ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 589 ของกินในฟาร์มทำให้คนตายหรือ?
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 589 ของกินในฟาร์มทำให้คนตายหรือ?
589 ของกินในฟาร์มทำให้คนตายหรือ?
………………..
บทที่ 589 ของกินในฟาร์มทำให้คนตายหรือ?
หลี่ชุ่ยชุ่ยยังคงมีความกระตือรือร้นเหมือนเดิม
เย่จื้อผิงทำหน้าเย็นชาใส่โจวเหวินรุ่ย ทำให้หลี่ชุ่ยชุ่ยยิ่งแสดงความกระตือรือร้นกับเขามากขึ้น
โจวเหวินรุ่ยรู้ว่าเย่จื้อผิงแค่เสียดายที่ต้องยกลูกสาวให้แต่งงาน จึงไม่ได้โกรธจริง ๆ
ระหว่างกินข้าว เขาพยายามเลือกพูดแต่คำที่ไพเราะเพื่อเอาใจเย่จื้อผิง
เย่จื้อผิงดื่มเหล้ามากไป พอเริ่มเปิดใจคุยก็ไม่ได้ทำหน้าเย็นชาอีกต่อไป แถมยังดึงตัวโจวเหวินรุ่ยมาคุยไม่หยุด
หลี่ชุ่ยชุ่ยพูดพลางหัวเราะว่า “ดูพ่อของเธอสิ ทุกครั้งก็แกล้งทำได้แค่ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นแหละ”
เย่เสี่ยวจิ่นอดหัวเราะไม่ได้พลางพูดว่า “เพิ่งได้ยินคำพูดดี ๆ ไม่กี่คำ พ่อก็ถูกโจวเหวินรุ่ยเอาใจจนอารมณ์ดีแล้ว”
แม่ลูกสบตากันแล้วยิ้ม พูดคุยกันเสียงเบา ๆ
ทั้งสองยังไม่ได้แต่งงานกัน โจวเหวินรุ่ยจึงพักอยู่ห้องแยกต่างหาก
“คุณนอนบนเตียงก่อน เดี๋ยวฉันจะไปเอาน้ำแกงแก้เมามาให้”
โชคดีที่เย่เสี่ยวจิ่นมีแรงมาก ถึงได้พยุงโจวเหวินรุ่ยไหว
เธอกำลังจะบอกให้โจวเหวินรุ่ยนอนลง แต่ไม่ทันได้พูด เขาก็คว้าข้อมือของเธอแล้วดึงให้ล้มลงบนเตียงไปด้วยกันจนเกิดเสียงดังพลั่ก
ศีรษะเย่เสี่ยวจิ่นกระแทกเข้ากับแผงอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขา
โจวเหวินรุ่ยกลับหัวเราะอย่างเซ่อ ๆ
เย่เสี่ยวจิ่นผลักเขาอย่างหงุดหงิดแล้วพยายามลุกขึ้น
โจวเหวินรุ่ยที่หลับตาอยู่ลืมตาขึ้น ขายาวแข็งแรงของเขากดทับขาของเย่เสี่ยวจิ่นไว้ พลิกตัวกดร่างเธอไว้ใต้ร่าง
ดวงตาที่ปกติใสกระจ่างตอนนี้ดูลึกลับ น้ำเสียงก็แหบพร่าเพราะดื่มเหล้า
“จิ่นเป่า แต่งงานกับผมนะ”
โจวเหวินรุ่ยจดจำคำพูดของเธอไว้จริง ๆ
ทุกครั้งที่พวกเขาเจอกัน เขาจะขอแต่งงานหนึ่งครั้ง
เย่เสี่ยวจิ่นมองเขาพลางยิ้ม ไม่ตอบ แต่พูดว่า “คุณดื่มมาเยอะขนาดนั้น ไม่เวียนหัวเหรอ? ปล่อยฉันเร็ว ๆ ฉันจะไปเอาน้ำแกงแก้เมามาให้”
โจวเหวินรุ่ยบ่นงึมงำอย่างไม่พอใจ ซุกหน้าลงบนอกนุ่มนิ่มของเย่เสี่ยวจิ่น พูดงึมงำว่า “ผมไม่ดื่ม”
“ผมจะกอดภรรยาไว้แบบนี้แหละ”
โจวเหวินรุ่ยที่ดื่มเหล้าเข้าไปกลายเป็นเด็กสามขวบไปแล้ว เย่เสี่ยวจิ่นกลั้นขำพลางตบศีรษะทุยของเขาเบา ๆ
“พ่อแม่ยังรออยู่ที่ห้องรับแขกนะ”
“ถ้าฉันไม่ออกไปสักที พ่อคงจะถือไม้พายเข้ามาตามฉันแล้วล่ะ”
โจวเหวินรุ่ยเงยหน้าขึ้นมาด้วยสายตาเลื่อนลอย เหมือนหมาตัวใหญ่ที่อ้อนขอความรัก “งั้นจูบผมหน่อย”
เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกว่าหัวใจกำลังจะละลาย จึงจูบลงบนริมฝีปากแดงระเรื่อของเขาเบา ๆ
เด็กสามขวบยื่นแก้มมาให้อีก “แก้มด้วย”
“ได้ ๆๆ” เย่เสี่ยวจิ่นประคองใบหน้าเขาแล้วจูบรอบหนึ่ง ถึงได้ปลอบเด็กสามขวบที่เมาให้สงบลงได้
เธอห่มผ้านวมให้เขาก่อนจะออกจากห้องไป
เย่เสี่ยวจิ่นหน้าร้อนวูบ “แม่ ทำไมยังล้อหนูอีกล่ะ”
หลี่ชุ่ยชุ่ยมองเธอพลางหัวเราะคิกคัก
เย่เสี่ยวจิ่นเอามือปิดปาก พูดเสียงอู้อี้ว่า “พ่อล่ะคะ?”
