ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 590 กินยาเบื่อหนู
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 590 กินยาเบื่อหนู
บทที่ 590 กินยาเบื่อหนู
………………..
บทที่ 590 กินยาเบื่อหนู
ทุกคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
“ใช่แล้ว ปกติป้าหนิวเป็นคนปากร้ายใจร้าย ไม่ยอมปล่อยใครง่าย ๆ การที่หล่อนพาคนมามากมายขนาดนี้มาก่อเรื่อง แน่นอนว่าต้องเป็นเพราะกินของจากฟาร์มตระกูลเย่แล้วเสียหายถึงได้มา”
“ถ้าเรื่องนี้เป็นความจริง… นั่นหมายความว่าของจากฟาร์มตระกูลเย่กินไม่ได้จริง ๆ น่ะสิ?”
“แล้วจะทำยังไงดี? เมื่อวานนี้ฉันเพิ่งซื้อองุ่นไปสิบชั่ง เสียเงินไปไม่น้อยเลยนะ! ถ้ากินไม่ได้ก็เสียเปล่าน่ะสิ?”
“จะทำยังไงน่ะเหรอ! ก็ต้องให้ตระกูลเย่ชดใช้เงินสิ! คืนของแล้วก็จ่ายเงินคืน!”
จู่ ๆ ก็มีเสียงผู้ชายตะโกนด้วยความโกรธแค้นดังขึ้นมาจากในฝูงชน
โจวเหวินรุ่ยและเย่เสี่ยวจิ่นรีบมองหาต้นเสียงในฝูงชนทันที
“ของจากฟาร์มตระกูลเย่มีแต่ของมีพิษ กล้าเอาของที่กินแล้วตายมาขายให้พวกเรา ตระกูลเย่พวกพ่อค้าใจดำไร้ความปราณี! ต่อไปทุกคนอย่าซื้อของจากตระกูลเย่อีกนะ!”
สีหน้าของเย่เสี่ยวจิ่นเคร่งขรึมลงทันที
ทั้งสองคนมองเห็นชายที่แอบอยู่ในฝูงชนคอยยุยงปลุกปั่นอยู่ตลอด
เธอส่งสายตาให้กับโจวเหวินรุ่ย
เขาค่อย ๆ แทรกตัวเข้าไปในฝูงชน รอจังหวะที่จะจับตัวคนผู้นั้น
เย่เสี่ยวจิ่นยกโทรโขงขึ้นมา “พี่น้องทุกคน ฉันขอใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน ผลไม้ สัตว์ปีก และสินค้าทุกอย่างของตระกูลเย่ไม่มีปัญหาแม้แต่น้อย”
“ส่วนเรื่องที่ลูกชายของป้าคนนี้เป็นอะไรไป พวกเราก็ไม่ควรเชื่อแค่คำพูดด้านเดียวของหล่อน”
“พี่น้องทุกคนเป็นคนมีเหตุผล ที่ผ่านมาตระกูลเย่ทำอะไรในเมืองเชียนอิน ทุกคนก็น่าจะรู้กันดีอยู่แล้ว”
พอเธอพูดขึ้นมา คนที่ยังสงสัยในตระกูลเย่ก็เริ่มมีความเชื่อใจมากขึ้น
ต่างพากันพูดว่า “ใช่ ๆ เย่หวายของตระกูลเย่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เขาถึงกับยอมให้ผิวขาว ๆ หล่อ ๆ ต้องโดนแดดเผาจนดำเหมือนพวกเราเพื่อช่วยให้เมืองของพวกเราหลุดพ้นจากความยากจนเชียวนะ”
“ทุกวันไม่ว่าฝนหรือแดด ก็ไปเฝ้าที่ทุ่งนาเพื่อวิจัยข้าวพันธุ์ให้ผลผลิตสูง คนดีขนาดนี้ จะทำของมีพิษมาทำร้ายทุกคนได้ยังไง”
“ใช่เลย ฉันยังเชื่อใจตระกูลเย่อยู่”
“ป้าหนิว อย่าเพิ่งร้องไห้ เรื่องนี้ต้องมีความเข้าใจผิดแน่ ๆ พาลูกชายไปโรงพยาบาลก่อนดีไหม”
ทุกคนต่างพูดสลับกันไปมา แม้แต่ญาติ ๆ ที่ป้าหนิวพามาด้วยก็เริ่มลังเลแล้ว
ทุกคนพูดถูก!
