ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 588 โรงงานเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการ
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 588 โรงงานเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการ
บทที่ 588 โรงงานเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการ
………………..
บทที่ 588 โรงงานเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการ
สามีภรรยาทั้งสองดีใจจนตัวลอย
พวกเขาอดไม่ได้ที่จะคุยกันตั้งแต่หน้าประตูฟาร์มซีเล่อ
พูดไปได้ครึ่งทาง หลี่ชุ่ยชุ่ยก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหยิกที่ตัวเย่จื้อผิงหนึ่งที ลดเสียงลงพูดว่า “จื้อผิง อย่าพูดต่อเลย มีคำกล่าวว่าอย่าอวดความมั่งมี พวกเราไม่ควรพูดเรื่องพวกนี้ข้างนอก”
เย่จื้อผิงชะงักไปครู่หนึ่ง พอรู้ตัวก็รีบหุบปากทันที
ทั้งสองเดินเคียงข้างกันเข้าไปในฟาร์ม โดยไม่ทันสังเกตเห็นว่าที่มุมกำแพงเตี้ย ๆ ไม่ไกลนัก มีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองอยู่…
เย่เสี่ยวจิ่นเลือกฤกษ์งามยามดีเพื่อเปิดโรงงานอย่างเป็นทางการ!
เสียงประทัดสีแดงดังสนั่นตลอดครึ่งวัน ทำให้ผู้คนในอำเภอต่างรู้ว่าฟาร์มซีเล่อมีเรื่องใหม่ ๆ อีกแล้ว
โรงงานรับคนงานเพิ่มอีกรอบ แม้จะมีเครื่องจักรอัตโนมัติทั้งหมด แต่บางจุดก็ยังต้องมีคนคอยดูแล ดังนั้นคนงานจึงเป็นสิ่งจำเป็น
เย่เสี่ยวจิ่นไปรับสมัครคนที่ตลาดแรงงาน โดยกำหนดระยะเวลาทดลองงานครึ่งเดือน
เธอหาวหวอดใหญ่ แล้วพิงศีรษะซบลงบนไหล่ของหลี่ชุ่ยชุ่ยที่อยู่ข้าง ๆ
ทำให้หลี่ชุ่ยชุ่ยรู้สึกเป็นห่วงมาก
“จิ่นเป่า ถ้าเหนื่อยก็กลับบ้านไปพักเถอะ แม่จะช่วยดูแลฟาร์มตรงนี้ให้เอง”
เย่เสี่ยวจิ่นหลับตาพลางส่งเสียงรับคำอืม ๆ เปลี่ยนท่าอยู่พักใหญ่ กว่าจะยืนตรงได้แล้วฝืนตัวเองกลับบ้าน
“ต้องให้หลานฮวาทำอาหารดี ๆ ให้จิ่นเป่ากินบำรุงร่างกายหน่อยแล้ว เด็กคนนี้พอยุ่งขึ้นมาก็ไม่สนใจเรื่องกินเรื่องดื่มเลย” หลี่ชุ่ยชุ่ยพูดด้วยสีหน้าเป็นห่วง
เย่จื้อผิงกวาดตามองรอบ ๆ มองหาว่าตรงไหนต้องการให้เขาช่วยงาน “เราต้องช่วยกันแบ่งเบางานของลูกสาวกันหน่อย”
หลี่ชุ่ยชุ่ยพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ ๆ”
ไม่อยากให้ลูกสาวเหนื่อยจนป่วย
สามีภรรยาทั้งสองเริ่มช่วยกันทำงานในฟาร์ม
เย่เสี่ยวจิ่นกลับถึงบ้านแล้วทิ้งตัวลงนอนทันที นอนลงบนผ้านวมแล้วหลับสนิทโดยไม่ได้ถอดเสื้อผ้ารองเท้า
เขาอยากทำเซอร์ไพรส์ให้เย่เสี่ยวจิ่นจึงตั้งใจไม่บอกเธอ แอบกลับมาที่อำเภอเชียนอิน
ถือของขวัญมาเต็มมือมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่
เสิงหลานฮวาที่กำลังทำความสะอาดลานบ้านด้านหน้า เห็นโจวเหวินรุ่ยในทันที
ดวงตาของหล่อนเป็นประกายวาบขึ้น
“เหวินรุ่ย มาได้ยังไงเนี่ย?” เฉินหลานฮวาทำงานเป็นแม่บ้านให้ตระกูลเย่มาหลายปี จึงสนิทสนมกับทุกคนราวกับเป็นครอบครัวเดียวกัน
