บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Novel Info

ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 600 ตอนจบ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
  4. บทที่ 600 ตอนจบ
Prev
Novel Info

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 600 ตอนจบ

………………..

บทที่ 600 ตอนจบ

สถานที่จัดงานมีคุณปู่เฉิงเป็นเจ้าภาพ

ณ โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง ตระกูลเฉิงถือหุ้นส่วนอยู่ในโรงแรมแห่งนี้

งานประชุมนักลงทุนเต็มไปด้วยความคึกคัก

ทุกคนที่มาร่วมงานต่างพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส

“ได้ยินมาว่าเย่เสี่ยวจิ่นคนนี้ไม่เพียงแต่เป็นคนรวยใหม่ในเมืองหลวง แต่ยังเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของคุณปู่เฉิงอีกด้วย”

“คนเราเปรียบเทียบวาสนากันไม่ได้เลยจริงๆ อายุเท่ากันแท้ ๆ หล่อนไม่เพียงแต่เก่งเรื่องธุรกิจ ยังเป็นศิษย์เอกของศาสตราจารย์ชื่อดังจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งอีกด้วย”

“ข้าวที่มีผลผลิตสูงที่สุดในเมืองหลวงช่วงสองปีนี้ก็เป็นผลงานวิจัยที่หล่อนทำร่วมกับศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยปักกิ่งนั่นแหละ!”

คุณปู่เฉิงที่อายุมากขึ้นเรื่อย ๆ เดินถือไม้เท้าเดินเล่นในงาน ตลอดทางที่เดินผ่านล้วนได้ยินคำพูดทำนองนี้

ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มพึงพอใจ

ในช่วงหลายปีนี้ เขารู้ดีว่าเย่เสี่ยวจิ่นยุ่งอยู่กับการทำธุรกิจ แต่เดิมเขาคิดว่าเด็กสาวคนนี้คงจะเจอปัญหา แต่ไม่คิดว่าเธอจะมีชื่อเสียงในวงการนี้จริง ๆ

สิ่งเดียวที่คุณปู่เฉิงรู้สึกเสียดายก็คือ แม้เขาจะรับเย่เสี่ยวจิ่นเป็นศิษย์ แต่กลับไม่มีเวลามากพอที่จะสอนการเขียนพู่กันให้เธอด้วยตัวเอง

เพียงแค่ชี้แนะเป็นครั้งคราว ระดับฝีมือของเย่เสี่ยวจิ่นก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด

หลายปีมานี้เธอยังคงรักษานิสัยการส่งผลงานคัดลายมือให้เขาทุกเดือน

คุณปู่เฉิงได้นำผลงานเหล่านั้นไปเข้าประกวดทั้งหมด และทุกชิ้นล้วนได้รับรางวัลชนะเลิศอย่างไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ

เมื่อปีที่แล้วเย่เสี่ยวจิ่นได้รับการยกเว้นเป็นพิเศษให้เป็นสมาชิกสมาคมคัดลายมือปักกิ่ง โดยไม่ต้องทำอะไรก็รับเงินรางวัลได้ทุกปี

คุณปู่เฉิงรู้สึกปลื้มใจมาก ไม่คิดว่าตอนแก่จะได้เจอสมบัติล้ำค่าเช่นนี้

อากาศในเดือนตุลาคมไม่ร้อนไม่หนาว

เย่เสี่ยวจิ่นสวมชุดกระโปรงสีเหลืองไข่เป็ด ผมยาวดำสลวยเป็นลอน ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือขาวผ่องงดงาม ดวงตารูปเมล็ดชิ่งใสกระจ่าง ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายที่ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะเชื่อถือ

“ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมการประชุมธุรกิจของซีเล่อ ครั้งนี้มีโควต้า 20 ที่”

“ทุกท่านเขียนราคาต่ำสุดของท่านลงในจดหมาย ผู้ที่เสนอราคาสูงสุด 20 อันดับแรกจะได้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจของซีเล่อในครั้งนี้”

“นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการจะพูด ตอนนี้ทุกท่านสามารถเริ่มเขียนราคาได้”

พ่อค้าให้ความสำคัญกับผลกำไร แน่นอนว่าเย่เสี่ยวจิ่นทำธุรกิจเพื่อหาเงินสำหรับการใช้ชีวิตในบั้นปลาย

