ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 571 การแข่งขันที่ไม่มีความลุ้นระทึก ....................
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 571 การแข่งขันที่ไม่มีความลุ้นระทึก ....................
บทที่ 571 การแข่งขันที่ไม่มีความลุ้นระทึก
………………..
บทที่ 571 การแข่งขันที่ไม่มีความลุ้นระทึก
ทีมมหาวิทยาลัยปักกิ่งต้องตอบคำถามต่อ พวกเขาไม่มีเวลาเหลือแล้ว
“ขอเชิญตัวแทนจากทีมมหาวิทยาลัยปักกิ่งออกมาตอบคำถามครับ”
เฉียวเถียนหย่ากัดริมฝีปาก “เสี่ยวจิ่น ฉันคำนวณไม่ออกเลย”
สมาชิกทีมอีกสามคนก็ส่ายหน้าด้วยสีหน้าลำบากใจ
แม้ว่าคะแนนของพวกเขาจะนำหน้าทีมนานาชาติมาก แต่ถ้าตอบผิดข้อนี้ สถิติการตอบถูกต่อเนื่องก็จะหายไป
แล้วทีมนานาชาติก็จะต้องดีใจแน่ ๆ
เย่เสี่ยวจิ่นเงยหน้าขึ้นอย่างใจเย็น “ไม่เป็นไร อย่าตื่นตระหนก”
เธอเดินไปที่ไมโครโฟน ทบทวนคำตอบในหัวอีกครั้ง แล้วพูดคำตอบออกมาด้วยจังหวะที่ไม่เร็วไม่ช้า ชัดเจนและเป็นระบบ
นักเรียนทั้งห้าคนจากทีมนานาชาติฝั่งตรงข้ามแสดงสีหน้าเหมือนกันในทันที
แค่นี้…ก็ตอบได้แล้ว?
เป็นไปได้อย่างไร!
พวกเขาเพิ่งคำนวณได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น!
ในตอนนี้คนกลุ่มนี้ถึงได้รู้สึกตัวว่า คราวนี้พวกเขาคงจะเจอของแข็งเข้าให้แล้ว
ทีมมหาวิทยาลัยปักกิ่งไม่เพียงแต่มีนักศึกษาที่มีความเร็วในการเขียนสูง แต่ยังมีเครื่องตอบคำถามที่เป็นมนุษย์อีกด้วย
ดูเหมือนจะไม่มีโจทย์ข้อไหนที่จะยากเกินไปสำหรับเธอ
เสิงซิ่งเสียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ไม่เลว”
อธิการบดีก็มีสีหน้ายินดี “อาจารย์เสิง ครั้งนี้คุณทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก!”
การแข่งขันครั้งนี้แทบจะไม่มีความตื่นเต้นลุ้นระทึกเลย
ทีมมหาวิทยาลัยปักกิ่งชนะการแข่งขันด้วยความได้เปรียบอย่างท่วมท้น จนทีมนานาชาติที่มาอย่างหยิ่งผยองต้องหนีกลับไปอย่างหมดท่าในคืนนั้น
วันรุ่งขึ้น มหาวิทยาลัยปักกิ่งได้จัดงานเลี้ยงฉลองให้พวกเขา เสิงซิ่งเสียนมองหาเย่เสี่ยวจิ่นไปทั่ว ถึงได้พบว่าเธอถูกคณาจารย์จากคณะอื่น ๆ ล้อมเอาไว้
“นักศึกษาเย่เสี่ยวจิ่น เธอเป็นนักศึกษาที่ฉลาดที่สุดที่ฉันเคยเห็นมา เธอสนใจมาเรียนเคมีที่คณะเคมีไหม?”
“การเงินล่ะ? เธอสนใจเรื่องการทำเงินไหม? มาเรียนการเงินดีไหม?”
