ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 598 การหลอกคน
บทที่ 598 การหลอกคน
………………..
บทที่ 598 การหลอกคน
“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ”
ตราบใดที่ลูก ๆ ในบ้านเป็นสุขสบายดี จะเหนื่อยไปได้อย่างไร
คืนนั้น ทั้งสองครอบครัวต่างมารวมตัวกันดื่มสุราอย่างสนุกสนานอยู่นอกบ้าน
ส่วนคู่บ่าวสาวก็กำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งความหวานชื่นในห้องหอ
…
หลังจัดงานแต่งงานที่อำเภอเชียนอิน โจวเหวินรุ่ยมีวันหยุดแค่สิบวันเท่านั้น
พอดีกับช่วงเวลาที่เจ้าสาวต้องกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมในวันที่สาม
ลานบ้านของทั้งสองครอบครัวเชื่อมถึงกัน ไม่จำเป็นต้องออกประตูใหญ่ ทำให้การไปมาหาสู่สะดวกมาก
แม้จะอยู่ใกล้กัน แต่หลี่ชุ่ยชุ่ยหลังจากดีใจแล้วก็ยังอดคิดถึงไม่ได้ ตั้งแต่เช้าก็เริ่มฆ่าไก่ฆ่าเป็ดเพื่อเตรียมอาหาร
“แม่คะ แม่ทำอะไรอร่อย ๆ อีกแล้วเหรอคะ” เย่เสี่ยวจิ่นร้องถาม
“แม่ทำเป็ดย่างที่ลูกชอบไงจ๊ะ!”
เย่เสี่ยวจิ่นรีบนำของขวัญไปวางที่ห้องรับแขก แล้ววิ่งตรงไปที่ห้องครัว ยืนเฝ้าเตาอบเป็ด ได้กลิ่นหอมฟุ้งจนท้องร้องจ๊อก ๆ
“เป็ดที่บ้านหอมที่สุดเลย!”
“แน่นอนอยู่แล้ว เป็ดที่เลี้ยงเองต้องอร่อยกว่าที่ขายข้างนอกแน่นอน จิ่นเป่า คราวนี้ลูกกับเหวินรุ่ยไปปักกิ่ง เอาของกินที่บ้านไปด้วยเยอะ ๆ นะ”
หลี่ชุ่ยชุ่ยรู้ดีว่าเย่เสี่ยวจิ่นเป็นคนมีความคิดเป็นของตัวเอง
แผนธุรกิจที่เธอทำมีตั้งหลายหน้ากระดาษ ตอนนี้เพิ่งทำเสร็จนิดเดียว
หล่อนไม่ได้เร่งให้เย่เสี่ยวจิ่นมีลูก รอให้เธอทำในสิ่งที่อยากทำให้เสร็จก่อนค่อยว่ากัน
เย่เสี่ยวจิ่นรู้ความคิดของหลี่ชุ่ยชุ่ย จึงกอดแขนหล่อนพลางพูดยิ้ม ๆ ว่า “แม่คะ ขอบคุณนะคะ”
แม้หลี่ชุ่ยชุ่ยจะไม่ใช่แม่ที่สมบูรณ์แบบ แต่ในใจของเธอ หลี่ชุ่ยชุ่ยคือแม่ที่ดีที่สุด
หลังจากวันหยุดของโจวเหวินรุ่ยจบลง เขาก็ต้องกลับไปทำงานกองโต ส่วนเย่เสี่ยวจิ่นยุ่งกับการเลือกทำเลที่ตั้งธุรกิจของตัวเอง
ปักกิ่งไม่ใช่ที่แปลกหน้าสำหรับเธอแล้ว ด้วยความสัมพันธ์ของคุณปู่เฉิง เธอยังไม่ทันเอ่ยปาก คุณปู่เฉิงก็ส่งคนมาหาเธอ และหาสถานที่ให้เธอเรียบร้อยแล้ว
เดิมทีเย่เสี่ยวจิ่นไม่ได้คิดจะขอความช่วยเหลือจากคุณปู่เฉิง แต่ไม่คิดว่าท่านจะจัดการให้เธอเสร็จสรรพขนาดนี้
เธอไม่ต้องวิ่งวุ่น แค่ไปดูและยืนยันสถานที่ก็พอ
เย่เสี่ยวจิ่นจัดเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วรออยู่ที่ชั้นล่าง
คุณปู่เฉิงส่งคนมารับเธอไปดูสถานที่