ในขณะที่ทุกคนกำลังเขียนราคา เย่เสี่ยวจิ่นก็เคาะระบบ “ระบบ ความคืบหน้าของ ‘การเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ’ ถึงเท่าไหร่แล้ว”

ระบบ: [ห้าสิบเปอร์เซ็นต์]

“มากขนาดนี้เลยเหรอ?” เย่เสี่ยวจิ่นไม่อาจซ่อนความประหลาดใจ

ระบบอธิบาย [ธุรกิจของโฮสต์ได้ขยายออกไปแล้ว แต่ยังห่างไกลจากการเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศอยู่มาก ความคืบหน้า 50 เปอร์เซ็นต์แรกนั้นง่าย แต่ 50 เปอร์เซ็นต์หลังต่างหากที่ยาก]

เย่เสี่ยวจิ่นเข้าใจแล้ว เธอพยักหน้าและจมอยู่ในห้วงความคิด

ท้ายที่สุด การประชุมหาผู้ร่วมลงทุนของซีเล่อครั้งนี้ ค่าแฟรนไชส์สูงสุดอยู่ที่ 50,000 หยวน ต่ำสุด 48,000 หยวน

สำหรับผู้ที่จ่ายค่าแฟรนไชส์สูงกว่า เย่เสี่ยวจิ่นก็มีนโยบายพิเศษให้เพิ่มเติม ด้วยเหตุนี้ผู้ร่วมลงทุนใหม่ทั้ง 20 คนจึงไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ

หลังจากเลิกการประชุม เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกโล่งอกไปไม่น้อย

ช่วงนี้เธอยุ่งกับเรื่องการประชุมหาผู้ร่วมลงทุน จนแทบไม่ได้สนใจคุณหมอโจวเลย เมื่อคืนคุณหมอโจวถึงกับโกรธจนต้องหอบผ้านวมไปนอนที่ห้องนั่งเล่นคนเดียว

เย่เสี่ยวจิ่นไปส่งคุณปู่เฉิงกลับบ้านก่อน จากนั้นจองร้านอาหารแล้วไปรับคุณหมอที่โรงพยาบาล ซึ่งช่วงนี้เธอไม่ค่อยได้ใส่ใจเขาเท่าใด

ตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงเย็น อีกครึ่งชั่วโมงโจวเหวินรุ่ยก็จะเลิกงานแล้ว ขับรถไปตอนนี้พอดี

เย่เสี่ยวจิ่นไม่ได้มาโรงพยาบาลนานแล้ว ครั้งล่าสุดที่มาก็ตอนที่โจวเหวินรุ่ยบอกว่าถูกพยาบาลสาวสงสัยว่าไม่ได้แต่งงาน จนต้องลากเธอมาพิสูจน์

ผ่านมาเกือบครึ่งปีแล้ว

บารมีของเย่เสี่ยวจิ่นแรงขึ้นทุกปี พอเธอปรากฏตัวที่โรงพยาบาล สายตาของทุกคนแทบจะจับจ้องมาที่เธอ

เย่เสี่ยวจิ่นชินกับสายตาแบบนี้มานานแล้ว เธอเดินตรงไปที่ห้องทำงานของโจวเหวินรุ่ยโดยไม่มองซ้ายมองขวา

เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ข้างหน้ามีหญิงสาวในชุดพยาบาลยืนอยู่

ขณะที่เย่เสี่ยวจิ่นเดินผ่าน หญิงสาวยื่นมือมาขวางแล้วถามว่า “มาทำอะไรคะ?”

“ฉันมาหาหมอโจวค่ะ”

สีหน้าหญิงสาวเปลี่ยนไป บ่นเสียงเบาว่า “ทำไมมาหาหมอโจวอีกแล้ว นี่มันโรงพยาบาลนะ ทำไมตั้งแต่เช้าจรดเย็นถึงมีแต่คนมาหาหมอโจว ไม่ได้มารักษาตัว!”

หลังจากบ่นเสียงเบาจบ หล่อนก็มองดูเย่เสี่ยวจิ่นอย่างเย็นชา แล้วชะงักไปครู่หนึ่ง

ผู้หญิงที่มาครั้งนี้สวยเกินไปแล้ว แต่ถึงจะสวยขนาดนี้หมอโจวก็ยังไม่สนใจ!

