ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 597 คืนวิวาห์
บทที่ 597 คืนวิวาห์
………………..
บทที่ 597 คืนวิวาห์
หัวใจของเธอเต้นรัวขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
ห้องพิธีตั้งอยู่ที่ลานด้านหน้า หลี่ชุ่ยชุ่ยจูงมือเธอเดินไปข้างหน้า ยิ่งเข้าใกล้ห้องพิธี ฝีเท้าของเย่เสี่ยวจิ่นก็ยิ่งช้าลงเรื่อย ๆ
ในช่วงเวลานั้นเธอรู้สึกเหมือนกับว่าแทบจะก้าวขาไม่ออก
ถึงแม้ทางเดินในลานจะราบเรียบ แต่เย่เสี่ยวจิ่นก็ประหม่าจนกลัวว่าตัวเองจะสะดุดล้มเพราะความเผลอ
โจวเหวินรุ่ยเตรียมงานแต่งงานแบบจีนดั้งเดิม
เย่จวินในชุดใหม่ส่งผ้าแพรสีแดงให้เย่เสี่ยวจิ่น ใบหน้าเขาแย้มยิ้มแล้วกล่าวด้วยเสียงเบาๆ ว่า “จิ่นเป่า ตอนนี้พี่ใหญ่ยังรู้สึกเสียดายที่ต้องยกเธอให้คนอื่น”
โจวเหวินรุ่ยที่ถือปลายผ้าแพรอีกด้านได้ยินคำพูดนั้น เอามือปิดปากกระแอมสองที
เย่จวินอดหัวเราะไม่ได้ แล้วถอยไปด้านข้าง
หลี่ชุ่ยชุ่ยและเย่จื้อผิงนั่งอยู่ในตำแหน่งประธาน รอดูคู่บ่าวสาวคำนับ
หลังจากพิธีคำนับ หลิวเยว่ก็พยุงเย่เสี่ยวจิ่นเข้าห้องหอ
เย่เสี่ยวจิ่นเพิ่งรู้ว่าโจวเหวินรุ่ยได้ซื้อเรือนที่อยู่ติดกับคฤหาสน์ตระกูลเย่ไว้ด้วย
ห้องใหม่กว้างขวางกว่าบ้านเดิมของเธอมาก
พ่อแม่และพี่ชายของโจวเหวินรุ่ยยืนรออยู่ที่หน้าประตู มองเจ้าสาวคนใหม่เดินเข้ามาด้วยความยินดี
หลิวเยว่กระซิบข้าง ๆ เย่เสี่ยวจิ่นว่า “เหวินรุ่ยยังทำประตูพิเศษระหว่างสองบ้านให้สะดวกในการไปมาหาสู่กัน แต่วันนี้เจ้าสาวต้องเข้าประตูใหญ่ก่อน เลยต้องเดินอ้อมนิดหน่อย”
เมื่อเข้ามาในห้องใหม่ เย่เสี่ยวจิ่นวางพัดมงคลลง แล้วมองสำรวจห้องที่ไม่คุ้นเคยนี้
แม้ห้องจะไม่คุ้นเคย แต่ข้าวของเครื่องใช้กลับคุ้นตาไปหมด
โจวเหวินรุ่ยจัดวางทุกอย่างตามความชอบของเธอ
กลางห้องมีเตียงใหญ่กว้างสองเมตร ปูด้วยผ้าห่มสีแดง บนผ้านวมมีถั่วลิสง พุทราจีน ลำไยจีน และเมล็ดแตงโมวางเต็มไปหมด
เย่เสี่ยวจิ่นที่ตื่นแต่เช้า ถูกลากไปแต่งหน้าและทำผม ยังไม่ได้กินอะไรเลย ความวุ่นวายตลอดทั้งวันคงทำให้เธอรู้สึกหิวมาก
เย่เสี่ยวจิ่นนั่งอยู่บนเตียงและพยักหน้า
เธอรออยู่พักใหญ่ เบื่อจนต้องนอนตะแคงนับถั่วลิสงบนเตียง
ไม่ทันสังเกตว่าใครบางคนค่อย ๆ เปิดประตูเข้ามาแล้วปิดลงเบา ๆ
พอคนคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ เธอเห็นเงาสีแดงผ่านหางตา จึงรีบเงยหน้าขึ้นทันที
โจวเหวินรุ่ยยืนอยู่ข้างเตียง สายตาของเขาตกลงบนผิวขาวผ่องที่เผยออกมาเพราะการนอนตะแคงของเธอ
เย่เสี่ยวจิ่นสะดุ้งตกใจ
ดวงตาเบิกกว้าง รีบลุกขึ้นนั่งให้เรียบร้อยและจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
เธอตื่นเต้นจนแทบจะกัดลิ้นตัวเองตอนพูด “คุณ…คุณมาทำไมที่นี่!”