เย่เสี่ยวจิ่นรอเพียงสองนาที รถก็มาถึง
คนขับรถเป็นคนขับรถเก่าแก่ของตระกูลเฉิง นามว่าเหล่าจาง ซึ่งรู้จักเย่เสี่ยวจิ่นดี ระหว่างทางก็คุยกับเย่เสี่ยวจิ่นไปเรื่อย จนถึงที่หมายก็พูดทั้งที่ยังอารมณ์ค้างว่า “เสี่ยวจิ่น ถึงแล้ว ที่นี่แหละ”
คุณปู่เฉิงหาคฤหาสน์แห่งหนึ่งให้เธอ
คฤหาสน์มีพื้นที่เกือบพันไร่ แต่เพราะตำแหน่งที่ตั้งค่อนข้างห่างไกล อีกทั้งเจ้าของบ้านย้ายไปอยู่ต่างประเทศทั้งครอบครัว ที่นี่จึงถูกทิ้งร้างมาหลายสิบปี เต็มไปด้วยวัชพืช
“ได้ยินคุณชายผู้เฒ่าเล่าว่าแต่เดิมเจ้าของคฤหาสน์ทิ้งคนไว้ดูแลที่นี่ แต่คนพวกนั้นเห็นว่าเจ้าของไม่กลับมาสักที ก็เลยขี้เกียจดูแล ถึงได้กลายเป็นสภาพแบบนี้”
ในคฤหาสน์เต็มไปด้วยวัชพืชและต้นไม้ผลที่เติบโตรกเรื้อ เย่เสี่ยวจิ่นเดินตามเหล่าจางดูรอบ ๆ สองรอบ รู้สึกค่อนข้างพอใจกับที่นี่
ที่นี่ไม่เพียงสร้างเป็นฟาร์มได้ ยังสร้างบ้านได้อีกสองหลัง เผื่อว่าต่อไปหลี่ชุ่ยชุ่ยและคนอื่น ๆ มาปักกิ่งจะได้มีที่พัก
“เสี่ยวจิ่น ผมปวดฉี่นิดหน่อย ขอไปหาที่จัดการธุระก่อน คุณเดินดูไปก่อน เดี๋ยวผมจะกลับมารับ” เหล่าจางพูดอย่างเกรงใจ
เย่เสี่ยวจิ่นโบกมือ “ไม่เป็นไรค่ะ คุณไปสบาย ๆ ฉันเดินดูเองได้”
เย่เสี่ยวจิ่นเดินชมสวนไปเรื่อยๆ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนขึ้น
“คุณเป็นใครกัน! คฤหาสน์นี้เป็นคฤหาสน์ส่วนตัว ไม่ใช่ว่าใครจะเข้ามาก็ได้ รีบออกไปเดี๋ยวนี้!”
เย่เสี่ยวจิ่นหันไปมอง คนที่พูดเป็นหญิงวัยกลางคนอายุราวสี่สิบกว่าปี ดูท่าทางขี้บ่นจู้จี้จุกจิก
“สวัสดีค่ะ” เย่เสี่ยวจิ่นทักทายอย่างสุภาพ กำลังจะอธิบาย
แต่หญิงคนนั้นกลับพูดจาหยาบคายใส่ทันที
“ดูแต่งตัวดี ๆ แบบนี้ทำไมถึงมาทำอะไรแบบนี้? คฤหาสน์นี้ไม่ใช่ที่ที่คนจน ๆ อย่างคุณจะอยู่ได้หรอก รีบไสหัวออกไป ถ้าไม่ออกไปฉันจะปล่อยหมาให้กัดแล้วนะ!”
เย่เสี่ยวจิ่นเงียบไปสองวินาที
เธอคิดในใจว่าวันนี้คงลืมดูฤกษ์ยามก่อนออกจากบ้านแน่ ๆ ไม่งั้นคงไม่มาเจอผู้หญิงไร้เหตุผลแบบนี้หรอก
เธอยังพูดไม่ทันจะได้สองประโยค คนคนนี้ก็เริ่มดูถูกคนแล้ว
เย่เสี่ยวจิ่นไม่อยากเสียเวลาต่อความยาวสาวความยืด จึงหมุนตัวเดินจากไป
หญิงคนนั้นเลิกคิ้ว แล้วยื่นมือมาขวางเย่เสี่ยวจิ่นไว้
“อย่าเพิ่งไป”
“ฉันลืมบอกไปว่า การเข้าคฤหาสน์นี้ต้องเสียค่าธรรมเนียม เมื่อคุณก้าวเข้ามาที่นี่แล้วก็ต้องจ่ายค่าเข้าชม”
ค่าเข้าชม?
เย่เสี่ยวจิ่นเกือบจะหลุดขำออกมา
เธอหยุดฝีเท้าแล้วมองไปที่หญิงคนนั้น
“คุณเป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้หรือ?”