เสิงซิ่งเสียนพับแขนเสื้อขึ้น
ดีจริงๆ
คนแก่พวกนี้ไม่ให้เกียรติกันเลยสักนิด กล้าดีขนาดมาแย่งลูกศิษย์กันตรงงานเลี้ยงฉลองแบบนี้!
เย่เสี่ยวจิ่นหลุดออกมาจากวงล้อมได้อย่างยากลำบาก เหล่าศาสตราจารย์ต่างพูดกันคนละคำสองคำจนสมองเธอมึนงงไปหมด
เสิงซิ่งเสียนดึงเธอไว้ข้างหลัง “พวกคุณอย่ามาแย่งกับผมนะ ผมน่ะเล็งเย่เสี่ยวจิ่นเอาไว้ก่อนแล้ว!”
“เสิงซิ่งเสียน คุณนี่มันไม่ยุติธรรมเลยนะ นักเรียนเก่งขนาดนี้เรียนหลายสาขาก็ไม่มีปัญหาหรอก คุณอย่ามากีดกั้น หลบไปๆ”
เย่เสี่ยวจิ่นเอามือปิดหน้าแล้วค่อย ๆ แอบหลบหนีออกมา
เฉียวเถียนหย่ารู้ว่าพอการแข่งขันจบ ทุกคนก็ต้องแยกย้ายกัน ถึงแม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอถึงช่วงเวลานี้จริง ๆ ก็ยังอดรู้สึกเศร้าไม่ได้
“เสี่ยวจิ่น ฉันจะคิดถึงเธอมากนะ” เฉียวเถียนหย่ากอดเย่เสี่ยวจิ่นเอาไว้
อวี๋จวิ้นเฟยสูดจมูกอยู่ข้าง ๆ “ไม่เป็นไร จากลาก็เพื่อพบกันครั้งใหม่ พวกเราก็ตกลงกันแล้วนี่ว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่ง”
เฉียวเถียนหย่าพึมพำตอบรับเบา ๆ “แล้วเจอกันปีหน้านะ!”
ทั้งสองคนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีหน้า ส่วนเย่เสี่ยวจิ่นนั้นได้เข้าเรียนล่วงหน้า
พอดีทุกอย่างจะเกิดขึ้นในปีหน้า
หลังจากบอกลาเฉียวเถียนหย่าและอวี๋จวิ้นเฟยแล้ว เย่เสี่ยวจิ่นถือกระเป๋าเดินทางมาที่ประตูมหาวิทยาลัย
คุณปู่เฉิงก็จะกลับไปเมืองซิงเฉิงเช่นกัน พอดีทั้งสองคนจะกลับไปด้วยกัน
เย่เสี่ยวจิ่นส่งกระเป๋าให้กับคนดูแลบ้าน จึงเห็นว่าเฮ่อหมิงเยว่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยดวงตาแดงก่ำ
“คุณปู่เฉิง…”
เย่เสี่ยวจิ่นมองเฮ่อหมิงเยว่ แล้วขึ้นรถไป
ดูเหมือนว่าเฮ่อหมิงเยว่จะทำตัวเองจนพังไปแล้ว
อีกไม่กี่วันก็จะปิดเทอม หลังกลับมาถึงเมืองซิงเฉิงได้ เย่เสี่ยวจิ่นก็ไปที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดครั้งหนึ่งและรายงานผลที่ได้จากการไปปักกิ่งให้จูซินอี้ฟัง วันถัดมาก็กลับมาที่อำเภอเชียนอิน
ลูกของหลินจิงคลอดแล้ว ทั้งแม่และลูกสาวปลอดภัยดี ยังพักฟื้นอยู่ที่บ้าน
ที่บ้านจ้างพี่เลี้ยงเด็กเพิ่มอีกสองคนเพื่อดูแลเด็ก ๆ ในบ้านโดยเฉพาะ ถือว่าช่วยแบ่งเบาภาระของเสิงหลานฮวาได้
คราวนี้เย่เสี่ยวจิ่นกลับมาโดยไม่ได้บอกคนที่บ้านล่วงหน้า พอมาถึงหน้าประตู เสิงหลานฮวาที่กำลังกวาดลานบ้านด้านหน้าได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจึงเงยหน้าขึ้นมอง พอเห็นเธอก็ตะโกนด้วยความดีใจทันที “เสี่ยวจิ่นกลับมาแล้ว! เสี่ยวจิ่นกลับมาแล้ว!”
