ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 577 ไม่เรียนคณิตศาสตร์แล้ว
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 577 ไม่เรียนคณิตศาสตร์แล้ว
บทที่ 577 ไม่เรียนคณิตศาสตร์แล้ว
………………..
บทที่ 577 ไม่เรียนคณิตศาสตร์แล้ว
“เย่เสี่ยวจิ่นนี่เป็นใครกันแน่ ทำไมถึงได้มีชื่อร่วมอยู่ในงานวิจัยเดียวกับศาสตราจารย์เสิงได้?!”
ในงานวิจัยทางวิชาการหนึ่งเรื่องสามารถมีผู้เขียนคนที่หนึ่ง สอง และสาม
ลำดับของผู้เขียนในงานวิจัยเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงระดับการมีส่วนร่วมของผู้เขียนแต่ละคน
และในครั้งนี้ งานวิจัยที่เพิ่งเผยแพร่ออกมา คนที่ชื่อเย่เสี่ยวจิ่นกลับเป็นผู้เขียนคนแรก!
ส่วนเสิงซิ่งเสียนกลับเป็นผู้เขียนคนที่สอง!
งานวิจัยที่เสิงซิ่งเสียนยอมร่วมด้วยไม่มีทางเป็นงานธรรมดา งานชิ้นนี้ได้พิสูจน์โจทย์ปัญหายากที่วงการคณิตศาสตร์พยายามแก้มาโดยตลอด
พอบทความวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์ ทั้งเมืองหลวงปักกิ่งก็เดือดขึ้นมาทันที
พอสืบถามไปก็พบว่าเย่เสี่ยวจิ่นคนนี้เป็นแค่นักเรียนที่เข้าเรียนก่อนกำหนด ยังไม่ทันได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ ทำให้คนในปักกิ่งหลายคนเริ่มคึกคักขึ้นมา
ช่วงนี้มหาวิทยาลัยปักกิ่งคึกคักมาก มักจะเห็นคนจากมหาวิทยาลัยอื่นมาตามหาคนอยู่เสมอ
เย่เสี่ยวจิ่นไม่คิดว่าตัวเองจะสร้างความฮือฮาได้ขนาดนี้ จนต้องรีบออกจากหอพักแต่เช้าตรู่ แล้วไปซุกตัวอยู่ในห้องสมุดทั้งวัน
“หมิงเยว่ เธอเป็นอะไรไปหรือเปล่า?” เฉิงซิงฉีสวมชุดสูทสีขาว ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเปี่ยมสุข
วันนี้เป็นงานหมั้นของเขากับเฮ่อหมิงเยว่ ในที่สุดหมิงเยว่ก็ยอมตกปากรับคำแต่งงานกับเขา เขาดีใจจนแทบคุมตัวเองไม่อยู่
เฮ่อหมิงเยว่ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนรอบข้าง
ในความเลือนรางนั้น หล่อนรู้สึกราวกับตัวเองเป็นตัวตลก
หล่อนทุ่มเทความพยายามทั้งหมดเพื่อให้มีชื่อเสียง แต่เย่เสี่ยวจิ่นกลับได้มาอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องลงแรง
วันนี้แท้จริงแล้วเป็นงานหมั้นของหล่อน แต่แขกที่มาร่วมงานกลับตื่นเต้นพูดคุยกันถึงเย่เสี่ยวจิ่น
อยากรู้จักเย่เสี่ยวจิ่น
อยากดึงตัวเย่เสี่ยวจิ่นมาเป็นพวก
“ฉันไม่เป็นไร” หล่อนพูดพร้อมรอยยิ้ม “ซิงฉี แนะนำเพื่อนของคุณให้ฉันรู้จักหน่อยสิ…”
เพื่อนของเฉิงซิงฉีล้วนเป็นคนรวยในแวดวงเดียวกัน
มหาวิทยาลัยปักกิ่ง
เสิงซิ่งเสียนถือถ้วยเคลือบนั่งอยู่ในห้องทำงาน มองดูเย่เสี่ยวจิ่นที่นั่งอยู่ตรงข้ามด้วยดวงตายิ้มหยี
น้ำเสียงอ่อนโยนเป็นพิเศษ “เสี่ยวจิ่น วันนี้มาหาฉันมีธุระอะไรหรือ? ฉันให้เธอหยุดพักตั้งสองวันแล้วนะ ทำไมไม่พักผ่อนให้เต็มที่ล่ะ?”