พระเจ้า! ภรรยาของหมอโจวต้องสวยเป็นนางฟ้าแน่ ๆ!

หญิงสาวคิดในใจ ปากก็พูดเรียบ ๆ ว่า “ขอโทษนะคะ ถ้าคุณไม่ได้มาตรวจ หมอโจวไม่มีเวลาต้อนรับคุณหรอกค่ะ”

เย่เสี่ยวจิ่นเลิกคิ้วขึ้น

ตั้งแต่เมื่อไหร่โจวเหวินรุ่ยถึงได้หาเสือพิทักษ์มายืนขวางหน้าห้องทำงานแบบนี้

แต่ทำได้ดีนี่

เธอรู้สึกพอใจ เมื่อกำลังจะอธิบาย ประตูห้องทำงานที่อยู่ไม่ไกลก็ถูกเปิดออกจากด้านใน

หมอโจวที่มีบุคลิกสง่างามยืนล้วงกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง ใบหน้าเย็นชาห่างเหิน แต่กลับดึงดูดสายตาผู้คนตั้งแต่แวบแรกที่มอง

สายตาของทั้งสองสบประสานกันกลางอากาศ

ชายหนุ่มที่เมื่อครู่ยังดูเย็นชาเปลี่ยนสีหน้าทันที ความเย็นชาและห่างเหินหายไปจนหมด ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ

เขาอดไม่ไหวที่จะเดินมาทางนี้

แต่แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหยุดฝีเท้า จ้องเย่เสี่ยวจิ่นด้วยสีหน้าน้อยใจ

เย่เสี่ยวจิ่น: “…………”

เขาต้องน้อยใจที่เช้านี้เธอเพิ่งรู้ว่าเขานอนอยู่ที่ห้องนั่งเล่นแน่ ๆ!

เย่เสี่ยวจิ่นอดเอามือกุมขมับไม่ได้

หญิงสาวเห็นเธอมองไปทางห้องทำงานตลอด จึงหันไปมอง แล้วพบว่าหมอโจวเดินออกมาแล้ว

หัวใจหล่อนกระตุกวูบ รีบพูดขึ้นว่า “ขอโทษค่ะคุณหมอ ฉันจะรีบให้คุณผู้หญิงท่านนี้ออกไปเดี๋ยวนี้ค่ะ!”

ครั้งที่แล้วมีผู้หญิงคนหนึ่งพยายามเข้าใกล้คุณหมอ หล่อนห้ามไว้ไม่ทัน แล้วเกือบโดนคุณหมอไล่ออก

เสียงเย็น ๆ ของโจวเหวินรุ่ยดังขึ้น “ไม่ต้องไล่คนนี้หรอก”

“ดูให้ดี ๆ นี่ภรรยาของฉัน”

หญิงสาวถึงกับตาค้าง

“ภรรยาของหมอโจว?!”

พระเจ้า ที่แท้ผู้หญิงคนนี้ก็คือภรรยาของหมอโจว สวยราวกับนางฟ้า ทั้งสวยทั้งมีเสน่ห์ ไม่แปลกเลยที่หมอโจวหลงรักเธอหัวปักหัวปำ!

หญิงสาวรีบหาข้อแก้ตัวแล้วเผ่นหนี “ได้ค่ะคุณหมอ ฉันนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ ขอตัวไปจัดการก่อนนะคะ”

เมื่อหญิงสาวจากไป เย่เสี่ยวจิ่นจึงเดินเข้าไปหาโจวเหวินรุ่ย พลางถามด้วยรอยยิ้ม “โกรธแล้วเหรอ?”

โจวเหวินรุ่ยถอนหายใจ จับข้อมือเธอพาเข้าไปในห้องทำงาน แล้วกอดเธอแน่น

“ตอนแรกก็โกรธ แต่พอเห็นหน้าคุณ โทสะมากแค่ไหนก็มลายหายไปหมด”

เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกอบอุ่นในใจ เงยหน้าขึ้นจูบคางเขาเบา ๆ “อย่าโกรธเลยนะที่รัก ฉันเสร็จงานก็รีบมารับคุณหลังเลิกงานแล้วไง”

“วันนี้ฉันเลี้ยงข้าวคุณเอง ถือว่าเป็นการขอโทษแล้วกัน”

โจวเหวินรุ่ยกระชับมือที่เอวเธอแน่นขึ้น กระซิบบางอย่างข้างหูเย่เสี่ยวจิ่นเสียงต่ำ

ทันใดนั้น ใบหน้าขาวผ่องของเย่เสี่ยวจิ่นก็แดงระเรื่อขึ้นมา

เธอจ้องเขาด้วยสายตาเขินอาย “คุณนี่พูดอะไรออกมาได้ทุกอย่างเลยนะ”

โจวเหวินรุ่ยไม่รู้สึกละอายใจเลยแม้แต่น้อย “แน่นอนอยู่แล้ว ต่อหน้าภรรยา จะมีอะไรที่พูดไม่ได้ล่ะ?”