โจวเหวินรุ่ยนั่งลงข้างๆ เธอ “แค่คิดถึงคุณเลยมาดู”
เย่เสี่ยวจิ่นที่รู้สึกประหม่าอยู่แล้ว ใบหน้าของเธอพลันแดงระเรื่อด้วยความอาย
ปลายนิ้วของเขาลูบไล้แก้มของเธออย่างเบามือ ทุกสัมผัสที่จรดลงทำให้ผิวของเธอร้อนวูบวาบราวกับถูกไฟเผา
เย่เสี่ยวจิ่นกลืนน้ำลาย ยื่นมือผลักอกเขา “คุณต้องไปรินเหล้าให้ญาติ ๆ ไม่ใช่เหรอ? รีบออกไปเถอะ ถ้าพ่อแม่หาคุณไม่เจอแล้วมาหาที่นี่จะทำยังไง?”
โจวเหวินรุ่ยไม่ขยับเขยื้อน ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองเธอไม่วางตา “ไม่อยากออกไป”
เย่เสี่ยวจิ่นถูกสายตาเร่าร้อนของเขาจ้องมองจนร่างกายร้อนผ่าวโดยไม่รู้ตัว
เธอหลบสายตาของเขาและรีบพูด “กลางวันแสก ๆ แบบนี้…มันไม่เหมาะ”
โจวเหวินรุ่ยเงียบไปครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็หัวเราะออกมา พลางกอดเธอแน่น เสียงของเขามีแววขบขัน “จิ่นเป่าหมายความว่าตอนกลางคืนก็ได้สินะ?”
วันนี้โจวเหวินรุ่ยช่างเหมือนปีศาจ คอยยั่วเธอตลอดเวลา
เย่เสี่ยวจิ่นสูดหายใจลึก คิดในใจว่าเธอเป็นคนที่มีชีวิตมาถึงสองชาติ จะมายอมแพ้โจวเหวินรุ่ยได้อย่างไร
เธอเชิดหน้าขึ้นพูดว่า “แน่นอนสิ”
โจวเหวินรุ่ยมองเธอพลางหัวเราะเบา ๆ “งั้นผมจะรอให้จิ่นเป่า…มารังแกผม”
พูดจบ เขาก็ออกจากห้องไปอย่างไม่เต็มใจ
เย่เสี่ยวจิ่นรอจนเขาปิดประตูห้อง ถึงได้ผ่อนลมหายใจ เอามือทั้งสองประคองแก้มที่ร้อนผ่าว
เมื่อกี้พูดอะไรออกไปนะ!
ตอนนั้นเอง ประตูก็ส่งเสียงดังเบา ๆ
เย่เสี่ยวจิ่นรีบวางมือลง นั่งตัวตรง “เพิ่งไปไม่ใช่หรือ ทำไมกลับมาอีก…”
พูดยังไม่ทันจบ พอเห็นว่าใครมาก็รีบหุบปาก
หลิวเยว่ถือข้าวมา ถามอย่างงุนงง “เสี่ยวจิ่น เมื่อกี้พูดอะไรหรือ?”
เย่เสี่ยวจิ่นส่ายหน้า “ฉันไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย”
“ในที่สุดก็มีอะไรให้กินแล้ว ฉันหิวจนแทบตายอยู่แล้ว” เย่เสี่ยวจิ่นรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
หลิวเยว่ยิ้มเบาๆ หล่อนดูเหมือนจะเห็นอะไรบางอย่าง แต่ไม่พูดอะไร
ขณะเดียวกันด้านนอกก็มีเสียงอึกทึกดังขึ้น
เย่เสี่ยวจิ่นถามอย่างสงสัย “เกิดอะไรขึ้นน่ะ? งานเลี้ยงไม่ได้จัดที่บ้านเราหรอกเหรอ?”
