ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 599 ชื่อเสียงโด่งดัง
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 599 ชื่อเสียงโด่งดัง
บทที่ 599 ชื่อเสียงโด่งดัง
………………..
บทที่ 599 ชื่อเสียงโด่งดัง
“ดี ๆๆ! งั้นเราตกลงกันตามนี้นะ!”
เย่เสี่ยวจิ่นยิ้มบาง ๆ “พี่สาวจำไว้ด้วยนะ ให้กำจัดวัชพืชให้หมด แล้วก็ทำความสะอาดสวนทั้งหมดด้วย”
หญิงคนนั้นรีบพยักหน้าหงึก ๆ
เย่เสี่ยวจิ่นจึงเดินออกมา เมื่อเธอมาถึงประตูคฤหาสน์ก็เห็นเหล่าจางกำลังจะเดินเข้าไปพอดี
เธอเรียกเหล่าจางไว้ “คุณลุงจาง ไม่ต้องเข้าไปแล้วค่ะ กลับกันเถอะ”
เหล่าจางเห็นเงาคนในคฤหาสน์ “เมื่อกี้เธอเจอคนงานที่ทำความสะอาดสวนเหรอ?”
“ใช่ค่ะ” เย่เสี่ยวจิ่นพยักหน้า
“เสี่ยวจิ่น เธอพอใจที่นี่ไหม?” เหล่าจางถาม “ถ้าพอใจเราก็ไม่ต้องไปดูที่อื่นแล้ว”
เย่เสี่ยวจิ่นได้ดูที่อื่นมาก่อนแล้วสองที่ คฤหาสน์แห่งนี้มีทำเลดีที่สุด และเพราะเจ้าของคฤหาสน์คิดว่าปล่อยว่างไว้ก็เปล่าประโยชน์ จึงตั้งราคาไว้ต่ำมาก
แน่นอนว่านี่ก็เพราะเห็นแก่หน้าคุณชายเฉิง
พวกเขามีข้อเรียกร้องเพียงอย่างเดียว คือขอให้เก็บตึกหนึ่งหลังในคฤหาสน์ไว้ให้พวกเขา เผื่อว่าบางครั้งกลับมาเมืองหลวงจะได้มีที่พักอาศัย
นี่ไม่ใช่ข้อเรียกร้องที่มากเกินไป เย่เสี่ยวจิ่นสามารถยอมรับได้
คฤหาสน์แห่งนี้มีทำเลที่ตั้งดี ขับรถจากเขตเมืองหลวงใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง การเดินทางก็สะดวกสบาย
เย่เสี่ยวจิ่นไม่ต้องคิดนาน พูดว่า “ไม่ต้องไปดูอีกสองที่แล้ว คุณลุงจาง พวกเราไปห้างกัน ฉันจะซื้อของไปเยี่ยมคุณปู่เฉิง”
“ได้เลยครับ” เหล่าจางตอบรับอย่างดีใจ
ส่วนทางด้านหลิวเฟิ่งถือเงินวิ่งกลับบ้านอย่างรีบร้อน
บ้านของหล่อนอยู่ติดกับคฤหาสน์ เป็นบ้านสองชั้นที่สร้างเอง
หล่อนรีบบอกข่าวดีนี้กับคนในบ้าน
ไม่กี่นาทีต่อมา ครอบครัวของหลิวเฟิ่งก็ถือจอบเสียมและเครื่องมือต่าง ๆ ไปจัดการที่คฤหาสน์
หลิวเฟิ่งมองดูคฤหาสน์ขนาดใหญ่ แล้วรู้สึกมืดแปดด้าน
หล่อนปรึกษากับสามี “แบบนี้ไม่ไหวแล้ว ถ้าอาศัยแค่ครอบครัวเราคงทำงานไม่เสร็จภายในห้าวันแน่”
“ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าจะให้ค่าเช่าเดือนละหมื่นหยวน ฉันว่าพวกเราจ้างคนมาช่วยทำความสะอาดดีกว่า อย่างมากก็เสียพันกว่าหยวน ยังไงธุรกิจนี้เราก็ไม่ขาดทุน”
สามีของหลิวเฟิ่งครุ่นคิดอย่างละเอียด แล้วพบว่าเป็นความคิดที่ถูกต้อง
ดังนั้นจึงตัดสินใจจ้างคนงานทำความสะอาด
หลังจากทำงานอย่างหนักมาหนึ่งสัปดาห์ คฤหาสน์ก็ดูใหม่เอี่ยมขึ้นมาทันที