“พ่อของเธอก็ดื่มมากเหมือนกัน แม่พาเขาไปนอนในห้องแล้ว”
“จิ่นเป่ามานี่ มานั่งข้างแม่”
เย่เสี่ยวจิ่นเดินไปตามที่บอก
“จิ่นเป่า ลูกกับเหวินรุ่ยวางแผนกันยังไงบ้าง เหวินรุ่ยก็ไม่ใช่เด็กแล้ว พ่อแม่เขาก็คงอยากให้แต่งงานเร็ว ๆ”
“ดูสิ ปีหน้าลูกก็จะ 23 แล้วนะ”
“โจวเหวินรุ่ยก็จะ 30 แล้วนะ!”
เย่เสี่ยวจิ่นกระตุกมุมปาก ความจริงไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก
แต่เรื่องนี้ก็จัดการได้แล้วจริง ๆ
“แม่คะ แม่รีบร้อนจะยกฉันให้คนอื่นขนาดนั้นเลยเหรอ” เย่เสี่ยวจิ่นทำหน้าบึ้งอย่างไม่พอใจ
หลี่ชุ่ยชุ่ยพูดว่า “แม่ไม่ได้รีบร้อนหรอก แม่อยากให้ลูกอยู่กับแม่ไปตลอดชีวิตด้วยซ้ำ”
“แต่ลูกโตแล้ว ควรมีชีวิตครอบครัวของตัวเอง ไม่ใช่วนเวียนอยู่กับพ่อแม่อย่างเดียว”
“อีกอย่างลูกกับเหวินรุ่ยก็สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก แม่วางใจที่จะยกลูกให้เขา”
เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกซาบซึ้งใจ เธอวิ่งเข้าไปกอดหลี่ชุ่ยชุ่ย
ช่วงนี้โจวเหวินรุ่ยอาศัยอยู่ที่บ้านตระกูลเย่ ปกติก็ไปช่วยงานที่ฟาร์มซีเล่อพร้อมกับเย่เสี่ยวจิ่น
สองสามวันผ่านไปอย่างสงบสุข
วันนี้ ขณะที่เย่เสี่ยวจิ่นและคนอื่น ๆ กำลังกินข้าวกลางวัน
คนงานในฟาร์มรีบร้อนมาหาถึงที่
เย่เสี่ยวจิ่นเดินออกไปดู เป็นเกาเหลียงผิง หัวหน้าสายการผลิตในโรงงาน
เกาเหลียงผิงเป็นคนฉลาด ทำงานคล่องแคล่ว และยังมีการศึกษา เย่เสี่ยวจิ่นเห็นว่าเขาดูไม่เลว จึงให้เป็นหัวหน้าชั่วคราว ดูแลคนงานในโรงงานทั้งหมด
“ใจเย็น ๆ เกิดอะไรขึ้น?” เย่เสี่ยวจิ่นรินน้ำให้เขาหนึ่งแก้ว
เกาเหลียงผิงดื่มน้ำรวดเดียวหมด หายใจหอบแล้วพูด “ผมกับคนงานกำลังทำงานในโรงงานดี ๆ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงอื้ออึงจากข้างนอก มีคนกลุ่มหนึ่งมาประท้วงที่หน้าฟาร์ม บอกว่ากินของจากฟาร์มเราแล้วคนตาย…”
หลี่ชุ่ยชุ่ยและเย่จื้อผิงที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ต่างมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
สีหน้าของเย่เสี่ยวจิ่นเคร่งขรึมลง “คนไข้อยู่ไหน?”
