ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 572 พี่สะใภ้สามมาแล้ว ....................
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 572 พี่สะใภ้สามมาแล้ว ....................
บทที่ 572 พี่สะใภ้สามมาแล้ว
………………..
บทที่ 572 พี่สะใภ้สามมาแล้ว
ทุกคนในบ้านตระกูลเย่ต่างมีสีหน้าตกตะลึง
เย่หวายเรียนรู้จากพี่ชายอย่างเย่ฉางอันเงียบ ๆ แล้วทำเรื่องใหญ่ พาภรรยามาพบพ่อแม่เลยหรือนี่?
เย่หวายหน้าแดง จับมือลู่เชียนเชียนไว้แน่น นิ้วประสานกัน “พ่อแม่ครับ ผมชอบเชียนเชียน อยากแต่งงานกับหล่อนครับ!”
เย่เสี่ยวจิ่นนำหน้าจูงมือเสี่ยวเป่าร่วมแซวด้วย “พี่สาม เปิดใจซะทีนะ หาพี่สะใภ้คนที่สามมาให้พวกเราแล้ว!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หน้าของเย่หวายก็ยิ่งแดงขึ้น
หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ หลี่ชุ่ยชุ่ยก็เชิญทุกคนเข้าบ้าน ส่งสายตาให้เย่เสี่ยวจิ่น
เธอจึงไปจับมือลู่เชียนเชียน “พี่ลู่ นี่เป็นครั้งแรกที่มาที่บ้านใหญ่ใช่ไหมคะ? หนูพาพี่ไปเดินดูรอบ ๆ นะ พี่จะได้เลือกห้องที่ชอบด้วย”
แม้จะเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ของเย่หวายแล้ว แต่ตามประเพณีที่นี่ ก่อนแต่งงานจะอยู่ด้วยกันไม่ได้
พอเย่เสี่ยวจิ่นพาลู่เชียนเชียนไปแล้ว หลี่ชุ่ยชุ่ยก็ตีไหล่เย่หวายอย่างหงุดหงิด
ลู่เชียนเชียนเป็นคนในเมือง คนในเมืองมีธรรมเนียมมาก มาแบบกะทันหันแบบนี้ พวกเขาเตรียมของขวัญต้อนรับไม่ทัน
เย่หวายเกาท้ายทอย “พ่อครับ เชียนเชียนไม่สนใจเรื่องพวกนี้หรอก”
เย่จื้อผิงสูบบุหรี่พ่นควันออกมา เขาก็เห็นด้วยกับหลี่ชุ่ยชุ่ย “เสี่ยวหวาย ถึงลูกจะไม่สนใจ แต่พวกเราก็ต้องต้อนรับหล่อน”
“ตอนนี้ครอบครัวเรามีฐานะแล้ว เราไม่ควรทำให้ลูกสาวที่ครอบครัวเขาเลี้ยงดูมาหลายปีต้องลำบาก”
ในบรรดาลูกสะใภ้ทั้งสามคนของครอบครัวพวกเขา มีเพียงหลิวเยว่ที่จัดงานแต่งงานแบบลวก ๆ มากที่สุดตอนแรกเข้าบ้าน
แม้ว่าในตอนนั้นจะไม่ได้ถือว่าเรียบง่ายเกินไป แต่เมื่อมองย้อนกลับไปตอนนี้ สามีภรรยาหลี่ชุ่ยชุ่ยก็รู้สึกว่าทำให้หลิวเยว่ต้องลำบากไปหน่อย
เย่หวายถูกพ่อแม่สั่งสอน เขาพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “พ่อแม่ครับ ผมเข้าใจแล้ว”
เย่เสี่ยวจิ่นกำลังพาลู่เชียนเชียนเดินเที่ยวชมสวนดอกไม้
ลู่เชียนเชียนชมไม่หยุด “เสี่ยวจิ่น สวนบ้านเธอใหญ่มากเลย แถมยังจัดได้สวยมากด้วย!”
เสิงหลานฮวาจัดการสวนได้ดีมาก
ลู่เชียนเชียนหลงรักที่นี่ในทันที
ถ้าได้อยู่ที่นี่ ทุกวันคงจะสบายมาก
เย่เสี่ยวจิ่นเข้าไปแนบชิด จับแขนลู่เชียนเชียนแกว่งไปมา “พี่ลู่คะ ช่วยเล่าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหมคะว่าทำยังไงถึงทำให้พี่สามของฉันยอมจำนนได้?”