เย่เสี่ยวจิ่นไม่อยากเถียงกับเขาในเรื่องนี้ เธอผลักตัวออกจากอ้อมกอดของเขา แล้วจูงมือเขาเดินออกไปข้างนอก

“พอแล้ว ๆ ฉันจองร้านอาหารไว้แล้ว พวกเราไปกินข้าวกันก่อน”

ระหว่างเดินออกจากโรงพยาบาล ในหัวของเธอนึกถึงคำพูดที่โจวเหวินรุ่ยเพิ่งพูดกับเธอโดยไม่อาจควบคุมได้

“เทียบกับการกินข้าวแล้ว ผมอยากจะกิน…”

เย่เสี่ยวจิ่นรีบสะบัดหัวไล่ความคิดที่ไม่เหมาะสมออกไป

เย่เสี่ยวจิ่นจองร้านอาหารสำหรับคู่รักพร้อมอาหารค่ำใต้แสงเทียน

ระหว่างมื้ออาหาร สายตาของโจวเหวินรุ่ยไม่เคยละไปจากตัวเธอเลย แม้เย่เสี่ยวจิ่นจะไม่รู้สึกประหม่าเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อถูกเขาจ้องด้วยสายตาเร่าร้อนอย่างต่อเนื่อง หัวใจของเธอก็เต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ

การกินอาหารค่ำใต้แสงเทียนเสร็จโดยแทบไม่ได้รู้รสชาติ พวกเขาจึงไปที่ลานจอดรถเพื่อขับรถกลับ

โจวเหวินรุ่ยยื่นมือไปทางเย่เสี่ยวจิ่น “ให้ผมขับเถอะ”

เย่เสี่ยวจิ่นไม่โต้เถียงกับเขา ส่งกุญแจให้เขา “ขับช้า ๆ นะ”

เธอนั่งที่เบาะข้างคนขับ โจวเหวินรุ่ยก็ขึ้นมานั่งเช่นกัน

เย่เสี่ยวจิ่นวางถุงขนมไว้ใต้เบาะที่นั่งข้างคนขับหลายถุง เมื่อเธอขึ้นรถมาก็ไม่ได้รีบคาดเข็มขัดนิรภัย แต่โน้มตัวไปหยิบถุงขนมทั้งหมดไปวางที่เบาะหลัง พอหันหน้ากลับมาก็พบว่าคุณหมอโจวกำลังจ้องมองเธออย่างเร่าร้อน

ในลานจอดรถใต้ดินที่แสงสลัว เย่เสี่ยวจิ่นกลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว “ทำไมคุณถึงมองฉันแบบนี้?”

สายตาของคุณหมอทำให้เธอรู้สึกถึงอันตรายบางอย่าง

“จิ่นเป่า”

เสียงของคุณหมอที่เอ่ยออกมาทั้งแหบและแห้ง ราวกับกำลังพยายามควบคุมบางสิ่งบางอย่างอยู่

เย่เสี่ยวจิ่นพอได้ยินก็รู้สึกขนลุกซู่ทันที

นึกถึงเรื่องวุ่นวายเมื่อไม่กี่วันก่อน ในหัวมีความคิดเดียวคือต้องรีบหนีไปจากตรงนี้!

