ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 593 ร้านสาขายี่สิบแห่ง
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 593 ร้านสาขายี่สิบแห่ง
บทที่ 593 ร้านสาขายี่สิบแห่ง
………………..
บทที่ 593 ร้านสาขายี่สิบแห่ง
ใบหน้าของเย่เหวินชางซีดขาว
เย่เสี่ยวจิ่นวิ่งเข้าไปข้างใน โจวเหวินรุ่ยก็ตามเข้าไปด้วย
ในห้องนอนมีคนนอนหมดสติอยู่สามคน ทุกคนมีฟองขาวออกมาจากปาก และชักกระตุกทั้งตัว
โจวเหวินรุ่ยพูดว่า “พวกเขาถูกวางยาพิษ… อาการแบบนี้ดูเหมือนจะเป็นยาเบื่อหนู!”
เขาและเย่เสี่ยวจิ่นสบตากัน
ตำรวจวัยกลางคนมีสีหน้าเคร่งเครียด “รีบโทรเรียกรถพยาบาลมาเดี๋ยวนี้ แล้วพาผู้ชายข้างนอกคนนั้นกลับไปสอบสวนให้ละเอียด!”
จากนั้นมองไปที่เย่เสี่ยวจิ่นและคนอื่น ๆ ด้วยสีหน้าอ่อนลงเล็กน้อย “เดี๋ยวพวกคุณก็ตามไปให้ปากคำด้วย”
“ได้ค่ะ”
รถพยาบาลมาถึงอย่างรวดเร็วและนำตัวหวังหลินกับคนอื่น ๆ ไป พวกเย่เสี่ยวจิ่นก็ขึ้นรถตามไปด้วย
“จิ่นเป่า คุณแจ้งตำรวจตอนไหน?”
เย่เสี่ยวจิ่นยิ้มเล็กน้อย “ตอนที่เรามาที่นี่น่ะ ฉันคิดว่าถ้าเย่เหวินชางไม่ยอมรับ ก็จะไปนั่งที่สถานีตำรวจกับเขาด้วย”
“พอลูกชายของป้าหนิวตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ เราก็จะรู้ว่าคนที่วางยาคือใครกันแน่”
“ไม่นึกเลยว่า เย่เหวินชางจะลงมือวางยาพิษหวังหลินกับคนอื่น ๆ”
เย่เสี่ยวจิ่นไม่เคยคิดมาก่อนจริง ๆ
เย่เหวินชางมีจิตใจโหดร้ายถึงขนาดนี้
นั่นมันภรรยาและพ่อแม่ของภรรยาเขานะ!
ที่สถานีตำรวจ
ตอนแรกเย่เหวินชางยังปฏิเสธไม่ยอมรับ ยืนกระต่ายขาเดียวอยู่กว่าชั่วโมง จนกระทั่งมีข่าวมาจากโรงพยาบาล
หวังหลินกับคนอื่น ๆ ฟื้นขึ้นมาแล้ว
พอเย่เหวินชางได้ยินข่าวนี้ก็สบถออกมาต่อหน้าตำรวจทันที “ไม่ตาย! พวกมันยังไม่ตาย!”
“ทั้งหมดเป็นเพราะเธอ!” เขาหันขวับมามองเย่เสี่ยวจิ่น
“ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ นังหวังหลินตัวดีนั่นก็ตายไปแล้ว!”
ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวดูน่ากลัวที่สุด
โจวเหวินรุ่ยชักสีหน้าเคร่งขรึม ก้าวมาบังหน้าเย่เสี่ยวจิ่นไว้ พูดเสียงเรียบ “เย่เหวินชาง นายรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่?”
“รู้สิ!” เย่เหวินชางเบิกตาโพลง หัวเราะเสียงดังอย่างบ้าคลั่ง “ฉันรู้ดีเลยล่ะ!”
“ฉันจะฆ่าพวกมันให้หมด ฉันจะฆ่าทุกคนที่ดูถูกฉัน!”
“พวกแกจะไปรู้อะไร!”
“หวังหลินนังผู้หญิงต่ำช้าคนนั้นดูถูกฉัน รังเกียจว่าฉันไม่มีความสามารถ ใช้งานฉันเหมือนหมา! นังนั่นสมควรตาย! มันสมควรตาย!”
เย่เสี่ยวจิ่นมองดูเย่เหวินชางที่กำลังคลุ้มคลั่งอย่างเงียบ ๆ
จนกระทั่งตำรวจทำหน้าบึ้งมาปิดปากเขาไว้
เธอถอนหายใจแล้วพูดช้า ๆ “เย่เหวินชางเสียสติไปแล้วใช่ไหม?”
