ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 576 วันรายงานตัวนักศึกษาใหม่
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 576 วันรายงานตัวนักศึกษาใหม่
บทที่ 576 วันรายงานตัวนักศึกษาใหม่
………………..
บทที่ 576 วันรายงานตัวนักศึกษาใหม่
เย่จวินลองคำนวณดูแล้วชูนิ้วสามนิ้ว “สามพันกว่าหยวนใช่ไหม?”
นี่รวมค่าสมัครสมาชิกด้วยแล้ว
การสมัครสมาชิกต้องเติมเงินครั้งเดียว 100 หยวน มีคนจากที่ว่าการอำเภอมากินข้าวกว่ายี่สิบคน แทบทุกคนสมัครสมาชิก หลังจากนั้นเย่จวินก็เห็นว่ามีคนทยอยมาสมัครอีกหลายคน
“น่าจะสามพันกว่าหยวน”
เย่เสี่ยวจิ่นปากยังเต็มไปด้วยอาหาร ยังพูดไม่ได้ จึงส่ายหน้าแรง ๆ
“ไม่ใช่สามพัน?” เย่จวินถามอย่างแปลกใจ “ฉันพูดเกินไปหรือ?”
เย่เสี่ยวจิ่นยังคงส่ายหน้า
“น้อยไป?” เย่จวินอึ้งไปครู่หนึ่ง ลองถามดู “สี่พัน? ห้าพัน?”
เย่เสี่ยวจิ่นหยิบแก้วน้ำข้างตัวขึ้นมาดื่ม พอปากว่าง จึงพูดว่า “4,358 หยวน”
หลี่ชุ่ยชุ่ยอดไม่ได้ที่จะอุทาน “ยะ…เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”
เย่จื้อผิงก็ตกใจอยู่พักใหญ่
เปิดร้านอาหารทำเงินได้มากขนาดนี้เชียว!
เพิ่งเปิดวันแรกก็ได้ทุนคืนมาตั้งหนึ่งในสิบแล้ว!
“เพราะบัตรสมาชิกที่พี่ชายออกมาได้รับความนิยมมาก ร้านเรารสชาติอร่อย มีทั้งอาหารเช้าและอาหารกลางวัน คนที่ทำงานในที่ว่าการอำเภอส่วนใหญ่ต้องออกมากินข้าวข้างนอก ร้านเราตอนนี้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของพวกเขา เลยมีคนมาเติมเงินบัตรสมาชิกเยอะ”
“เงิน 4,358 หยวนนี้ มี 4,000 หยวนเป็นเงินที่คนอื่นเติมเข้ามา เหลือแค่ 358 หยวนที่เป็นยอดขายปลีกวันนี้”
358 หยวน ก็ถือเป็นรายได้ที่สูงมากแล้ว
เมื่อไม่กี่ปีก่อน รายได้ทั้งปีของครอบครัวพวกเขายังไม่ถึงขนาดนี้เลย
หลี่ชุ่ยชุ่ยเมื่อกี้เมื่อยขาจนไม่อยากเดิน ตอนนี้กลับมีพลังเต็มเปี่ยมอีกครั้ง “ตอนบ่ายพวกเราพักกันสักครู่ เพราะตอนเย็นยังมีลูกค้าอีกระลอก”
ในร้านมีพ่อครัวทำอาหารเช้าสองคน ในครัวมีพ่อครัวใหญ่สองคน และป้าหั่นผักหนึ่งคน
ด้านหน้ามีพนักงานเสิร์ฟสองคน เย่จวินรับผิดชอบเก็บเงินที่แคชเชียร์ ส่วนหลิวเยว่ช่วยเสิร์ฟจานอาหารเป็นครั้งคราว
เย่จวินวางแผนว่า รอให้ธุรกิจเข้าที่เข้าทางก่อน แล้วค่อยจ้างคนงานเพิ่ม ตอนนั้นก็จะไม่ต้องรบกวนคนในครอบครัวเย่มาช่วย
ร้านอาหารจวี้ฝูไม่ต้องกังวลอะไรมาก
ตอนเย็นมีคนมากินข้าวน้อยลงมาก ส่วนใหญ่มาเป็นกลุ่มสามถึงห้าคนมานั่งกินด้วยกัน แม้จำนวนโต๊ะจะไม่เท่าตอนกลางวัน ถึงอย่างนั้นแต่ละโต๊ะก็ใช้จ่ายมากกว่าตอนกลางวัน คิดดูแล้วรายได้รวมก็ไม่ต่างจากตอนกลางวันเท่าใด
ตอนกลับบ้านตอนเย็น เย่จวินคำนวณดู วันนี้ในบัญชีมีเงินเกินหกพันหยวนแล้ว
