ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 592 วางยาพิษทำร้ายคน
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 592 วางยาพิษทำร้ายคน
บทที่ 592 วางยาพิษทำร้ายคน
………………..
บทที่ 592 วางยาพิษทำร้ายคน
“เหวินชาง คุณมัวแต่เอ้อระเหยลอยชายอะไรอยู่? พวกเราหิวกันหมดแล้ว อาหารยังไม่เสร็จอีกเหรอ?!”
เสียงของหวังหลินดังขึ้นอย่างหงุดหงิดจากด้านหลัง
เย่เหวินชางมือสั่น รีบเก็บซ่อนห่อกระดาษไว้อย่างลนลาน แล้วใช้ตะหลิวคนอาหารในกระทะให้เข้ากัน
“เสร็จแล้ว ๆ!” เขาตะโกนตอบ
ในห้องนั่งเล่น หวังหลินถ่มเปลือกเมล็ดแตงโมลงถังขยะ พลางกลอกตา “ขนาดผัดกับข้าวยังช้าขนาดนี้ คุณนี่มันไร้ประโยชน์จริง ๆ ทำอะไรก็ไม่เป็น”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเย่เหวินชางแข็งค้าง แต่เขาก็แกล้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตักอาหารใส่จานแล้วนำไปวางบนโต๊ะ
พ่อและแม่ของหวังหลินทำท่าเหมือนรอแต่จะอ้าปากกินข้าว ล้างมือแล้วนั่งที่โต๊ะอาหาร รอให้เย่เหวินชางคอยปรนนิบัติ
บนโต๊ะมีอาหารสามอย่าง ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน ผักกาดขาวผัดน้ำส้ม และซุปข้าวโพดซี่โครงหมู
หวังหลินมองดูอาหารแวบหนึ่ง สีหน้าแสดงความไม่พอใจทันที “นี่คุณทำอะไรมาให้กินเนี่ย? ฉันบอกแล้วไงว่าอยากกินปู ปูอยู่ไหน?”
“อาหารพวกนี้ก็พอกินได้อยู่ ปูเอาไว้กินคราวหน้า”
หวังหลินเบ้ปาก แย่งชามข้าวจากมือของเย่เหวินชางไป
“คุณก็รีบนั่งลงกินสิ”
เย่เหวินชางหลุบตาลงเล็กน้อย มุมปากเผยรอยยิ้มบาง แล้วนั่งลงอย่างว่าง่าย
หวังหลินชอบกินเนื้อ ตะเกียบคีบซี่โครงหมูหวานเปรี้ยวไม่หยุด
พ่อแม่หวังก็ชอบกินเนื้อเหมือนกัน จานซี่โครงหมูหวานเปรี้ยวเหลือเนื้อแค่สองชิ้นในเวลาอันรวดเร็ว
พ่อหวังเห็นเย่เหวินชางไม่ได้กินเลยสักชิ้น ในใจรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง
“เหวินชาง ยังเหลือซี่โครงสองชิ้น เธอคีบกินเถอะ”
เย่เหวินชางคีบผักกาดขาวผัดน้ำส้ม ส่ายหน้าพร้อมยิ้ม “พ่อครับ ไม่เป็นไร หลินหลินชอบซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน เก็บไว้ให้หล่อนกินดีกว่า”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าไม่พอใจบนใบหน้าของหวังหลินก็จางลงไปมาก
ที่วันนี้หล่อนทำหน้าบึ้งใส่เย่เหวินชางตลอด เพราะตอนกลางวันไปเดินห้างเจอเพื่อนผู้หญิงหลายคน สามีของพวกหล่อนต่างก็ได้เลื่อนตำแหน่งกันไปหลายครั้งแล้ว
แต่เย่เหวินชางผ่านมาหลายปีแล้วยังคงอยู่ตำแหน่งล่างสุด ทำให้หล่อนแทบจะอับอายขายหน้า
โมโหจนท้องจะระเบิด จะให้แสดงสีหน้าดีๆ ใส่เย่เหวินชางได้อย่างไร
แต่ตอนนี้ ความโกรธนั้นได้จางหายไปเกือบหมดแล้ว
เย่เหวินชางอาจจะไม่เอาไหนไปบ้าง แต่เขาก็ดีกับหล่อน ทั้งยังดีกับพ่อแม่ของหล่อนด้วย นับว่าเป็นข้อดีแล้ว
หวังหลินคีบซี่โครงสองชิ้นสุดท้ายใส่ชามของตัวเองอย่างยินดี แล้วกินอย่างเอร็ดอร่อยจนหมด
หล่อนเขยิบเข้าไปกระซิบข้างหูเย่เหวินชางเบา ๆ “คุณคะ ฉันคิดดีแล้ว พวกเรามีลูกกันได้แล้วนะ…”
มือที่ถือตะเกียบของเย่เหวินชางชะงักค้าง ในดวงตาวาบขึ้นด้วยแววอำมหิต
หวังหลินไม่ทันสังเกตเห็นอะไร ยังคงคิดว่าทั้งหล่อนและเย่เหวินชางต่างก็หน้าตาดี ลูกที่เกิดมาต้องน่ารักแน่ ๆ!