หลังจากบันทึกปากคำเสร็จ พวกเขาก็สามารถกลับได้
ทั้งสองขับรถกลับบ้าน
“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเย่เหวินชางคงจะลำบากมาก” เย่เสี่ยวจิ่นถอนหายใจ “เขาถึงได้มีความคิดขนาดลงมือฆ่าคนแบบนี้”
“ต่อให้ลำบากแค่ไหนก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะฆ่าคนได้” โจวเหวินรุ่ยพูดเรียบ ๆ “แต่ครั้งนี้เย่เหวินชางพยายามฆ่าคนอย่างเจตนา คงต้องติดคุกสักหลายปี”
เย่เสี่ยวจิ่นคิดในใจ
สมน้ำหน้า
ทำอะไรลงไปก็ต้องรับผลกรรมนั้น ไม่มีใครสงสารหรอก
เรื่องของเย่เหวินชางถูกสืบสวนจนกระจ่างภายในสามวัน
ยาเบื่อหนูที่ลูกชายของป้าหนิวกินเข้าไปนั้นก็เป็นฝีมือของเขา
ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเลือกลูกชายของป้าหนิว จงใจเข้าไปสนิทสนมกับเด็กคนนั้นระยะหนึ่ง แถมยังซื้อผลไม้จากฟาร์มตระกูลเย่ไปให้ลูกชายป้าหนิวบ่อย ๆ
ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาซื้อผลไม้มาแช่ในยาเบื่อหนูก่อนจะเอาไปให้เด็กคนนั้นกิน
ก่อนที่ลูกชายป้าหนิวจะหมดสติ เขาจงใจพูดข้างหูว่าตระกูลเย่เป็นคนทำร้าย
ลูกชายป้าหนิวได้รับพิษไม่มาก ยังไม่ถึงกับหมดสติ แต่ป้าหนิวได้ยินคำพูดนั้นพอดี
หลังพ่อแม่ของหวังหลินและหวังหลินฟื้นขึ้นมา พวกเขาก็ตัดขาดความสัมพันธ์กับเย่เหวินชางทันที ถึงขั้นไปด่าทอเย่เหวินชางที่สถานีตำรวจ
หวังหลินหย่าขาดจากเย่เหวินชางทันที ส่วนพ่อแม่ตระกูลหวังยังใช้เส้นสายที่มีให้เย่เหวินชางได้รับโทษหนักที่สุด
ตอนที่สามีภรรยาหลี่กุ้ยฮวาได้ยินข่าวนี้ เย่เหวินชางถูกจำคุกเพื่อปรับปรุงตัวแล้ว
คนแก่ทั้งสองไม่พูดอะไรสักคำ มีเพียงหลี่กุ้ยฮวาที่หลั่งน้ำตาไม่กี่หยด ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยกลับไม่แสดงความเศร้าโศกมากนัก
พึมพำว่า “ลูกคนนี้ฉันถือว่าไม่มีตัวตนมานานแล้ว คราวนี้หายไปจริง ๆ แล้วสินะ…”
เย่จู๋ส่งเงินกลับมาให้ทุกเดือน ทำให้คนแก่ทั้งสองพอประทังชีพไปได้
บางทีอาจเป็นเพราะผ่านเรื่องราวมามากเกินไป ทั้งสองคนจึงเปลี่ยนนิสัยไปมาก ส่วนใหญ่จะหลบอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปไหน
มีคนนำผลไม้ไปตรวจสอบ พบว่าผลไม้จากฟาร์มตระกูลเย่เป็นผลไม้ธรรมชาติล้วน ๆ ไม่มีสารเคมีตกค้างแม้แต่น้อย ทำให้ร้านขายผลไม้ขายหมดเกลี้ยงทุกวันตั้งแต่บ่ายสองโมง
โรงงานของฟาร์มซีเล่อดำเนินการอย่างเป็นระบบระเบียบ
เย่เสี่ยวจิ่นยุ่งอยู่กับการจัดการเอกสารต่าง ๆ ส่วนโจวเหวินรุ่ยกลับไปทำงานที่เมืองหลวงต่อ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงครึ่งปีหลัง
ตอนนี้ฟาร์มซีเล่อผลิตสินค้าออกมาได้ไม่น้อย