คนในตระกูลเย่ล้วนมีจิตใจดีที่สุด จะทำเรื่องทำร้ายชีวิตคนได้อย่างไร เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ ๆ
แม้แต่ป้าหนิวก็หยุดร้องไห้ มองดูลูกชายที่นอนหน้าซีดอยู่บนพื้น พูดพึมพำว่า “จริงหรือ…”
เย่เสี่ยวจิ่นไม่คิดว่าคำพูดของเธอจะได้ผลดีขนาดนี้
เย่จื้อผิงและหลี่ชุ่ยชุ่ยที่ก่อนหน้านี้ยังมีสีหน้ากังวล สบตากันด้วยความดีใจอย่างยิ่ง
ที่แท้การทำความดีในยามปกติ พอถึงเวลาสำคัญก็ยังมีประโยชน์
เย่เสี่ยวจิ่นถือโทรโข่งตะโกน “ป้าหนิว! ถ้าป้ายินดี ตอนนี้ป้าก็ยกลูกชายขึ้นรถเลย ฉันจะขับรถพาไปตรวจที่โรงพยาบาลทันที”
“เรื่องนี้พวกเราค่อย ๆ สืบกันต่อไป”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ดวงตาที่หม่นหมองของป้าหนิวก็เริ่มมีประกายขึ้นมา
ถามด้วยความตื่นเต้นว่า “จ…จริงหรือ?!”
“แน่นอนว่าจริง” เย่เสี่ยวจิ่นพยักหน้า “ต่อหน้าชาวบ้านมากมายขนาดนี้ ฉันจะโกหกป้าได้ยังไง”
“ป้าหนิว รีบเร็วเข้า รีบพาลูกชายขึ้นรถเถอะ”
“ใช่ ๆ คนตระกูลเย่ใจดีทุกคน รีบพาคนไปโรงพยาบาลเถอะ”
เมื่อเห็นว่าทุกคนล้วนเข้าข้างตระกูลเย่ ชายหน้าตาเจ้าเล่ห์คนหนึ่งในฝูงชนก็เห็นท่าไม่ดี จึงหมุนตัวคิดจะแอบหลบหนีไป
ในตอนนั้นเอง มีมือข้างหนึ่งวางลงบนไหล่ของเขา
“คุณจะไปไหน?” โจวเหวินรุ่ยพูดด้วยสีหน้าเย็นชา
ร่างของชายคนนั้นสั่นเทา แล้วพูดด้วยรอยยิ้มประจบ “ผม… ผมเห็นว่าไม่มีอะไรให้ดูแล้ว ผมจะกลับไปทำงานแล้ว”
“งั้นเหรอ” โจวเหวินรุ่ยหัวเราะเยาะเบา ๆ “เมื่อกี้นี้คุณนั่นแหละที่ตะโกนว่าของในร้านตระกูลเย่มีพิษทั้งหมด”
คนข้าง ๆ ชี้นิ้วใส่เขา
“ก็คนนี้แหละ เมื่อกี้เขาตะโกนเสียงดังที่สุด!”
“ผมก็ได้ยินเหมือนกัน เป็นเขาแน่ ๆ”
“คนนี้เป็นพวกไม่เอาไหนในอำเภอของเรา ปกติไม่ทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ชอบแต่ขโมยของชาวบ้าน”
โจวเหวินรุ่ยพูด “คุณยังมีอะไรจะพูดอีกไหม?”