โจวเหวินรุ่ยปฏิบัติดีกับทุกคนในบ้านตระกูลเย่ ทุกครั้งที่มาเยี่ยมก็จะเตรียมของขวัญมาให้ทุกคน
เสิงหลานฮวาก็ได้รับของขวัญทุกครั้งเช่นกัน
โจวเหวินรุ่ยยิ้มทักทาย “ผมได้วันหยุดยาว เลยกลับมาเยี่ยมจิ่นเป่าน่ะครับ”
พูดพลางยื่นของขวัญในมือให้เสิงหลานฮวา
เสิงหลานฮวารู้ว่าปฏิเสธไม่ได้ จึงรับของขวัญด้วยความยินดี “รีบเข้ามาข้างในก่อนนะ ดื่มน้ำสักหน่อย”
หล่อนช่วยถือถุงให้หลายใบ พลางเดินเข้าบ้านไปพร้อมกับพูดว่า “พ่อแม่ของจิ่นเป่าไปช่วยงานที่ฟาร์ม คนอื่น ๆ ก็ไม่อยู่บ้าน มีแค่ฉันกับจิ่นเป่าอยู่ที่นี่”
“ช่วงนี้จิ่นเป่าเหนื่อยมาก พอจุดประทัดที่ฟาร์มเสร็จก็รีบกลับมานอนเลย”
“จิ่นเป่าไม่ชอบให้พวกเราเข้าไปตอนที่หล่อนนอนหลับ แต่ช่วงนี้อากาศเย็นลง เดี๋ยวลองเข้าไปดูหน่อยนะคะว่าจิ่นเป่าห่มผ้านวมดีหรือเปล่า”
พอได้ยินแบบนั้น โจวเหวินรุ่ยก็ร้อนใจขึ้นมา
เขาวางของลงทันทีแล้วรีบวิ่งไปที่ห้องนอนของเย่เสี่ยวจิ่นโดยไม่สนใจแม้แต่จะดื่มน้ำ
เสิงหลานฮวาถือแก้วน้ำเดินตามมาเรียก “เหวินรุ่ย ดื่มน้ำก่อนแล้วค่อยไปสิ”
“ไม่ล่ะครับป้าหลาน ผมจะรีบไปดูจิ่นเป่า”
เสิงหลานฮวายิ้มแล้ววางแก้วน้ำลง
เด็กสองคนนี้รักกันดีจริง ๆ
ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมง แสงแดดด้านนอกส่องเข้ามาทางหน้าต่างพอดี
โจวเหวินรุ่ยเปิดประตูเข้าไป เห็นร่างที่นอนอยู่บนเตียงถูกแสงอาทิตย์อาบไล้
เย่เสี่ยวจิ่นหลับลึก ไม่รู้เลยว่ามีคนเพิ่มเข้ามาในห้อง
ระบบเปิดโหมดส่วนตัวอย่างเงียบ ๆ เมื่อพบโจวเหวินรุ่ย
โจวเหวินรุ่ยค่อย ๆ เดินไปที่ข้างเตียง นั่งยอง ๆ จ้องมองเย่เสี่ยวจิ่นอยู่นาน ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบผ้าห่มจากตู้
ใกล้เข้าฤดูหนาวแล้ว นอนแบบนี้นาน ๆ ต้องเป็นหวัดแน่ ๆ
เย่เสี่ยวจิ่นมีรอยคล้ำใต้ตา โจวเหวินรุ่ยเห็นแล้วรู้สึกเจ็บปวดใจ เขาไม่อยากปลุกเธอ จึงนั่งลงข้าง ๆ จ้องมองเธออย่างไม่วางตา
ราวกับจะชดเชยความคิดถึงที่สะสมมานาน
ประมาณห้าโมงกว่า เย่เสี่ยวจิ่นส่งเสียงครางเบา ๆ ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ และพบว่ามีผ้าห่มคลุมอยู่บนตัวเธอ
คงเป็นป้าหลานที่เข้ามาห่มให้เธอแน่ ๆ
เย่เสี่ยวจิ่นลุกขึ้นนั่ง มองแสงอาทิตย์ยามเย็นพลางยืดตัวบิดขี้เกียจ
เธอหันหลังให้โจวเหวินรุ่ย จึงยังไม่ทันสังเกตเห็นเขา
เย่เสี่ยวจิ่นชะงักไป
“จิ่นเป่า ผมคิดถึงคุณมากเลย”
เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง เย่เสี่ยวจิ่นหันกลับไปด้วยความดีใจ
ยังไม่ทันได้พูดอะไร โจวเหวินรุ่ยที่อดทนมาทั้งบ่ายก็ไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป
เขาปิดปากเธอด้วยจูบทันที
มือของเขากอบกุมเอวบางของเย่เสี่ยวจิ่น ร่างทั้งสองแนบชิดกันไม่เว้นช่องว่าง บรรยากาศร้อนแรงและกึ่งลึกลับแผ่ซ่านไปทั่วห้อง
“อื้ม—”
ในช่วงเวลาที่มีโอกาส เย่เสี่ยวจิ่นพูดออกมาอย่างยากลำบาก “ทำไมคุณถึงกลับมาล่ะ?”