ร้านอาหารจวี้ฝูเป็นกิจการที่เย่จวินดำเนินการเอง เย่เสี่ยวจิ่นกับคนอื่น ๆ แค่ร่วมลงทุน พอสิ้นปีก็รับเงินปันผลไป ดังนั้นเงินทั้งหมดจึงให้เย่จวินเป็นคนดูแลไปก่อน
ร้านใหม่เปิดตัวได้อย่างยอดเยี่ยม เย่จวินสั่งให้พ่อครัวในร้านเตรียมอาหารโต๊ะใหญ่ ทั้งครอบครัวได้กินกันอย่างอิ่มหนำ
เมื่อเรื่องที่บ้านจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เย่จู๋และเย่เสี่ยวจิ่นก็ทยอยกันกลับไปที่เมืองซิงเฉิง
เย่เสี่ยวจิ่นไปรายงานตัวที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดก่อน วันถัดมาก็นั่งรถไฟไปปักกิ่ง
เธอได้เรียนจบความรู้ระดับมัธยมปลายทั้งหมดแล้ว จูซินอี้พิมพ์ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยย้อนหลังหลายปีให้เธอ ซึ่งเย่เสี่ยวจิ่นก็ทำคะแนนได้ดี จูซินอี้จึงตกลงให้เย่เสี่ยวจิ่นไปปักกิ่งทันที
วันนี้เป็นวันรายงานตัวของนักศึกษาใหม่ เย่จู๋ไม่ให้คนในครอบครัวมาส่ง แต่มาที่มหาวิทยาลัยเอง
หล่อนลากกระเป๋าเดินอยู่ในมหาวิทยาลัย รู้สึกว่าอากาศรอบตัวช่างเป็นอิสระ
หลุดพ้นจากครอบครัวที่เคยกักขังหล่อน ตอนนี้หล่อนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมาก
เย่จู๋เดินตามป้ายบอกทางไปหอพัก จู่ ๆ ก็รู้สึกว่ามือเบาลงเพราะมีคนมารับกระเป๋าของหล่อนไป
“อ๊ะ” เย่จู๋ร้องเสียงสั้น ๆ เมื่อเห็นหน้าคนที่มาชัดเจนก็ชะงักไป
เฉิงซิงไห่ผมยาวขึ้น บางส่วนปรกตาอยู่บ้าง ยังคงมีท่าทางเหมือนคนง่วงนอนเหมือนเดิม “เจอกันอีกแล้ว”
หัวใจของเย่จู๋กระตุก
มีนักศึกษาใหม่หลายคนเดินผ่านไปมา นักศึกษาหญิงหลายคนมองมาทางนี้ด้วยความตื่นเต้น
เสียงพูดคุยลอยมาเข้าหู
“ดูนั่นสิ! ผู้ชายคนนั้นหล่อและดูมีเสน่ห์มากเลย ดูไม่เหมือนนักศึกษาเลย พวกเราไปทักทายทำความรู้จักกันไหม?”
ขนตาของเย่จู๋สั่นไหวเล็กน้อย หล่อนยื่นมือออกไปจะหยิบกระเป๋าเดินทาง
“คืนของให้ฉันเถอะ”
เฉิงซิงไห่ถือกระเป๋าเดินทางอย่างสบาย ๆ พลางเปลี่ยนตำแหน่งหลบมือของหล่อน “หอพักเธออยู่ที่ไหน ฉันจะไปส่งเธอ”
“ไม่ต้องหรอก!” เย่จู๋ตื่นเต้นจนพูดติดอ่าง “ฉันขึ้นไปเองได้”
เฉิงซิงไห่วางกระเป๋าเดินทางลงข้าง ๆ แล้วเดินเข้าใกล้เย่จู๋อีกสองสามก้าว จนระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือแค่หนึ่งกำปั้น
เสียงของเขาเย็นชา “เย่จู๋ เธอเกลียดฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“ถ้าเธอพูดออกมาตรง ๆ ว่าไม่ชอบฉัน เกลียดฉัน ฉันสัญญาว่าจะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าเธออีก”
“ต่อไปถึงแม้ฉันจะไปหาเสี่ยวจิ่นเอ๋อร์ที่บ้านตระกูลเย่ ฉันก็จะหลีกเลี่ยงไม่เจอเธอ”
เย่จู๋รู้สึกใจหวิวขึ้นมาทันที
ม่านตาของหล่อนสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
แค่ได้ยินคำพูดพวกนี้ หัวใจของหล่อนก็รู้สึกเจ็บปวดมาก
หล่อนไม่พูดอะไรเป็นเวลานาน ปฏิกิริยาแบบนี้ทำให้เฉิงซิงไห่พอใจมาก