เหงื่อเย็นผุดขึ้นมาบนหน้าผากของชายจรจัดคนนั้น
“คือ… คือ…”
เย่เสี่ยวจิ่นพูดกับโจวเหวินรุ่ยว่า “กักตัวเขาไว้ก่อน ฉันจะพาลูกชายของป้าหนิวไปโรงพยาบาลก่อน”
โจวเหวินรุ่ยพยักหน้า แล้วลากตัวคนเข้าไปในฟาร์ม
ญาติตระกูลหนิวที่ลงมือทำร้ายคนงานในฟาร์มต่างรู้สึกละอายใจและขอโทษพวกเขา
โจวเหวินรุ่ยพูดว่า “พวกคุณก็แค่อารมณ์พาไป คราวนี้ก็แล้วกันไปเถอะ ส่วนคนงานที่ถูกทำร้ายบาดเจ็บ ตระกูลเย่จะออกค่ารักษาพยาบาลให้”
การกระทำครั้งนี้ทำให้ทุกคนต่างชื่นชม
“ตระกูลที่ดีอย่างตระกูลเย่นี่หาที่ไหนได้อีก ต่อไปพวกเราต้องไม่กล่าวหาคนตระกูลเย่โดยไม่แยกแยะผิดถูกอีก”
ทางด้นนี้ เย่เสี่ยวจิ่นได้พาลูกชายของป้าหนิวขึ้นรถไปโรงพยาบาลแล้ว
โจวเหวินรุ่ยบอกให้ทุกคนแยกย้ายกลับไป เมื่อฝูงชนเริ่มสลายตัว สายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่จุดหนึ่งชั่วครู่
เมื่อครู่เขาเหมือนเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย…
……………………………
ที่โรงพยาบาล
ป้าหนิวและญาติพี่น้องตระกูลหนิวต่างยืนรออยู่ที่ระเบียงทางเดิน
หลังจากเหตุการณ์ที่หน้าฟาร์ม ทุกคนก็ไม่ก่อความวุ่นวายอีก พวกเขายืนรออย่างเงียบ ๆ อยู่หน้าประตู
ไม่นานนัก หมอในชุดกาวน์ขาวก็เดินออกมาจากห้องผ่าตัด “ใครเป็นญาติผู้ป่วยบ้าง?”
น้ำตาป้าหนิวไหลพราก “ยาเบื่อหนู?! เป็นไปไม่ได้! ลูกชายฉันจะไปกินยาเบื่อหนูได้ยังไง!”
“บ้านฉันไม่เคยมีของพวกนี้!”
คนปกติดี ๆ จะไปกินยาเบื่อหนูได้อย่างไร
เย่เสี่ยวจิ่นเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วถาม “ป้าหนิว ลูกชายของป้ามีพฤติกรรมผิดปกติอะไรบ้างไหม?”
“ไม่มีหรอก! ลูกชายฉันทั้งขยันทั้งเก่ง จัดการงานในไร่ได้ดีมาก”
“อย่างปีนี้ไงได้ผลผลิตดี เขาถึงมีเงินไปซื้อองุ่น บอกว่าอยากให้ฉันได้กินของดี ๆ บ้าง”
เย่เสี่ยวจิ่น: “แสดงว่าป้าก็กินองุ่นนั่นด้วยใช่ไหม?”
ป้าหนิวชะงัก “ใช่”
หล่อนเพิ่งรู้สึกตัวและตอบสนองต่อเหตุการณ์
ใช่แล้ว หล่อนก็กินองุ่นที่ซื้อมาจากบ้านตระกูลเย่ด้วย ถ้ามีพิษจริง ทำไมหล่อนถึงไม่เป็นอะไร
ป้าหนิวรู้สึกหนาวสะท้านที่แผ่นหลัง รีบคว้ามือของเย่เสี่ยวจิ่นไว้ “คุณเย่ ลูกชายของฉันต้องถูกใครสักคนทำร้ายแน่ ๆ เขาไม่มีทางไปกินยาเบื่อหนูเองหรอก คนคนนั้นยังจะทำร้ายพวกคุณด้วย!”
เย่เสี่ยวจิ่นก็คิดเช่นเดียวกัน
มีคนตั้งใจทำร้ายลูกชายของป้าหนิว ทำให้เขาพูดชื่อตระกูลเย่ออกมาก่อนจะหมดสติ เหมือนตั้งใจจะโยนความผิดมาให้ตระกูลเย่
เมื่อครู่ที่หน้าฟาร์ม ทำไมชายโสดแก่คนนั้นที่มาก่อเรื่องถึงบังเอิญมาขัดแย้งกับตระกูลเย่พอดี
เย่เสี่ยวจิ่นปลอบป้าหนิวที่กำลังตื่นเต้น ตบมือเบา ๆ “ป้าหนิวอย่าตื่นเต้นไป ลองนึกดี ๆ สองสามวันนี้ลูกชายป้ามีพฤติกรรมอะไรผิดปกติไหม?”
“ผิดปกติ…” ป้าหนิวครุ่นคิด นึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาเป็นประกาย “เมื่อวาน! เมื่อวานลูกชายฉันบอกว่าเขารู้จักกับเจ้าหน้าที่รัฐคนหนึ่ง แถมยังเป็นเพื่อนสนิทกันด้วย!”
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
คนลงมือเป็นใครกันนะ ดูเหมือนจะลงมือฉลาด แต่ความจริงทิ้งช่องโหว่ไว้เยอะมาก
ไหหม่า(海馬)