ในแผนเดิมของเย่เสี่ยวจิ่น เธอจะไม่เรียนคณิตศาสตร์ไปตลอด
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เย่เสี่ยวจิ่นพูดว่า “ศาสตราจารย์เสิง ฉันอยากจะบอกอะไรคุณสักเรื่อง”
เสิงซิ่งเสียนไม่ทันสังเกตเห็นความลังเลของเย่เสี่ยวจิ่นจิบชาแล้วพูดว่า “พูดมาเถอะ มีอะไรก็พูดได้เลย ไม่ต้องเกรงใจฉัน”
เย่เสี่ยวจิ่นจ้องมองใบหน้าของเขา สูดหายใจเข้าลึก ๆ “ศาสตราจารย์เสิง ฉันจะไม่เรียนคณิตศาสตร์แล้ว”
เสิงซิ่งเสียนที่กำลังจิบชาอย่างสบาย ๆ เมื่อได้ยินประโยคนั้น เกือบจะพ่นชาในปากออกมา
“ฉันจะไม่เรียนคณิตศาสตร์แล้ว”
“เสี่ยวจิ่น เธอกำลังล้อเล่นกับฉันใช่ไหม?” เสิงซิ่งเสียนวางแก้วเคลือบลง “มันเป็นเรื่องตลกที่ไม่ขำเลยสักนิด”
“เธอต้องรู้นะว่า ด้วยพรสวรรค์ของเธอ อีกไม่เกินสิบปีเธออาจจะกลายเป็นนักคณิตศาสตร์ที่อายุน้อยที่สุดในประเทศ”
“ด้วยพรสวรรค์ของเธอ เธอสามารถแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ที่ยังไม่มีคำตอบได้อีกมากมาย”
“ศาสตราจารย์เสิง ทุกอย่างที่คุณพูดฉันรู้ดีค่ะ” เย่เสี่ยวจิ่นพยักหน้า ในใจยังรู้สึกผิดอยู่บ้าง
เสิงซิ่งเสียนให้ความสำคัญกับเธอมาก แต่เธอกลับทำให้เขาผิดหวัง
“ในเมื่อเธอรู้อยู่แล้ว ทำไมยังต้องพูดแบบนี้ด้วย?”
“เพราะฉันมีเป้าหมายอื่น” เย่เสี่ยวจิ่นไม่ได้ปิดบัง “ฉันอยากไปเรียนเกษตรศาสตร์”
เห็นเสิงซิ่งเสียนทำหน้าไม่เข้าใจ เย่เสี่ยวจิ่นจึงพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งจริงกึ่งเท็จว่า “ตอนฉันเด็ก ๆ ที่บ้านยากจนมาก คนในบ้านหกคนต้องแบ่งกันกินมันเทศลูกเล็ก ๆ แค่ลูกเดียว ในข้าวต้มก็มีเม็ดข้าวแค่ไม่กี่เม็ด แค่ไข้สูงครั้งเดียวก็เกือบเอาชีวิตฉันไปแล้ว”
“อาจารย์เสิง คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ดี แต่ฉันอยากเรียนเกษตรศาสตร์มากกว่า”
เธอมีระบบการเพาะปลูกที่ล้ำหน้ากว่ายุคนี้มาก ผลผลิตทางการเกษตรและอุปกรณ์ที่ระบบผลิตออกมาล้วนเป็นของชั้นเยี่ยม
เธอสามารถพึ่งพาสิ่งเหล่านี้ทำให้ครอบครัวร่ำรวยขึ้นได้ และตอนนี้ก็อยากใช้สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้คนอีกมากมายหลุดพ้นจากความยากจน
หลังจากฟังคำพูดเหล่านี้ เสิงซิ่งเสียนก็เงียบไปนาน
เขาโบกมือ ดูเหนื่อยล้า “เสี่ยวจิ่น เธอกลับไปก่อนเถอะ ให้ฉันคิดดูดี ๆ”
“อาจารย์เสิง ฉันขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้คุณผิดหวัง”
เย่เสี่ยวจิ่นก้มตัวคำนับเสิงซิ่งเสียน
เสิงซิ่งเสียนไม่พูดอะไร
เย่เสี่ยวจิ่นกลับมาที่หอพัก พอถึงเวลาอาหาร เฉียวเถียนหย่าและอวี๋จวิ้นเฟยก็มาตามเธอไปกินข้าวด้วยกัน
ที่โรงอาหาร เย่เสี่ยวจิ่นเล่าเรื่องนี้ให้พวกเขาฟัง
ทั้งสองคนมีปฏิกิริยาเหมือนกันไม่มีผิด ต่างก็แสดงสีหน้าตกใจและไม่อยากจะเชื่อ
“เธอเก่งคณิตศาสตร์ขนาดนี้ แถมเพิ่งตีพิมพ์บทความวิจัยไปด้วย อนาคตของเธอต้องไปได้ไกลแน่ ๆ”
ทั้งสองคนต่างไม่เข้าใจ
เย่เสี่ยวจิ่นเล่าสิ่งที่คุยกับเสิงซิ่งเสียนให้พวกเขาฟังอีกรอบ
หลังจากฟังจบ ทั้งสองคนก็เงียบไป
ผ่านไปสักพัก เฉียวเถียนหย่าก็โอบแขนเย่เสี่ยวจิ่นพลางยิ้มพูดว่า “ไม่ว่าเธอจะอยากทำอะไร ฉันก็สนับสนุนนะ ฉันเชื่อว่าเธอฉลาดขนาดนี้ ทำอะไรก็ต้องทำได้ดีแน่ ๆ!”