เห็นเย่เหวินชางกินแต่ผักกาดขาวผัดน้ำส้ม พ่อของหวังหลินจึงเงยหน้ามองเขาอย่างสงสัย
แม่ของหวังหลินดื่มน้ำซุปซี่โครงไปครึ่งชาม ก็พูดขึ้นว่า “ใช่แล้วลูก กินแต่ผักกาดขาวไม่กินเนื้อได้ยังไง ดื่มน้ำซุปหน่อยสิ”
หวังหลินหยิบชามของเย่เหวินชางมา แล้วหยิบช้อนตักซุป “ฉันจะตักให้คุณนะ…”
พูดยังไม่ทันจบ “โครม!” ช้อนตักซุปก็ตกลงไปในชาม
จู่ ๆ ร่างของหวังหลินก็เริ่มชักกระตุกผิดปกติ หล่อนเอามือบีบคอตัวเองด้วยความเจ็บปวด พูดอย่างยากลำบาก “แม่…แม่คะ! ฉันไม่สบาย…ฉันหายใจไม่ออก…”
พ่อแม่ของหวังหลินตกใจจนหน้าซีด รีบลุกขึ้นยืนทันที
“หลินหลิน เป็นอะไรไป?!” คุณพ่อหวังพยายามจะประคองหวังหลิน ในตอนนั้นเอง คุณแม่หวังก็กระตุกอย่างฉับพลัน กุมคอพลางร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด
“ฉัน…”
หล่อนเพิ่งจะพูดได้แค่คำเดียว ตาก็เหลือกขาวและหมดสติไป เสียง “โครม” ดังขึ้นเมื่อร่างทรุดลงกับพื้น
ทั้งร่างกระตุก น้ำลายฟูมปาก
คุณพ่อหวังรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงหันไปมองเย่เหวินชางโดยสัญชาตญาณ เห็นเขานั่งอยู่อย่างปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พูดพลางรู้สึกหายใจลำบาก ทั้งร่างเริ่มกระตุก
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจ้องมองเย่เหวินชาง
หวังหลิน คุณพ่อหวัง และคุณแม่หวังต่างนอนอยู่บนพื้นในสภาพน้ำลายฟูมปาก แต่ยังมีสติอยู่บ้าง
เย่เหวินชางจึงลุกขึ้นยืน มองลงมาที่พวกเขา
แกล้งพูดอย่างเสแสร้ง “พ่อ แม่ หลินหลิน พวกคุณเป็นอะไรไปหรือ?”
ม่านตาของหวังหลินหดเล็กลง เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ราวกับได้เห็นปีศาจตนหนึ่ง
เย่เหวินชางค่อย ๆ เทอาหารบนโต๊ะทิ้งลงในชักโครกอย่างใจเย็น แล้วล้างชามที่ใส่อาหารจนสะอาด
หลังจัดการห้องครัวเสร็จเรียบร้อย เขาจึงนั่งลงบนโซฟา เตรียมจะเปิดโทรทัศน์
ในตอนนั้นเอง กริ่งประตูก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
เขารีบลากพวกพ่อแม่หวังเข้าไปซ่อนในห้องนอน แล้วจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนเปิดประตู
“เย่เสี่ยวจิ่น?” แววรังเกียจวูบผ่านดวงตาของเขาอย่างรวดเร็ว “ทำไมถึงเป็นเธอล่ะ?”
“ฉันมาถามเรื่องหนึ่ง” เย่เสี่ยวจิ่นพูดตรง ๆ
“นายเป็นคนจ้างคนโสดแก่ที่มาก่อเรื่องที่ฟาร์มซีเล่อวันนี้มาใช่ไหม?”
