงข่าวลือว่าปล่อยเรียบร้อยแต่ที่สะดุดตาที่สุด คือส่วนท้ายของจดหมาย…