เฉิงซิงไห่ยิ้มมุมปาก หยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นมา “ไปกันเถอะ รีบไปจัดเตียงให้เรียบร้อย แล้วฉันจะพาเธอไปกินข้าว แล้วก็พาเดินดูรอบ ๆ มหาวิทยาลัยด้วย”
พูดจบเขาก็เดินนำไปก่อน เย่จู๋มองแผ่นหลังของเขาอย่างเหม่อลอยอยู่พักใหญ่ ก่อนจะก้าวเท้าตามไป
เสี่ยวจิ่นพูดถูก บางเรื่องถ้าไม่ลองทำ จะรู้ได้อย่างไรว่ามีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่
เหมือนตอนนั้น หล่อนคิดไม่กล้าคิดด้วยซ้ำว่าตัวเองจะได้เรียนมหาวิทยาลัย
แต่ตอนนี้หล่อนทำได้แล้ว
ไม่ใช่คนอื่นดูถูกหล่อน แต่เป็นตัวหล่อนเองที่ดูถูกตัวเองมาตลอด
หล่อนจะพยายามทำให้ตัวเองเก่งขึ้น ให้คู่ควรที่จะยืนเคียงข้างเฉิงซิงไห่…
เย่จู๋เม้มริมฝีปาก ยิ้มออกมา “อย่าเดินเร็วนักสิ รอฉันด้วย”
ปีที่แล้ว เฮ่อหมิงเยว่คิดว่าในที่สุดก็จะสลัดเย่เสี่ยวจิ่นทิ้งได้แล้ว
แต่ไม่คิดว่าเพิ่งผ่านไปแค่หนึ่งเทอม เย่เสี่ยวจิ่นก็กลับมาอีกแล้ว!
หล่อนหมั้นหมายกับเฉิงซิงฉีแล้ว และเข้าสู่วงสังคมชั้นสูงของเมืองหลวงได้อย่างราบรื่น
ข่าวที่เย่เสี่ยวจิ่นกลับมาเมืองหลวงทำให้หล่อนตกใจไปชั่วขณะ แต่ก็กลับมาใจเย็นได้อย่างรวดเร็ว
หล่อนต้องไม่ตื่นตระหนก
เย่เสี่ยวจิ่นเป็นแค่นักเรียนคนหนึ่ง ส่วนหล่อนตอนนี้เป็นว่าที่ลูกสะใภ้ตระกูลเฉิง มีทั้งตระกูลเฉิงหนุนหลัง และยังได้ฝึกงานในบริษัทใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง พอเรียนจบก็จะได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ
เย่เสี่ยวจิ่นเป็นแค่คนบ้านนอกคอกนาเท่านั้น ต่อให้เก่งกว่าหล่อนในด้านการคัดลายมือแล้วอย่างไร ด้านอื่น ๆ ชาตินี้ก็ไม่มีทางแซงหน้าหล่อนได้!
เฉียวเถียนหย่าและอวี๋จวิ้นเฟยสอบเข้าภาควิชาคณิตศาสตร์มหาวิทยาลัยปักกิ่งได้ และได้เป็นนักศึกษาอย่างเป็นทางการแล้ว
เสิงซิ่งเสียนใช้เวลาครึ่งเทอมสอนความรู้พื้นฐานทั้งหมดให้เย่เสี่ยวจิ่น
ในขณะที่นักศึกษารุ่นเดียวกันยังคงเรียนความรู้พื้นฐานอยู่ เย่เสี่ยวจิ่นก็เริ่มวิจัยโจทย์คณิตศาสตร์ยาก ๆ กับเสิงซิ่งเสียนแล้ว
ปลายเดือนมกราคม การตีพิมพ์บทความวิชาการหนึ่งฉบับได้สร้างความปั่นป่วนไม่น้อยในเมืองหลวง
เสิงซิ่งเสียนในฐานะศาสตราจารย์คณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวง และยังเป็นนักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงด้วย การที่บทความของเขาปรากฏในวารสารบ่อย ๆ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงในครั้งนี้คือ ข้างชื่อของเสิงซิ่งเสียนมีชื่ออีกคนหนึ่งปรากฏอยู่
เย่เสี่ยวจิ่น
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ในที่สุดเย่จู๋ก็เอาชนะเงามืดในใจตัวเองได้แล้ว ขอให้มีความสุขกับชีวิตที่สดใสนะ
จิ่นเป่า เธอแน่ใจนะว่าตัวเองยังเป็นมนุษย์อยู่? ฝีมืออย่างตึง
ไหหม่า(海馬)
………………..