พี่สามของเธอก็เหมือนพี่รองเลย เป็นคนหัวทึบเหมือนกัน เธอคิดว่าพี่สามคงต้องรอจนแก่เฒ่าถึงจะรู้เรื่องรู้ราวเสียอีก
ไม่คิดว่าจะมีข่าวดีเร็วขนาดนี้
ลู่เชียนเชียนเม้มริมฝีปาก รู้สึกเขินอายเล็กน้อย แต่ก็ค่อย ๆ เล่าให้เย่เสี่ยวจิ่นฟัง
ตอนนี้ที่บ้านไม่มีอะไรให้ทำมากนัก ลู่เชียนเชียนตื่นแต่เช้าตรู่มาช่วยเสิงหลานฮวาเด็ดผัก หลี่ชุ่ยชุ่ยก็มีนิสัยชอบมาช่วยเสิงหลานฮวาทุกวัน
พอเข้าครัวก็เห็นว่ามีคนนั่งอยู่บนเก้าอี้เล็ก ๆ ที่เธอมักจะนั่งประจำ
“เชียนเชียน ทำไมตื่นเช้าจัง? รีบลุกขึ้นเถอะ ไม่ต้องให้เธอมายุ่งวุ่นวายหรอก ตอนนี้ที่บ้านไม่มีอะไรมาก เธอไปพักผ่อนเถอะ ไปเดินเล่นในสวน หรือไปดูทีวีที่ห้องรับแขกก็ได้” หลี่ชุ่ยชุ่ยพูดพลางยิ้มแย้มดึงตัวหล่อน
หลี่ชุ่ยชุ่ยพอได้ยินก็รู้สึกดีใจมาก
รีบตอบรับทันที “ก็ได้ เธอไม่ต้องลงมือทำนะ นั่งคุยกับพวกเราก็พอ”
หลังจากเย่หวายตื่นนอนแล้วหาลู่เชียนเชียนไม่เจอ เขาก็กังวลอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายจึงพบว่าหล่อนอยู่ในครัวกำลังคุยกับหลี่ชุ่ยชุ่ยและเสิงหลานฮวาอย่างสนุกสนาน
เขาโล่งใจ แล้วค่อย ๆ เดินจากไปอย่างเงียบ ๆ
ลู่เชียนเชียนมีนิสัยดี แถมเคยมาที่บ้านตระกูลเย่มาก่อน ทุกคนก็ถือว่าคุ้นเคยกันแล้ว หล่อนจึงกลมกลืนเข้ากับครอบครัวใหญ่ของตระกูลเย่ได้อย่างรวดเร็ว
เย่จื้อผิงไปหาซินแสดูฮวงจุ้ยเพื่อหาฤกษ์ดี เชิญแม่สื่อ เตรียมของหมั้น เพื่อไปสู่ขอที่บ้านตระกูลลู่
หลี่ชุ่ยชุ่ยและเย่จื้อผิงไปด้วยกัน ส่วนเย่เสี่ยวจิ่นและคนอื่น ๆ อยู่ที่บ้าน
ตอนนี้อากาศเริ่มหนาวแล้ว ในห้องนั่งเล่นมีเตาผิงวางอยู่ที่มุมห้อง ทำให้ในห้องอบอุ่นมาก
เย่เสี่ยวจิ่นนั่งอยู่บนพรมหนา ๆ เล่นกับหนิวหนิว “พี่สะใภ้คะ พี่เย่จู๋น่าจะกลับมาบ้านช่วงปิดเทอมวันนี้ใช่ไหมคะ?”
“ใช่จ้ะ เทอมนี้เย่จู๋แทบไม่ได้กลับบ้านเลย ฉันกับพี่สะใภ้รองไปเยี่ยมหล่อนสองสามครั้ง เด็กคนนั้นตั้งใจเรียนมาก ผอมลงไปตั้งเยอะ”
หลิวเยว่ถอนหายใจ “หล่อนเป็นเด็กดี น่าเสียดายที่ไม่ได้เจอครอบครัวที่ดี…”
หลิวเยว่อดนึกถึงตัวเองไม่ได้
หล่อนโชคดีกว่าเย่จู๋นิดหน่อย อย่างน้อยหลิวคังก็ยังรักและเอ็นดูหล่อนอยู่บ้าง
ส่วนเย่จู๋พอมีปัญหาอะไร ครอบครัวก็เลือกที่จะทอดทิ้งหล่อน
เย่เสี่ยวจิ่นบีบมือป้อม ๆ ของหนิวหนิวพลางยิ้มพูดว่า “พี่สะใภ้คะ เรื่องในอดีตอย่าคิดมากเลยค่ะ ตอนนี้พวกเราคือครอบครัวของพี่เย่จู๋แล้ว”
“เธอพูดถูก” หลิวเยว่ลุกขึ้น “ฉันจะไปดูในครัวหน่อย บอกให้ป้าหลานเตรียมกับข้าวเพิ่ม แล้วก็ต้มซุปไก่ให้เสี่ยวจู๋ด้วย”
หลินจิงพูดว่า “พี่สะใภ้ไปเถอะค่ะ เด็ก ๆ มีฉันกับเสี่ยวจิ่นคอยดูแลอยู่”
เย่ฉางอันและเย่จวินไปยุ่งอยู่ที่ชนบทสองสามวันนี้
ช่วงบ่าย เย่จู๋ก็ถือถุงผ้าใบหนึ่งกลับมา
ใต้ตาก็มีรอยคล้ำอย่างเห็นชัด
หลี่ชุ่ยชุ่ยที่เพิ่งกลับมาจากในเมืองมองเธอด้วยความเป็นห่วง พูดว่า “ทำไมเธอถึงปล่อยตัวเองจนเป็นแบบนี้ล่ะ”
เย่จู๋กลับไม่รู้สึกว่ามันมีอะไร
“อาสะใภ้สาม หนูไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่อดหลับอดนอนมาเยอะ เลยมีรอยคล้ำใต้ตาหน่อย”
“นี่มันไม่ใช่แค่รอยคล้ำใต้ตานะ ดูตัวเธอสิ เหลือเนื้อหนังอยู่กี่ชั่งกันแน่”
ตอนที่เย่จู๋เพิ่งมาอยู่ที่บ้านตระกูลเย่ก็มีสภาพหนังหุ้มกระดูกแบบนี้ หลี่ชุ่ยชุ่ยพยายามอย่างมากกว่าจะเลี้ยงให้หล่อนอ้วนขึ้นได้ ไม่นึกว่าจะกลับมาเป็นแบบนี้อีก
หลี่ชุ่ยชุ่ยกดตัวหล่อนให้นั่งลงที่โต๊ะอาหาร ตรงหน้าเย่จู๋คืออาหารบำรุงที่หล่อนสั่งให้เสิงหลานฮวาเตรียมไว้ให้เป็นพิเศษ
“ตั้งแต่นี้ไป เธอต้องกินอาหารสามมื้อในช่วงปิดเทอมฤดูหนาวนี้ตามที่ป้าหลานจัดให้ทั้งหมด มีข้อโต้แย้งไหม”
เย่จู๋ยิ้มพลางเม้มริมฝีปาก “ไม่มีค่ะ ไม่มี หนูจะฟังอาสะใภ้ทุกอย่าง”
“แบบนี้ค่อยดีหน่อย” หลี่ชุ่ยชุ่ยแค่นเสียงฮึ “ดื่มน้ำซุปไก่ก่อน นี่คือไก่แก่เอาไปต้มกับเครื่องยาจีนบำรุงร่างกาย รสชาติไม่เลวเลยนะ”
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปิดเทอมฤดูหนาวผ่านไปเกินครึ่งแล้ว
ใกล้จะถึงปีใหม่แล้ว
ในคืนส่งท้ายปีเก่า ครอบครัวตระกูลเย่รวมตัวกันรับประทานอาหารมื้อค่ำและจุดประทัด
วันที่หนึ่งของเดือนแรกอยู่บ้านทั้งวัน พอถึงวันที่สองบ้านก็เริ่มเงียบเหงาลง
เย่ฉางอันพาหลินจิงไปเยี่ยมบ้านแม่ เย่หวายก็จะไปเยี่ยมบ้านว่าที่ภรรยา ส่วนเย่จวินก็เตรียมพาลูกทั้งสองไปหาหลิวคัง
แม้จะมีบางคนในตระกูลหลิวที่เขาไม่ชอบ แต่ตอนนี้ตระกูลเย่มีฐานะ หลิวเยว่ก็ได้รับความรักจากทุกคนในครอบครัว ชีวิตเป็นไปอย่างราบรื่น พวกคนตระกูลหลิวจึงไม่กล้าพูดจาว่าร้ายต่อหน้าอีก
ส่วนเรื่องที่คนพวกนั้นจะนินทาลับหลังก็ช่างมัน ปากอยู่ที่คนพวกนั้น อยากพูดก็พูดไป
อย่างมากก็แค่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา พวกเขาไม่ใส่ใจหรอก
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ครอบครัวสุขสันต์มาก พี่ชายแต่ละคนมีครอบครัวที่ดีกันหมดเลย
ไหหม่า(海馬)
………………..