ลู่เชียนเชียนยิ้มกว้าง “พวกเขามาแกล้งคู่บ่าวสาวน่ะ”
“แกล้งคู่บ่าวสาว?”
“ใช่แล้ว เธอจัดงานแต่งงานแบบจีน ก็ต้องมีการแกล้งคู่บ่าวสาวด้วยสิ”
หลิวเยว่หยิบพัดมงคลที่อยู่ข้าง ๆ ส่งให้เย่เสี่ยวจิ่น “พวกเขากำลังจะเข้ามาแล้ว เธอเอาพัดบังหน้าไว้”
เย่เสี่ยวจิ่นเพิ่งจะยกพัดขึ้นมาบังหน้า ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก กลุ่มคนมากมายก็แห่กันเข้ามา
เด็ก ๆ จากตระกูลเย่นำหน้าเข้ามาก่อน วันนี้พวกเขาแต่งตัวสดใสมีความสุข ปากก็พูดพึมพำว่าจะมาแกล้งคู่บ่าวสาว
เย่เสี่ยวจิ่นกระตุกมุมปาก
พวกลิงซนพวกนี้รู้หรือเปล่าว่าการแกล้งคู่บ่าวสาวคืออะไร แต่ก็ยังเอะอะจะมาแกล้ง
สุดท้ายเย่จวินทนดูต่อไปไม่ไหว จึงลากทุกคนออกไป
หลังจากคนสุดท้ายออกไป โจวเหวินรุ่ยก็มีกลิ่นเหล้าคลุ้งไปทั้งตัว ดูเหมือนจะเดินโซเซเหมือนคนเมา
หลี่ชุ่ยชุ่ยรู้สึกไม่สบายใจ “เหวินรุ่ย แม่จะต้มยาแก้เมาไปให้ไหม?”
โจวเหวินรุ่ยส่ายหัว แล้วยิ้มพูดว่า “ไม่เป็นไรครับแม่ ผมไม่ได้เมา”
หลี่ชุ่ยชุ่ยมองลูกสาวของตัวเองแวบหนึ่ง กลืนคำพูดที่จะพูดกลับไป แล้วปิดประตูให้อย่างใส่ใจ
พลางคิดว่าไม่ควรจะก้าวก่ายมากเกินไป
ทันทีที่ประตูปิด โจวเหวินรุ่ยที่เมื่อกี้เดินโซเซเหมือนคนเมาก็หยุดโซเซทันที
ดวงตาแจ่มใส ไม่มีทีท่าเมาเหล้าแม้แต่น้อย
เย่เสี่ยวจิ่นวางพัดลง พอนึกขึ้นได้ก็พูดว่า “คุณแกล้งทำเป็นเมาเหรอ?”
โจวเหวินรุ่ยรินน้ำดื่ม แล้วพูดว่า “ถ้าผมไม่แกล้งเมา พวกเขาคงจะแกล้งเราไปอีกนานเลย”
นั่นสินะ
เธอยังไม่ทันก้าวไปได้สักก้าว โจวเหวินรุ่ยก็เดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว โอบเอวเธอแล้วกดร่างลงบนเตียง
เสียงของเขาแหบพร่าราวกับมีทรายติดอยู่ในลำคอ “ให้ผมช่วยเอง”
ชุดแต่งงานจีนนั้นซับซ้อน โจวเหวินรุ่ยค่อย ๆ ถอดออกทีละชิ้นอย่างใจเย็น แล้วคลุมด้วยผ้านวม
เสียงทุกอย่างถูกกั้นไว้ภายใน
ที่คฤหาสน์ตระกูลเย่ หลี่ชุ่ยชุ่ยและเย่จื้อผิงชนแก้วกัน หลี่ชุ่ยชุ่ยเท้าคางพูดว่า “จนถึงวันนี้ ลูก ๆ ในบ้านก็แต่งงานกันครบทุกคนแล้ว”
เย่จื้อผิงจับมือหลี่ชุ่ยชุ่ย “ชุ่ยชุ่ย คุณเหนื่อยมามากแล้ว”
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ระหว่างบ่าวสาวนี่ใครจะแกล้งใครกันน้า คนหนึ่งก็มีชีวิตมาสองชาติ อีกคนก็เป็นหนุ่มเต็มตัว
ไหหม่า(海馬)