มือของเธอเพิ่งจะแตะที่มือจับประตู แขนยาว ๆ ก็ยื่นมาบีบเอวแล้วดึงตัวเธอเข้าไปกอด

“อ๊า!” เย่เสี่ยวจิ่นร้องเบา ๆ ใบหน้าปะทะเข้ากับกล้ามอกที่แข็งแกร่งของคุณหมอ

“คุณจะทำอะไรน่ะ”

โจวเหวินรุ่ยจ้องมองริมฝีปากอิ่มแดงของเธอด้วยสายตาลึกล้ำ “อย่าขยับไปมา ถ้าขยับอีกผมไม่รับประกันว่าจะแค่จูบเท่านั้นนะ”

เย่เสี่ยวจิ่นที่กำลังจะขยับตัวหนีก็หยุดชะงักทันที

หัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้น รีบมองออกไปนอกรถอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะกระชากเสื้อคุณหมอพลางพูดเสียงเบา “คุณ…รีบหน่อย”

โจวเหวินรุ่ยพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม

……

เมื่อกลับถึงบ้าน ทุกอย่างก็เริ่มควบคุมไม่อยู่

พวกเขาไม่ได้เปิดไฟในห้องนั่งเล่น ทั้งสองคนเดินชนโน่นชนนี่เข้าไปในห้องนอน ไฟในห้องนอนสว่างวาบขึ้นเพียงชั่วครู่ก็ดับลงพร้อมกับเสียงปิดประตู

เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียง

เสียงของโจวเหวินรุ่ยแหบพร่า เย่เสี่ยวจิ่นค่อย ๆ มึนงง เธอเกาะไหล่ของเขาไว้ น้ำตาไหลออกมาจากหางตา

“จิ่นเป่า เราจะมีลูกกันเมื่อไหร่?”

สมองที่มึนงงของเย่เสี่ยวจิ่นแจ่มชัดขึ้นชั่วขณะ เธอส่ายหน้าพลางพูดติด ๆ ขัด ๆ “ตอน…ตอนนี้ยังไม่ได้ รออีกสองปี…”

“…ได้” แม้โจวเหวินรุ่ยจะไม่เต็มใจแค่ไหน เขาก็ตกลง

วันต่อมา เย่เสี่ยวจิ่นไม่ต้องไปทำงาน เธอนั่งอยู่หน้าหน้าต่างบานใหญ่ มองวิวด้านนอกอย่างเหม่อลอย

“ระบบ ตอนนี้แถบความคืบหน้า ‘การเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ’ อยู่ที่เท่าไหร่แล้ว”

[ห้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์]

เย่เสี่ยวจิ่นเท้าคางถอนหายใจ “ยิ่งไปข้างหน้าก็ยิ่งยากขึ้นจริง ๆ”

ไม่นานเย่เสี่ยวจิ่นก็กลับมากระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง เปิดคอมพิวเตอร์แล้วเขียนแผนงานต่อ

บริษัทซีเล่อจัดประชุมแฟรนไชส์ทุกสามเดือน ไม่ถึงสามปี ก็มีแฟรนไชส์ของซีเล่อกระจายอยู่ทั่วประเทศ

แถบความคืบหน้าของ “การเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ” ขึ้นไปถึง 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว

เย่เสี่ยวจิ่นได้รับการประเมินให้เป็นบุคคลดีเด่นหลายครั้ง

ทุกมณฑลมีฟาร์มของซีเล่อ หลังจากความต้องการเพิ่มขึ้น ระบบก็แทบจะถูกเธอรีดไปจนหมด

วันนี้ เย่เสี่ยวจิ่นจัดระเบียบเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีทั้งหมดในบัญชีระบบ เมื่อเห็นระบบคอมพิวเตอร์ศูนย์กลาง ถึงได้นึกขึ้นได้ว่ายังมีของสิ่งนี้อยู่

ตอนนี้ระดับเทคโนโลยีของประเทศนี้ก้าวหน้าขึ้นมากแล้ว เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกว่าถึงเวลาที่จะมอบระบบคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางให้กับประเทศแล้ว

เย่เสี่ยวจิ่นติดต่อคุณปู่เฉิง คุณปู่เฉิงมีเครือข่ายกว้างขวาง รู้จักคนมาก ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก็ให้เบอร์โทรผู้เชี่ยวชาญที่รับผิดชอบด้านการวิจัยนี้กับเธอ

เย่เสี่ยวจิ่นถูกพาไปที่ห้องทดลอง มอบระบบคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางให้กับผู้เชี่ยวชาญ

ขณะที่เย่เสี่ยวจิ่นถูกนักวิจัยพาไปที่ห้องทดลอง ระบบก็พูดขึ้นในที่สุด [โฮสต์ จริง ๆ แล้วระบบคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางยังมีประโยชน์อีกอย่าง]