วัชพืชที่เติบโตอย่างรกเรื้อถูกกำจัดออกไปจนหมด น้ำเน่าในสระก็ถูกเปลี่ยนใหม่ ทุกที่ถูกทำความสะอาดจนสะอาดเอี่ยม
ในวันที่นัดหมาย หลิวเฟิ่งรออยู่ที่หน้าประตูคฤหาสน์ตั้งแต่เช้าตรู่
ราวสิบโมงเช้า รถยนต์ห้าคันจอดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบที่หน้าประตูคฤหาสน์
หลิวเฟิ่งตกใจกับเหตุการณ์นี้ รีบหลบไปซ่อนตัวหลังพุ่มไม้ จนกระทั่งเห็นว่าคนที่ลงมาจากรถคือเย่เสี่ยวจิ่น ถึงได้ตบอกโล่งใจแล้วเดินออกมา
“น้องสาว! พี่มาแต่เช้าเลยนะ” หลิวเฟิ่งพูดพร้อมรอยยิ้ม
เย่เสี่ยวจิ่นแอบมองเข้าไปในรถ “พี่สาวคะ ฉันขอถามให้แน่ใจอีกครั้ง คฤหาสน์หลังนี้เป็นของพี่จริง ๆ ใช่ไหมคะ?”
หลิวเฟิ่งรู้สึกไม่มั่นใจ ไม่กล้ามองเย่เสี่ยวจิ่นก้มหน้าพูดว่า “แน่นอนอยู่แล้ว น้องสาว รีบจ่ายค่าเช่าให้พี่เถอะ วันนี้เธอก็จะได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่”
“ก็ได้ค่ะ” เย่เสี่ยวจิ่นพูดพร้อมรอยยิ้ม “งั้นเราทำสัญญาเช่ากันเลยนะคะ พี่สาวเอาเอกสารมาด้วยหรือเปล่าคะ?”
“เอกสาร?”
หลิวเฟิ่งถึงกับอึ้งไป
“ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการเช่าบ้าน”
เหล่าไม่รู้!
เย่เสี่ยวจิ่นหัวเราะเยาะเบา ๆ
แค่นี้เองหรือ? แค่นี้ก็คิดจะปลอมตัวเป็นเจ้าของบ้านให้เช่าแล้วหรือ
“หลิวเฟิ่ง ฉันไม่เคยรู้เลยนะว่าคฤหาสน์นี้กลายเป็นของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่”
หลิวเฟิ่งเห็นผู้หญิงคนนั้นแล้วตกใจจนหน้าซีดเผือด
“คุณ…คุณกลับมาได้ยังไงคะ?!”
คู่สามีภรรยานี้คือเจ้าของคฤหาสน์ตัวจริง
“ถ้าพวกเราไม่กลับมา จะให้มองดูเธอยึดครองคฤหาสน์ของฉันเป็นของตัวเองงั้นหรือ?”
หลิวเฟิ่งรีบพูด “ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย ไม่เลยจริง ๆ!”
ผู้หญิงคนนั้นไม่อยากคุยกับหลิวเฟิ่งอีกต่อไป “พอเถอะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธออีกแล้ว เธอไปได้แล้ว ต่อไปนี้คฤหาสน์นี้ก็ไม่จำเป็นต้องให้ครอบครัวของพวกเธอมาดูแลอีก”
หลิวเฟิ่งรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า
“คุณพูดว่าอะไรนะ?!”
“แบบนี้ไม่ได้นะ ทั้งครอบครัวของพวกเราต้องพึ่งงานในคฤหาสน์นี้เพื่อหาเลี้ยงปากท้อง ถ้าคุณไม่ให้พวกเราทำงาน แล้วพวกเราจะกินอะไร!”
หญิงคนนั้นมองไปที่เย่เสี่ยวจิ่นยิ้มอย่างอ่อนโยน “เสี่ยวจิ่น ขอบคุณเธอมากที่ช่วยระบายความแค้นให้ฉัน”
“ตอนนี้ฉันก็สบายใจที่จะให้เธอเช่าคฤหาสน์แล้ว”
หลิวเฟิ่งสะดุ้งเฮือก จากนั้นก็เข้าใจบางอย่าง
“ที่แท้พวกคุณสองคนก็สมรู้ร่วมคิดกัน!”