“แล้วเรื่องที่ลูกชายป้าหนิวกินยาเบื่อหนู นายมีส่วนเกี่ยวข้องไหม?”
เย่เหวินชางกำหมัดแน่น สีหน้าแสดงความงุนงง “เธอกำลังพูดเรื่องบ้าอะไร ยาเบื่อหนูอะไร คนโสดแก่อะไร ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดถึงอะไร”
“นายไม่คิดจะยอมรับสินะ?”
เย่เหวินชางหัวเราะเบา ๆ “เย่เสี่ยวจิ่น ทุกเรื่องต้องมีหลักฐาน ถ้าเธอคิดจะใส่ร้ายฉัน มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก”
“ฉันไม่มีเวลาว่างมาคุยเล่นกับเธอหรอก ครอบครัวเราสองฝ่ายก็ไม่ได้ติดต่อกันมานานแล้ว ฉันก็ไม่ต้องเชิญเธอกินข้าวแล้ว”
เขาพูดจบก็ปิดประตูดัง “ปัง”
ในห้อง เย่เหวินชางมองผ่านตาแมว เห็นเย่เสี่ยวจิ่นเดินจากไป ความตึงเครียดที่สะสมมาจึงค่อยผ่อนคลายลง
เกือบแล้ว เกือบจะถูกจับได้แล้ว…
“ปัง ๆๆ” เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง
เย่เหวินชางตกใจจนปลายเท้าเกร็ง “ใครน่ะ!”
“ฉันเอง” เสียงของเย่เสี่ยวจิ่นดังขึ้นอีกครั้ง
เย่เหวินชางสบถเบา ๆ “ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเธอแล้ว รีบไปให้พ้น ๆ”
เสียงหัวเราะของเย่เสี่ยวจิ่นดังลอดเข้ามา “ลูกพี่ลูกน้อง ถ้าพี่ไม่เปิดประตู ฉันจะตะโกนแล้วนะ ถ้าเพื่อนบ้านแถวนี้มาดูกันหมด…”
เย่เหวินชางตกใจ รีบหมุนลูกบิดเปิดประตูและกำลังจะด่า
แต่ไม่ทันคิดอะไร จู่ ๆ ก็มีผู้ชายในชุดตำรวจหลายคนวิ่งพรวดเข้ามา
หัวใจของเย่เหวินชางเต้นผิดจังหวะ
เขาอยากจะวิ่งหนีโดยสัญชาตญาณ แต่ตำรวจอาวุโสคนหนึ่งหรี่ตามอง ก่อนที่เย่เหวินชางจะทันได้ตั้งตัว ก็ถูกจับตัวไว้เสียแล้ว
เย่เหวินชางรู้สึกไม่ดีในใจ รีบทำหน้าเศร้าพลางอธิบาย “ผมไม่ได้คิดจะหนี ผมแค่… ผมแค่…”
“มีคนแจ้งความว่าคุณวางยาทำร้ายคน พวกเราแค่มาสอบถามคุณเท่านั้น”
“แต่ดูท่าทางคุณตอนนี้สิ ทำไมเหมือนกำลังสารภาพความผิดโดยที่ไม่ต้องถามเลยล่ะ?”
“จับตัวเขากลับไปสอบสวนให้ละเอียด!”
ตำรวจวัยกลางคนหัวเราะเยาะเบา ๆ กำลังจะเดินจากไป เย่เสี่ยวจิ่นพูดขึ้นมาทันที
“เสียงดังขนาดนี้ ทำไมไม่เห็นหวังหลินกับคนอื่น ๆ ล่ะ?”
ตำรวจวัยกลางคนชะงักฝีเท้า มองไปที่เย่เสี่ยวจิ่น
เย่เสี่ยวจิ่นรีบอธิบาย “เขาอาศัยอยู่กับภรรยา พ่อตาและแม่ยาย ตามปกติตอนนี้เป็นเวลาอาหาร พวกเขาควรจะอยู่บ้านกันทั้งหมดนะ…”
ตำรวจวัยกลางคนรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงชี้ไปที่ตำรวจสองนาย “พวกนายสองคน เข้าไปดูข้างในหน่อย”
ไม่นานก็มีเสียงร้องตกใจดังมาจากในห้องนอน
“หัวหน้าครับ มาดูนี่เร็ว!”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ไปกินข้าวต่อในห้องกรงนะเหวินชาง เจตนาฆาตกรรมชัดเจนขนาดนี้
ไหหม่า(海馬)
………………..