เย่เสี่ยวจิ่นยิ้มน้อย ๆ

“ฉันรู้นะ การแก้ไขข้อมูลอย่างเงียบ ๆ ฉันก็จะรวยข้ามคืนได้”

[ที่แท้คุณก็รู้มาตลอดนี่นา]

เย่เสี่ยวจิ่นพยักหน้า “ฉันไม่ต้องการความมั่งคั่งที่ได้มาง่าย ๆ ฉันต้องการความมั่งคั่งที่ค่อย ๆ สะสมขึ้นมาทีละน้อยแบบนี้มากกว่า”

เงินที่เก็บสะสมมาหลายปี เย่เสี่ยวจิ่นได้นำไปลงทุนทั้งหมด

ไม่อย่างนั้น ถึงแม้ร้านสาขาซีเล่อจะเปิดทั่วประเทศ แถบความคืบหน้าของ “การเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ” ก็คงไม่ถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เร็วขนาดนี้

สิ่งที่ได้เรียนรู้มาจากเฉิงซิงไห่ในช่วงหลายปีนี้ก็มีประโยชน์มากทีเดียว

“เอาล่ะ” เย่เสี่ยวจิ่นเงยหน้ามองท้องฟ้าสดใส “ตอนนี้ส่งมอบระบบคอมพิวเตอร์กลางแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดต่อไปก็คือ…”

เย่เสี่ยวจิ่นหัวเราะคิกคัก แล้วโทรหาโจวเหวินรุ่ย

“คุณหมอโจว คืนนี้ต้องทำงานล่วงเวลาไหมคะ?”

โจวเหวินรุ่ยหลบฝูงชน เสียงใสกังวานดังมาจากโทรศัพท์ “ไม่ต้องทำ”

“มีอะไรหรือ?”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” เย่เสี่ยวจิ่นเดินเข้าใกล้ร้านเสื้อผ้า “แค่อยากบอกว่า คืนนี้ฉันจะรอที่บ้านนะคะ”

โจวเหวินรุ่ยชะงักไปครู่หนึ่ง หางตาเผยรอยยิ้ม พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “รอผมกลับบ้านนะ”

นับตั้งแต่แถบความคืบหน้า “การเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ” ขึ้นไปถึง 95 เปอร์เซ็นต์ มันก็ค้างอยู่อย่างนั้นมาห้าเดือน ไม่ขยับขึ้นเลยแม้แต่ทศนิยม

เย่เสี่ยวจิ่นโมโหจนอยากจะทุบระบบ เธอมาที่ฟาร์มซีเล่อเพื่อคลายเครียด มองดูคนงานขนวัวและแกะรุ่นใหม่ออกไป แล้วจึงเดินกลับ

“ระบบ ยังจะขึ้นได้อีกไหม?”

ระบบสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นชาของเธอ [โฮสต์ อย่าเพิ่งร้อนใจ เรื่องนี้ต้องค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป!]

เย่เสี่ยวจิ่นแค่นเสียงหึอย่างเย็นชา เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ ๆ ก็รู้สึกว่ามึนศีรษะ

เกิดอะไรขึ้น?

ทำไมจู่ ๆ ภาพตรงหน้าถึงหมุนควงไปหมด

เธอส่ายหัวไปมา แต่วินาทีถัดมาก็ควบคุมตัวเองไม่ได้และล้มลงไปกับพื้น

โจวเหวินรุ่ยที่มารับเธอกลับบ้านเห็นภาพนั้นเข้าถึงกับหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เขาวิ่งพรวดเข้าไปคว้าตัวเธอไว้ได้ทันท่วงที ไม่ให้ร่างของเธอล้มฟาดพื้น

……

เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกว่าตัวเองฝันยาวนานมาก

ตั้งแต่ตอนที่ข้ามมิติมาถึงโลกนี้ ถูกหลี่ชุ่ยชุ่ยประคองลงจากภูเขาอย่างยากลำบาก จนถึงนำชาวนาในหมู่บ้านชงเถียนปลูกแตงโมไร้เมล็ด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายสิบปีนี้ผ่านเข้ามาในความทรงจำ

เหมือนกำลังดูสไลด์ภาพ ทุกฉากผ่านเข้ามาตรงหน้า

ในตอนนั้น มีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหูของเธอ

[‘การก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ’ แถบความคืบหน้าถึงร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว!]