เกาเหลียงผิงรีบตอบ “มีคนหามมาวางไว้ที่หน้าฟาร์มของเรา ผมเห็นแวบ ๆ ยังไม่ตาย แต่ดูท่าทางใกล้ตายแล้ว”
สีหน้าของหลี่ชุ่ยชุ่ยซีดขาวทันที “เป็นไปไม่ได้ ของในฟาร์มเราจะทำให้คนตายได้ยังไง พวกเราก็กินเองด้วย ไม่เห็นเป็นอะไร ฉันยังรู้สึกว่าสุขภาพดีขึ้นด้วยซ้ำ…”
“แม่คะ ของในฟาร์มเราไม่มีปัญหาแน่นอน” เย่เสี่ยวจิ่นพูดอย่างมั่นใจ
โจวเหวินรุ่ยพูดว่า “ป้าหลี่ อย่าเพิ่งตกใจไปครับ พวกเราไปดูที่ฟาร์มกันก่อน”
หน้าประตูฟาร์มถูกล้อมด้วยคนก่อเรื่องและคนมุงดูจนแน่นขนัด
คนงานในชุดยูนิฟอร์มถูกกลุ่มคนชี้หน้าด่าอยู่หลังประตู
“ตระกูลเย่มีแต่คนใจดำทั้งนั้น! พวกแกก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน ช่วยทำของมีพิษ ไม่กลัวฟ้าผ่าบ้างหรือไง!”
“ของจากฟาร์มตระกูลเย่กินไม่ได้! ลูกชายฉันกินเข้าไปตอนนี้เหลือลมหายใจแค่เฮือกเดียว น่าสงสารจริง ๆ ฉันอุตส่าห์เลี้ยงลูกมาจนโต ยังไม่ทันได้แต่งงานมีลูก จะต้องมาเป็นคนผมขาวส่งคนผมดำแล้ว!”
หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งร้องไห้พลางตะโกนด่า คนรอบข้างก็พลอยด่าตาม บางคนเก็บก้อนหินขว้างใส่คนงานข้างใน
คนงานพยายามหลบ แต่บางคนก็ยังโดนหินกระแทก
ทั้งสองฝ่ายเริ่มด่ากันไปมา
เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที
ถ้าปล่อยให้พวกเขาก่อเรื่องแบบนี้ต่อไป วันนี้เรื่องนี้ต้องไปถึงสถานีตำรวจแน่
เย่เสี่ยวจิ่นหยิบโทรโข่งออกมาจากรถ “หยุดกันทั้งหมดเดี๋ยวนี้!”
หญิงวัยกลางคนที่ร้องไห้จนหน้าเปื้อนน้ำตาเห็นเย่เสี่ยวจิ่นเข้า ดวงตาก็เผยแววเกลียดชัง “ก็เพราะเธอนี่แหละ! เธอนี่แหละที่ทำร้ายลูกชายฉัน!”
เย่เสี่ยวจิ่นขมวดคิ้ว “ป้าใจเย็น ๆก่อน”
“ทำไมป้าถึงบอกว่าฉันทำร้ายลูกชายของป้า”
หญิงวัยกลางคนถ่มน้ำลาย “ลูกชายฉันกินของจากฟาร์มของพวกเธอ ถึงได้เป็นแบบนี้ ถ้าไม่ใช่ฝีมือเธอแล้วจะเป็นใครล่ะ!”
“กินของจากฟาร์มของฉันเหรอ?” เย่เสี่ยวจิ่นมองชายหน้าซีดที่นอนอยู่บนเปลหาม แล้วขมวดคิ้วถาม “เขากินอะไรเข้าไปแน่?”
หญิงวัยกลางคนชะงัก ดวงตากลอกไปมา “ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ฉันไม่ได้คอยจับตาดูเขาตลอดเวลานี่!”
เย่เสี่ยวจิ่นเห็นสายตาของหล่อนเมื่อครู่ ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
หญิงผู้นั้นพูดเสียงดัง “ก่อนที่ลูกชายฉันจะหมดสติ เขาจับมือฉันแล้วบอกว่ากินของจากฟาร์มตระกูลเย่”
“ฉันไม่มีความแค้นเคืองอะไรกับตระกูลเย่ ฉันไม่มีทางพูดใส่ร้ายพวกเขาแน่นอน”
“ถ้าไม่ใช่เพราะลูกชายของฉันพูดแบบนี้ก่อนจะหมดสติ ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าของของตระกูลเย่จะมีปัญหา!”
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
เป็นใครจ้างคนมาสร้างปัญหาล่ะเนี่ย บ้านใหญ่? บ้านรอง? หรือว่าสองคนเลวในหมู่บ้านนั่น?
ไหหม่า(海馬)
………………..