ทั้งผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อวัว เนื้อแกะ และอาหารสำเร็จรูป
เย่เสี่ยวจิ่นเช่าร้านเล็ก ๆ ที่อำเภอเชียนอินเพื่อขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้
ตอนนี้กำลังการผลิตของโรงงานยังไม่สูงนัก ร้านเล็ก ๆ หนึ่งร้านก็เพียงพอแล้ว
วันเปิดร้านของว่างซีเล่อ สินค้าทุกชิ้นลด 20 เปอร์เซ็นต์
หลังจากที่ป้าย “ซีเล่อ” ของตระกูลเย่ติดตั้งเสร็จ ในวันเปิดร้านมีคนจำนวนไม่น้อยที่ได้ยินข่าวแล้วตั้งใจมาอุดหนุน
พอร้านเปิด เด็ก ๆ ก็มาเข้าแถวรอซื้อเป็นจำนวนมาก
แต่ละคนถือเงินไม่กี่เหมา ต่างตื่นเต้นยืนเข้าแถวรอ
ร้านของว่างดูแลไม่ยาก เย่เสี่ยวจิ่นจึงมอบให้หลี่ชุ่ยชุ่ยดูแลสาขาที่อำเภอเชียนอิน
ในขณะเดียวกันก็ขยายการผลิตและเปิดสาขาในเมืองหวายฮว่าด้วย
ครึ่งปีหลัง รายได้ของครอบครัวเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ทำเงินได้ถึงหนึ่งล้านหยวนเป็นครั้งแรก
เย่เสี่ยวจิ่นเขียนแผนธุรกิจยาวเหยียด ใช้เวลาสองปีเปิดสาขาทั่วมณฑล ตอนนี้เปิดไปแล้วยี่สิบสาขา!
ทั้งร้านผลไม้และร้านขายของชำ ล้วนใช้ป้ายชื่อ “ซีเล่อ” ทั้งหมด
อีกทั้งเธอยังสะสมคะแนนในระบบได้ไม่น้อย สุ่มได้ฟาร์มขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง และเริ่มพิจารณาที่จะทำฟาร์มขนาดใหญ่ในเมืองหลวงด้วย
วางแผนว่าในอีกสามปีข้างหน้าจะอยู่ในเมืองหลวง
พอเธอเสนอเรื่องนี้ หลี่ชุ่ยชุ่ยและเย่จื้อผิงต่างยกมือเห็นด้วยทั้งคู่
เมื่อสองปีก่อน เย่จื้อผิงไม่ชอบหน้าโจวเหวินรุ่ยที่พาลูกสาวคนเดียวของเขาหนีไป แต่ตอนนี้กลับกังวลว่าทำไมลูกสาวกับโจวเหวินรุ่ยถึงยังไม่แต่งงานกันเสียที
พอได้ยินคำพูดนั้น เขารีบพูดทันทีว่า “ซื้อตั๋วรถไฟแล้วหรือยัง? พรุ่งนี้พ่อจะขับรถไปส่งที่สถานีรถไฟเอง”
ท่าทางแบบนั้น ราวกับอยากจะห่อเย่เสี่ยวจิ่นส่งไปให้ถึงหน้าโจวเหวินรุ่ยเลยทีเดียว
เย่เสี่ยวจิ่นกระตุกมุมปาก “พ่อคะ ก่อนหน้านี้เป็นพ่อไม่ใช่เหรอที่เห็นโจวเหวินรุ่ยทีไรก็อยากจะไล่เขาออกจากบ้านทุกที?”
เย่จื้อผิงกระแอมเสียงเบา ๆ อย่างเก้อเขิน ไม่กล้าพูดอะไร
หลี่ชุ่ยชุ่ยเอามือปิดปากหัวเราะ พูดแทนเขาว่า “พ่อแค่ร้อนใจอยากอุ้มหลานน่ะ”
เย่เสี่ยวจิ่นได้ยินดังนั้น แก้มก็แดงระเรื่อ
“แม่คะ!”
หลินจิงที่อยู่ข้าง ๆ พูดล้อว่า “เสี่ยวจิ่นรีบแต่งงานเถอะ จะได้มีน้องชายน้องสาวให้เซี่ยวเซี่ยว”
ไม่คิดว่าหลินจิงจะร่วมแซวเธอด้วย เย่เสี่ยวจิ่นอดหน้าแดงไม่ได้ พูดเสียงดังขึ้นว่า “ถ้าเซี่ยวเซี่ยวอยากได้น้องชายน้องสาว พี่สะใภ้รองก็คลอดเองสิคะ!”
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ฐานะมั่นคงเป็นเศรษฐีแล้วก็ถึงเวลาแต่งงานแล้วล่ะจิ่นเป่า
ไหหม่า(海馬)
………………..