[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ!]

เย่เสี่ยวจิ่นสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที!

สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวบริสุทธิ์

โจวเหวินรุ่ยเห็นเธอตื่นขึ้นมาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางกุมมือของเย่เสี่ยวจิ่นไว้แน่น

ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร เย่เสี่ยวจิ่นก็รีบลุกขึ้นนั่งแล้วถามอย่างร้อนรน “เมื่อกี้ฉันฝันไปใช่ไหม?”

โจวเหวินรุ่ยอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “เมื่อกี้คุณแค่หมดสติไป…”

เย่เสี่ยวจิ่นร้องครวญครางในใจ!

เธอนึกว่าตัวเองได้เป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศจริง ๆ เสียอีก ที่ไหนได้กลับเป็นแค่ความฝัน!

[โฮสต์ นี่ไม่ใช่ความฝันนะ]

[ลองดูแถบความคืบหน้าดูสิ]

เย่เสี่ยวจิ่นชะงัก ไม่สนใจสายตาประหลาดใจของโจวเหวินรุ่ยแล้วมองไปที่หน้าจอโปร่งใสตรงหน้า

เธอตื่นเต้นจนเบิกตากว้าง

แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์! ร้อยเปอร์เซ็นต์! เธอได้กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศแล้ว!

โจวเหวินรุ่ยไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงได้ผิดหวังบ้างตื่นเต้นบ้าง รีบจับตัวเธอไว้

“จิ่นเป่า อย่าทำแบบนี้เลย คุณรู้ไหมว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์อยู่?”

เย่เสี่ยวจิ่นชะงักการเคลื่อนไหวที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น “อะไรนะ?”

“ฉันท้องเหรอ?”

ระบบจุดประทัดในสมองของเธอ [ยินดีด้วยโฮสต์! โชคดีซ้ำสอง~]

เย่เสี่ยวจิ่นแทบจะเป็นลมด้วยความประหลาดใจอันยิ่งใหญ่นี้ เธอกอดโจวเหวินรุ่ยแล้วจูบแก้มเขาอย่างแรง

“คุณหมอโจว วันนี้ฉันมีความสุขมากจริง ๆ ค่ะ!”

ภารกิจของระบบสำเร็จแล้ว และในท้องก็กำลังก่อกำเนิดชีวิตใหม่

หลี่ชุ่ยชุ่ยและเย่จื้อผิงได้รับข่าวจากโจวเหวินรุ่ยก็รีบมาที่นี่ ตอนนี้พวกเขาตื่นเต้นผลักประตูเข้ามา

“เสี่ยวจิ่น!”

“จิ่นเป่า!”

เย่เสี่ยวจิ่นมองไปที่ประตูห้องผู้ป่วย ผู้คนมากมายทยอยเดินเข้ามา

เธอพิงหมอนพลางหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้

แสงแดดยามเที่ยงส่องผ่านหน้าต่างลงมา ทาบทับลงบนร่างของเย่เสี่ยวจิ่น

เย่เสี่ยวจิ่นยื่นมือลูบท้องน้อย ในใจรู้สึกอิ่มเอมใจยิ่งนัก

นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

………………………………………………………………………………………………………………………

สารจากผู้แปล

ถึงเวลาส่งมอบระบบให้ทายาทแล้วสินะจิ่นเป่า ขอให้การเดินทางครั้งใหม่ของเธอเป็นไปอย่างราบรื่นนะ

ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามเรื่องนี้กันมาอย่างยาวนานนะคะ ขอให้นิยายเรื่องนี้เป็นหนึ่งในความสุขของผู้อ่านที่จะยังกลับมาอ่านกันอยู่เรื่อยๆ เจอกันในเรื่องหน้า สวัสดีค่ะ

ไหหม่า(海馬)

Prev
Novel Info

Comments for chapter "บทที่ 600 ตอนจบ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

1 Comment

  1. Baimhon

    มีภาค 2 ไหมน้อ

    2025-07-23 at 07:31
ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

aileen0084
เดิมพันเสน่หา
2023-03-04
62a31afafXRc2lUM
อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว [ 坑爹儿子鬼医娘亲 ]
2023-12-10
novelpdf003
หม่ามี๊ตัวร้ายกับเสนาบดีตื๊อรัก
2024-08-14
browniee.online3df157c
ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา
2026-06-13

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน