ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 586 ขอแต่งงาน
บทที่ 586 ขอแต่งงาน
………………..
บทที่ 586 ขอแต่งงาน
การตกแต่งห้องเป็นสิ่งที่เย่เสี่ยวจิ่นคุ้นเคย
แต่ก็มีบางส่วนที่เธอไม่คุ้นเคย
โต๊ะกลางในห้องนั่งเล่นถูกปูด้วยดอกไม้สด รอบ ๆ มีเทียนจุดเรียงเป็นวงกลม
ข้างโต๊ะกลาง ยังมีเทียนที่จัดวางเป็นตัวอักษรว่า “แต่งงานกับผมนะ”
ชาติที่แล้ว ทุกครั้งที่เย่เสี่ยวจิ่นเห็นคนใช้วิธีแบบนี้ในการสารภาพรัก เธอมักจะบ่นว่ามันช่างเชยสะบัด
แต่ในตอนนี้
เธอกลับไม่รู้สึกว่ามันล้าสมัยเลยแม้แต่น้อย กระแสความอบอุ่นค่อย ๆ ไหลออกมาจากหัวใจ ทำให้ทั่วร่างกายอบอุ่นไปหมด
โจวเหวินรุ่ยวางถุงใหญ่น้อยไว้ตรงทางเข้า มือที่ว่างโอบกอดเธอเบา ๆ
เขาวางคางบนไหล่ของเธอ
“จิ่นเป่า คุณชอบไหม?”
เขาถามอย่างระมัดระวัง
เย่เสี่ยวจิ่นหันหน้าไป แล้วจูบที่แก้มของโจวเหวินรุ่ยอย่างง่ายดาย
เธอยิ้มตาหยี “ชอบจัง!”
โจวเหวินรุ่ยถอนหายใจอย่างโล่งอก
ความตึงเครียดผ่อนคลายลง เขาถามด้วยความคาดหวัง “งั้นคุณจะยอมแต่งงานกับผมไหม?”
“จิ่นเป่า ผมเพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นาน มักจะต้องทำงานล่วงเวลาบ่อย ๆ หลายครั้งอาจจะดูแลคุณได้ไม่ทั่วถึง แต่ผมสัญญาว่า เมื่อไหร่ที่ผมมีเวลาว่าง ผมจะอยู่เคียงข้างดูแลคุณเสมอ”
“ผมจะไม่ให้คุณต้องลำบากใจแม้แต่น้อย หลังแต่งงานแล้วคุณอยากทำอะไรก็ทำได้เหมือนตอนอยู่ที่บ้านตระกูลเย่”
พูดจบ เขาก็รอคำตอบจากเย่เสี่ยวจิ่นด้วยความคาดหวัง
เย่เสี่ยวจิ่นขยับออกจากอ้อมกอดของโจวเหวินรุ่ย กะพริบตาอย่างซุกซน “ถ้าฉันไม่ตอบตกลงล่ะ?”
เย่เสี่ยวจิ่นหลุดขำพรืด
“งั้นฉันจะรอดู”
โจวเหวินรุ่ยมีวันหยุดสองวัน ในสองวันนี้เขาพาเย่เสี่ยวจิ่นเที่ยวรอบปักกิ่ง
สองวันต่อมา ทั้งสองคนจากลากันที่สถานีรถไฟอย่างอาลัยอาวรณ์
กลับมาถึงอำเภอเชียนอิน เย่เสี่ยวจิ่นก็เริ่มยุ่งวุ่นวายอีกครั้ง
ฟาร์มทางตอนเหนือของอำเภอกำลังเตรียมการอย่างเร่งรีบ ทำให้รายละเอียดหลายอย่างยังไม่สมบูรณ์
อันดับแรกคือฟาร์มจำเป็นต้องมีชื่อ
ขณะอยู่ในห้องนั่งเล่น เย่เสี่ยวจิ่นเขียนชื่อไว้หลายชื่อ ให้ทุกคนช่วยกันเลือก
เย่จื้อผิงถือกระดาษแผ่นหนึ่งพลางพูดว่า “พ่อว่าชื่อนี้ดีนะ ฟาร์มเฉิงไท่(มั่งคั่งยิ่งใหญ่) ฟังแล้วเป็นมงคลดี”
หลี่ชุ่ยชุ่ยพูดว่า “แม่ว่าฟาร์มซีเล่อ(สุขสดใส)ดีกว่า ชื่อนี้ฟังดูมีความสุขดี”
เย่เสี่ยวจิ่นยังจ้างคนออกแบบโลโก้ฟาร์มซีเล่อ โลโก้ต้องเรียบง่ายแต่ดูดี สุดท้ายออกแบบมาเป็นการ์ตูนตัวเล็ก ๆ ที่มีรอยยิ้มสดใส และตัวอักษรคำว่าซีเล่อก็โดดเด่นมาก
เย่เสี่ยวจิ่นไปตลาดไม้เพื่อหาไม้คุณภาพดี แล้วจ้างช่างไม้แกะสลักโลโก้ไว้ที่มุมบนซ้าย ตรงกลางแกะสลักตัวอักษรใหญ่สี่ตัว “ฟาร์มซีเล่อ”
“พี่รอง” เธอพูดกับเย่ฉางอัน “พรุ่งนี้พี่ต้องไปที่เมืองท่าใช่ไหม ช่วยซื้อของกลับมาให้หน่อย”
ไม้ที่โดนแดดลมนาน ๆ จะผุกร่อนได้ง่าย เย่เสี่ยวจิ่นคิดแล้วจึงให้เย่ฉางอันไปซื้อสีกันผุนำเข้าจากเมืองท่ามาทา
ครึ่งเดือนต่อมา ป้ายร้านฟาร์มซีเล่อก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ป้ายทำจากไม้ทั้งแผ่น ทั้งใหญ่และหนัก
เย่เสี่ยวจิ่นทาสีน้ำตาล แล้วเคลือบด้วยแลคเกอร์เงางาม มองจากระยะไกลเห็นเป็นประกายวับวาว โดดเด่นเป็นพิเศษ
การติดตั้งป้ายต้องจ้างคนงานหลายคนช่วยกัน จึงสามารถยกป้ายที่หนักอึ้งขึ้นไปติดได้
ตอนเย็น เย่เสี่ยวจิ่นเลี้ยงอาหารคนงานที่ร้านอาหารจวี้ฝู และครอบครัวก็มาร่วมฉลองด้วยกัน
หลังจากจัดการเรื่องฟาร์มเสร็จ เย่เสี่ยวจิ่นก็วางแผนจะเปิดร้านผลไม้
การเปิดร้านผลไม้เป็นความฝันของเธอมาตลอด!
เย่เสี่ยวจิ่นต้องการทำให้ซีเล่อเป็นแบรนด์ผลไม้ระดับไฮเอนด์ ผลิตและจำหน่ายเอง โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงและการส่งออก
ปลายปี เย่เสี่ยวจิ่นใช้เงินในสมุดบัญชีทั้งหมดไปกับการตกแต่งร้านผลไม้
ในเมืองหวายฮว่ามีห้างสรรพสินค้าใหม่ผุดขึ้น แค่ค่าเช่าปีเดียวก็เป็นแสนหยวน
การออกแบบภายในร้านทั้งหมดเป็นฝีมือของเย่เสี่ยวจิ่นเอง ตกแต่งเสร็จไปครึ่งหนึ่งในช่วงปีใหม่
พอถึงปลายเดือนมกราคม การตกแต่งก็เสร็จสมบูรณ์
ร้านที่ตกแต่งใหม่ควรเปิดให้อากาศถ่ายเทสักระยะ เย่เสี่ยวจิ่นจึงถือโอกาสช่วงว่างนี้เดินทางไปชนบท
ฟาร์มในหมู่บ้านชงเถียนได้ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และปลูกผลไม้ตามฤดูกาล
ฤดูใบไม้ผลิมีสตรอว์เบอร์รี ท้อ แอปริคอต ไหน ฝรั่ง สับปะรด เชอร์รี่ มะม่วง และอื่น ๆ
ฤดูใบไม้ร่วงมีส้ม ลำไย ทับทิม พลับจีน ซานจา และอื่น ๆ
ฤดูหนาวมีมังคุด อ้อย และอื่น ๆ
เนื่องจากในฟาร์มมีระบบควบคุมอุณหภูมิ ประกอบกับต้นกล้าที่ผลิตจากระบบล้วนเป็นต้นกล้าคุณภาพดี จึงปลูกผลไม้ได้เกือบทุกชนิด
และยังสามารถปลูกผักและผลไม้นอกฤดูกาลได้อีกด้วย
ต้นเดือนมีนาคมอากาศยังคงหนาวเย็นอยู่บ้าง แต่ในฟาร์มยังมีผลไม้สดติดอยู่บนต้นอีกไม่น้อย
อย่างเช่น มังคุด ส้ม และอ้อยก็ยังมีอยู่
ฤดูร้อนเป็นช่วงที่ผลไม้ออกสู่ตลาดมาก ทำให้ราคาต่ำ เย่เสี่ยวจิ่นจึงเตรียมการไว้ล่วงหน้า กำหนดให้ผลไม้ในฟาร์มเก็บเกี่ยวรอบแรกได้ประมาณปลายเดือนเมษายน
พอดีกับช่วงเปิดร้านผลไม้ซีเล่อ
ตระกูลเย่เปิดร้านค้าหลายร้านในคราวเดียว ทำให้หลายคนต้องอิจฉาตาร้อน
แต่เมื่อมีตัวอย่างจุดจบของครอบครัวเย่จื้อเฉียงและเย่ไฉกุ้ยอยู่ตรงหน้า คนที่อิจฉาก็ไม่กล้าทำอะไรลับหลัง
“ตระกูลเย่มีความสามารถถึงทำเงินได้ แกมีความสามารถแค่พูดจาอิจฉา ทำไมไม่ลองเปิดร้านเองดูล่ะ!”
“ใช่แล้ว คนเรานี่ควรรู้จักพอใจในสิ่งที่มี”
“ธุรกิจของตระกูลเย่เฟื่องฟู พวกเราก็ได้มีชีวิตที่ดีขึ้นไม่ใช่หรือ?”
“ใช่ ๆ พอตระกูลเย่เปิดร้านผลไม้ พวกเราก็มีงานทำทุกเดือน ทั้งเก็บผลไม้ ขนของ งานเยอะแยะเลย!”
“คนตระกูลเย่ก็ใจดี นึกถึงว่าพวกเราเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน ให้ค่าแรงพวกเรามากกว่าที่อื่นตั้งสิบกว่าหยวนเชียวนะ!”
ผลไม้เน่าเสียได้ง่าย
ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในขั้นตอนการเก็บเกี่ยว
ในด้านหนึ่ง เย่เสี่ยวจิ่นอยากให้ทุกคนทำงานอย่างจริงจัง หากให้ค่าแรงสูง คนงานก็จะทำงานด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด
อีกด้านหนึ่ง ก็ถือเป็นการช่วยเหลือคนในหมู่บ้านด้วย
พวกเขาไม่สามารถเฝ้าสวนผลไม้ในหมู่บ้านได้ตลอดเวลา จึงขอให้ชาวบ้านช่วยดูแล เพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกหมู่บ้านที่อิจฉาเข้ามาก่อความเสียหาย
แม้เย่เสี่ยวจิ่นจะทำมาตรการป้องกันการโจรกรรมไว้มากมาย แต่ถ้าคนมีใจคิดจะขโมย พวกเขาก็จะหาทุกวิธีทางที่จะทำได้
ช่วงต้นปีนี้ มีชายโสดคนหนึ่งที่ไม่กลัวตาย ปีนกำแพงฟาร์มเข้ามา แม้ร่างกายจะถูกเศษแก้วบนกำแพงทิ่มเป็นรูหลายแห่ง แต่ก็ยังไม่ยอมเลิกล้ม
เขาฝืนทนความเจ็บปวดเข้าไปขโมยผลไม้ในสวนผลไม้และเกือบทำร้ายแม่ลูกตระกูลหลิน
โชคดีที่มีชาวบ้านที่เดินผ่านมาเห็นเข้า จึงช่วยกันจับตัวเขาไว้ได้ ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
หลังจากเหตุการณ์นี้ เย่เสี่ยวจิ่นจึงขึ้นค่าแรงให้
ชาวหมู่บ้านชงเถียนทำงานอย่างตั้งใจมากขึ้น ทุกคนต่างชมว่าตระกูลเย่ใจดี
ปลายเดือนเมษายน ร้านผลไม้ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอแค่นำผลไม้มาวางขายเท่านั้น
เย่เสี่ยวจิ่นสะพายตะกร้า สวมหมวกสาน ออกไปควบคุมงานที่ฟาร์มแต่เช้าตรู่!
คนงานที่จ้างมาล้วนเป็นชาวหมู่บ้านชงเถียน พวกที่ชอบขี้เกียจทำงานล้วนถูกเย่เสี่ยวจิ่นขึ้นบัญชีดำถาวรไปแล้ว ที่เหลืออยู่ล้วนเป็นคนขยัน ว่องไว และซื่อสัตย์
เย่เสี่ยวจิ่นมักจะให้พวกเขาเก็บผลไม้กลับบ้านไปกินเป็นครั้งคราวหลังเลิกงาน
ทุกคนจึงยิ่งทำงานอย่างทุ่มเท
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
เห็นท่าทางหงิมๆ แบบนั้นนี่โรแมนติกไม่เบาเลยนะหมอโจว
มีระบบปลูกล้ำขนาดนั้นนี่ ผลไม้จากประเทศทางใต้จะสู้ได้ไหมเนี่ย
ไหหม่า(海馬)
………………..