“ทำไมไม่บอกฉันสักคำว่าคุณจะกลับมา…”
โจวเหวินรุ่ยแค่นเสียงอย่างไม่พอใจ “เดี๋ยวค่อยคุยกัน จิ่นเป่าตั้งใจหน่อย”
เสียงครางเบา ๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของหญิงสาว ปลายเท้าขาวนวลที่เผยออกมากลางอากาศจิกงอราวกับทรมาน…
เสิงหลานฮวาก็นั่งอยู่ข้าง ๆ คอยมองไปทางห้องของเย่เสี่ยวจิ่นบ่อย ๆ
เย่จื้อผิงยกแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นมา กำแน่นแล้วอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “อาหารทำเสร็จหมดแล้ว ถ้าไม่กินตอนนี้มันจะเย็นหมด หลานฮวา ไปเรียกจิ่นเป่าลงมากินข้าวหน่อย”
เสิงหลานฮวาไม่อยากไป
โจวเหวินรุ่ยกับเย่เสี่ยวจิ่นไม่ได้เจอกันมานานแค่ไหนแล้ว พอสองคนนี้เจอกันก็ต้อง…อะไรกันแน่นอน ถ้าหล่อนขึ้นไปก็จะเป็นการไปขัดจังหวะพวกเขาน่ะสิ
หลี่ชุ่ยชุ่ยมองไปที่เย่จื้อผิงอย่างตำหนิ “เขาว่าพ่อตามองลูกเขย ยิ่งมองยิ่งหมั่นไส้ คงหมายถึงคุณนี่แหละ”
เย่จื้อผิงแค่นเสียงเย็นชา
ลูกสาวที่เลี้ยงมายี่สิบกว่าปีกลายเป็นคนของบ้านอื่นในพริบตา จะให้เขารู้สึกดีได้อย่างไร
“เด็กสองคนนี้ไม่ค่อยได้เจอกัน คุณอย่าเพิ่งใจร้อน” หลี่ชุ่ยชุ่ยนั่งลงข้าง ๆ เย่จื้อผิง “รออีกสักพักเถอะ”
หลี่ชุ่ยชุ่ยยังคงวางใจในตัวลูกสาวของเธอ ถึงจะสนิทสนมกันแค่ไหน เด็กทั้งสองคนก็รู้จักขอบเขตของตัวเอง
ไม่นานหลังจากนั้น เย่เสี่ยวจิ่นกับโจวเหวินรุ่ยก็เดินจูงมือกันออกมา
สีหน้าของเย่จื้อผิงดีขึ้นมาก เขาลูบหัวลูกสาวแล้วพูดว่า “ไม่เหนื่อยหรอก แต่ลูกสิ ช่วงนี้ผอมลงไปตั้งเยอะ รีบ ๆ หน่อย ป้าหลานทำอาหารไว้เยอะแยะ คืนนี้กินเยอะ ๆ หน่อยนะ”
“ค่ะ!” เย่เสี่ยวจิ่นพยักหน้า แล้วส่งสายตาให้โจวเหวินรุ่ย
โจวเหวินรุ่ยรีบพูดขึ้นว่า “ลุงครับ ผมเอาชาที่ลุงชอบดื่มมาฝากด้วยครับ”
เย่จื้อผิงเพิ่งจะมองเขาเป็นครั้งแรก พยักหน้าแล้วพูดว่า “นายก็มากินข้าวเย็นด้วยกันสิ”
เย่เสี่ยวจิ่นถอนหายใจอย่างโล่งอก
สองปีมานี้ พ่อของเธอดูไม่ค่อยชอบหน้าโจวเหวินรุ่ยเท่าใด
เห็นหน้าเขาทีไรก็ทำหน้าไม่พอใจทุกที
เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกลำพองอยู่ในใจ ถ้าโจวเหวินรุ่ยอยากแต่งงานกับเธอ ก็ต้องเอาใจพ่อของเธอให้ได้ก่อน
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
คนเป็นพ่ออะนะ ย่อมจะหวงลูกสาวเป็นธรรมดา เลี้ยงลูกสาวคนนี้มาตั้งยี่สิบปี
ไหหม่า(海馬)
………………..