อวี๋จวิ้นเฟยก็กำหมัดพูดว่า “ใช่ หัวหน้า พวกเราสนับสนุนเธอ!”
เย่เสี่ยวจิ่นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ยื่นมือไปยีผมเฉียวเถียนหย่าจนยุ่งเหยิง
“โอ๊ย” เฉียวเถียนหย่างงไปชั่วขณะ แต่ก็รีบยื่นมือไปยีผมเย่เสี่ยวจิ่นให้ยุ่งเหมือนกัน
“มาสิ เสี่ยวจิ่น มาทำร้ายกันเถอะ” พูดอย่างภาคภูมิใจ
อวี๋จวิ้นเฟยหัวเราะพรืด เอามือกุมท้องหัวเราะไม่หยุด
เย่เสี่ยวจิ่นสังเกตสีหน้าของเขาอย่างระมัดระวัง
ยังพอไหว ดีกว่าตอนอยู่ในห้องทำงานมาก
เธอค่อย ๆ เดินเข้าไปหา ถามอย่างไม่มั่นใจ “อาจารย์มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เธออยากทำอะไรก็ไปทำเถอะ” เสิงซิ่งเสียนยิ้มอย่างอ่อนโยน “อาจารย์จะสนับสนุนเธอ”
“แม้จะรู้สึกเสียดายที่เธอจะไม่เดินต่อในเส้นทางคณิตศาสตร์ แต่ถ้าเธอสามารถเปล่งประกายบนเส้นทางอื่น อาจารย์ก็จะภูมิใจในตัวเธอเช่นกัน”
เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกแสบตาขึ้นมาทันที
“อาจารย์เสิง…”
“ปีหน้าเธอต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เธอยังจะสมัครมหาวิทยาลัยปักกิ่งอยู่ไหม”
เย่เสี่ยวจิ่นกลั้นน้ำตาพลางพยักหน้า “คณะเกษตรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยปักกิ่งติดอันดับหนึ่งของประเทศ ฉันต้องสมัครมหาวิทยาลัยปักกิ่งแน่นอนค่ะ”
“เอาล่ะ นี่คือบทเรียนของวันนี้” เสิงซิ่งเสียนทำหน้าจริงจัง “ถึงต่อไปเธอจะไม่ได้เรียนคณิตศาสตร์แล้ว แต่ช่วงนี้ฉันจะไม่ลดความเข้มงวดกับเธอ ยังจะเข้มงวดกว่าเดิมด้วยซ้ำ”
“เธอเข้าใจไหม?”
“เข้าใจค่ะ!” เย่เสี่ยวจิ่นพยักหน้าอย่างจริงจัง “ฉันจะพยายามมากกว่าเดิมค่ะ”
เสิงซิ่งเสียนพยักหน้าอย่างพอใจ
แต่ในใจอดที่จะสบถไม่ได้
นักเรียนที่ดีขนาดนี้ ช่างโชคดีจริง ๆ สำหรับไอ้แก่คณะเกษตรคนนั้น
ถ้าเขารู้ความคิดของเย่เสี่ยวจิ่น คงจะดีใจจนบ้าเลย บางทีอาจจะวิ่งมาอวดเขาวันละสามรอบด้วยซ้ำ!
ดังนั้นเรื่องนี้เขาจะไม่บอกใคร! ปิดเป็นความลับ ไม่บอกใครทั้งนั้น!
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
น่าเสียดายเหมือนกันนะที่จิ่นเป่าลาวงการคณิตแล้ว แต่ก็ขอให้สำเร็จในทุกเส้นทางที่หวัง
ไหหม่า(海馬)
………………..