“แล้วทำไมคุณปล่อยให้คฤหาสน์มันทรุดโทรมขนาดนี้ ไม่คิดจะซ่อมแซมบ้างหรือไง?”
หญิงคนนั้นสายตาเลื่อนลอย “มัน…มันไม่เกี่ยวกับคุณนะ รีบจ่ายค่าเข้าชมแล้วไปให้พ้นเลย!”
“ได้ ฉันจะให้เงินคุณ” เย่เสี่ยวจิ่นกวาดตามองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นบ้านที่พออาศัยอยู่ได้เลย
“ปกติคุณอาศัยอยู่ในคฤหาสน์นี้หรือ?”
หญิงคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงถามแบบนี้ แต่ก็ยังตอบว่า “แน่นอน คฤหาสน์นี้เป็นของฉัน ฉันก็ต้องอยู่ที่นี่สิ!”
ตอนนี้ เย่เสี่ยวจิ่นพอจะเดาได้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร
เมื่อก่อนลุงจางเคยเล่าว่าเจ้าของคฤหาสน์จ้างคนมาดูแลคฤหาสน์โดยเฉพาะ แต่ครอบครัวนั้นทำงานไปได้สักพักก็เริ่มขี้เกียจ จนทำให้คฤหาสน์กลายเป็นแบบนี้
ครอบครัวนั้นย้ายไปอยู่ต่างประเทศกันหมด ที่นี่ก็ไม่มีญาติหรือเพื่อนฝูง แม้จะมีความสัมพันธ์กับคุณปู่เฉิงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่กล้ารบกวนคุณปู่เฉิงด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้
ดังนั้นในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา แม้ว่าคนงานทั้งหมดในคฤหาสน์จะขี้เกียจและเอาเปรียบ เจ้าของคฤหาสน์ก็ยังต้องจ่ายเงินเดือนให้พวกเขาทุกเดือน
แต่เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาบ้าง ก็รู้สึกอึดอัดใจ
เย่เสี่ยวจิ่นครุ่นคิดแล้วพูดว่า “พี่สาวคะ ฉันเห็นว่าคฤหาสน์ของคุณดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างไปแล้ว”
“ช่วงนี้ฉันกำลังอยากเช่าคฤหาสน์สักหลัง ถ้าคุณกำจัดวัชพืชในคฤหาสน์ออกไปได้หมด ฉันจะจ่ายเงินสดให้คุณทันที”
หญิงคนนั้นชะงัก ตาเหลือกลาน
“อะไรนะ?”
“คุณจะซื้อคฤหาสน์นี้เหรอ?”
หญิงคนนั้นกำลังจะปฏิเสธโดยอัตโนมัติ แต่นึกอะไรขึ้นมาได้จึงถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “คุณจะให้ราคาเท่าไหร่คะ?”
เย่เสี่ยวจิ่นตอบทันทีโดยไม่กะพริบตา “หนึ่งหมื่นหยวนต่อเดือน”
ดวงตาของหญิงคนนั้นกลอกไปมาอย่างรวดเร็ว ในใจกำลังคิดคำนวณผลประโยชน์
เจ้าของคฤหาสน์ไปตั้งรกรากอยู่ต่างประเทศนานแล้ว พวกเขาคงไม่กลับมาในเร็ว ๆ นี้ ถ้าหล่อนแกล้งทำเป็นว่าคฤหาสน์นี้เป็นของหล่อนแล้วให้เช่า หล่อนก็จะได้เงินหนึ่งหมื่นหยวนต่อเดือน!
โชคดีแบบนี้ตกมาถึงหล่อนแล้วจริง ๆ
“อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง” หญิงคนนั้นเปลี่ยนท่าทีเป็นกระตือรือร้นขึ้นมาทันที “แต่ฉันจะเชื่อได้ยังไงว่าคุณจริงใจอยากเช่าล่ะ?”
เย่เสี่ยวจิ่นพูดว่า “ฉันจะให้เงินมัดจำสองร้อยก่อน คุณช่วยจัดการทำความสะอาดคฤหาสน์ให้เรียบร้อยภายในหนึ่งสัปดาห์ อีกเจ็ดวันฉันจะมาดู แล้วจ่ายเงินที่เหลือให้ตอนนั้น”
พูดจบ เย่เสี่ยวจิ่นก็ล้วงเงินสองร้อยออกมาจากกระเป๋าทันที
เมื่อหญิงคนนั้นเห็นเย่เสี่ยวจิ่นควักเงินอย่างใจป้ำ ความสงสัยในใจก็หายไปในทันที
……………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
คิดจะมาหลอกจิ่นเป่าเหรอ ไม่ดูความสามารถตัวเองเลย
ไหหม่า(海馬)