เย่เสี่ยวจิ่นมองเธอ “ใช่แล้ว”
หลิวเฟิ่งโกรธจนแน่นหน้าอก “พวกคุณ! พวกคุณ!”
“คฤหาสน์นี้ฉันจ่ายเงินทำความสะอาดเอง ถ้าพวกคุณจะไล่ฉันออก ก็ต้องชดใช้เงินส่วนนี้ให้ฉันด้วย”
หญิงคนนั้นหัวเราะเยาะ “หลิวเฟิ่ง หลายปีที่ผ่านมาเธอขี้เกียจทำงานแล้วยังเอาเปรียบ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ”
“เธอไม่ทำงานแต่รับเงินเดือน ไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือ?”
“ถ้าเธอยังก่อเรื่องอีก ฉันจะแจ้งตำรวจเลยนะ”
สามีภรรยาคู่นี้รู้ว่าเย่เสี่ยวจิ่นเป็นศิษย์ของคุณปู่เฉิง
ถ้าเย่เสี่ยวจิ่นยืนกรานจะจ่ายเงิน พวกเขาก็ไม่คิดจะรับเงินอยู่ดี
เส้นสายแบบนี้มีค่ามากกว่าค่าเช่าหลายเท่า
การได้รู้จักกับคนแบบเย่เสี่ยวจิ่นต่างหากที่สำคัญที่สุด
เย่เสี่ยวจิ่นรับน้ำใจพวกเขา แต่เพื่อไม่ให้ติดค้างบุญคุณ หลังจากสร้างฟาร์มเสร็จเธอจึงแบ่งหุ้นให้พวกเขาหนึ่งเปอร์เซ็นต์
ตราบใดที่ฟาร์มไม่ล้ม ครอบครัวของพวกเขาก็จะได้รับเงินปันผลตลอดไป
สามเดือนต่อมา ฟาร์มซีเล่อในเมืองหลวงก็เริ่มดำเนินการผลิต
ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ฟาร์มซีเล่อกลายเป็นสินค้าที่เป็นที่ต้องการในเมืองหลวงภายในเวลาเพียงครึ่งปี
แม้แต่ร้านอาหารถนนจิ่งหวน 88 ก็ยังสั่งวัตถุดิบจากฟาร์มซีเล่อ
คำสั่งซื้อของฟาร์มถูกจองยาวไปจนถึงปีหน้า
เย่เสี่ยวจิ่นได้เช่าพื้นที่ป่าเขาด้านหลังฟาร์มเพิ่มในปีที่สอง
เลี้ยงวัวสองหมื่นตัว แกะสองหมื่นตัว และมีไก่ เป็ด ห่านอีกหลายหมื่นตัว
ด้วยระบบที่มี ก็ไม่ต้องกังวลว่าปศุสัตว์ในฟาร์มจะป่วยหรือเป็นโรคระบาด อาหารสัตว์ที่ระบบจัดหาให้ล้วนเป็นอาหารธรรมชาติ
ไม่มีสารเจือปน แต่กลับทำให้ไก่ เป็ด ห่านเหล่านี้เติบโตได้ดียิ่งขึ้น
เมื่อถึงการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ปลายปี ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของฟาร์มซีเล่อได้รับการจัดอันดับสูงสุด
ในปีที่สามที่เมืองหลวง เย่เสี่ยวจิ่นเริ่มรับสมัครแฟรนไชส์ในสภาวะที่มีสินค้าเพียงพอ
เมื่อข่าวการรับสมัครแฟรนไชส์ของซีเล่อแพร่ออกไป พ่อค้าทั่วทั้งเมืองหลวงและทั่วประเทศต่างตื่นตัว
ทุกคนที่อยากได้ป้ายร้านซีเล่อต่างรีบเดินทางด้วยรถไฟและเครื่องบินมายังเมืองหลวงตั้งแต่กลางดึก เพื่อรอการประชุมแฟรนไชส์
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
คิดจะเล่นตุกติกกับเจ้าของกิจการมันก็โป๊ะแบบนี้แหละ
ธุรกิจของจิ่นเป่าขยายใหญ่แล้ว แต่น่าเสียดายที่เรื่องนี้ใกล้จะจบแล้วเช่นกัน มาดูบทสรุปของเรื่องในตอนหน้ากันนะคะ
ไหหม่า(海馬)