ในห้องรับแขก
เมื่อมีเด็กเล็กในบ้านมากขึ้น มุมเฟอร์นิเจอร์ที่แหลมคมทั้งหมดจึงถูกหุ้มด้วยโฟม ในห้องนั่งเล่นก็จัดวางของน้อยลง เมื่อเย่เสี่ยวจิ่นเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น หลิวเยว่กับหลินจิงทั้งสองคนกำลังนั่งอยู่บนพรมในห้องนั่งเล่นเล่นกับเด็กสองคน
เย่จื้อผิงนั่งอยู่บนโซฟา ใบหน้าเต็มไปด้วยความเมตตา
หลี่ชุ่ยชุ่ยจูงมือเย่เสี่ยวจิ่นเข้ามา เสี่ยวเป่าวิ่งเข้ามากอดขาเย่เสี่ยวจิ่นทันที ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา “อาเล็ก เสี่ยวเป่าคิดถึงอาเล็กจัง~”
เธอตั้งใจเลียนแบบน้ำเสียงของเสี่ยวเป่า เจ้าตัวน้อยหยุดร้องไห้แล้วหัวเราะ กอดคอเย่เสี่ยวจิ่นไม่ยอมปล่อย
เย่เสี่ยวจิ่นยกของหนักเป็นร้อยกิโลกรัมได้ การอุ้มเด็กน้อยหนักยี่สิบสามสิบกิโลกรัมแบบนี้จึงเป็นเรื่องง่ายมาก
เสี่ยวเป่าชี้ไปที่น้องสาวสองคนบนพื้น “อาเล็ก เสี่ยวเป่ามีน้องสาวสองคนล่ะ~”
เด็กทั้งสองคนถูกเลี้ยงมาจนตัวขาวอ้วนกลม ดูแล้วหน้าตาคล้ายกันอยู่บ้าง
หลิวเยว่อุ้มเอ้อร์เป่าที่กำลังส่งเสียงอ้อแอ้ขึ้นมา “มานี่ หนูน้อย ดูซิใครกลับมา อัจฉริยะน้อยของบ้านเรากลับมาแล้ว!”
เย่เสี่ยวจิ่นให้ทางโรงเรียนโอนเงินรางวัลจากการแข่งขันเข้าบัญชีของหลี่ชุ่ยชุ่ยและครอบครัวโดยตรง
ดังนั้นพวกเขาจึงรู้แล้วว่าเย่เสี่ยวจิ่นชนะการแข่งขันอีกครั้ง
“มานี่ เอ้อร์เป่า มาซึมซับความเป็นอัจฉริยะจากอาเล็กหน่อย ต่อไปโตขึ้นจะได้ตั้งใจเรียน”
ทุกคนในครอบครัวมีความสุขกันอย่างเต็มเปี่ยม
เสิงหลานฮวาไปที่คอกเลี้ยงไก่และเป็ดในบ้านเพื่อฆ่าไก่และเป็ด จากนั้นก็ไปตลาดสดซื้อวัตถุดิบมากมายมาเลี้ยงดูเทพน้อยประจำบ้าน
เย่เสี่ยวจิ่นพยักหน้าแรง ๆ “อื้ม ๆ อาหารที่บ้านอร่อยที่สุด ฝีมือป้าหลานดีขึ้นเรื่อย ๆ เลย!”
เสิงหลานฮวายิ้มเขิน ๆ “ฉันเรียนรู้มาจากชุ่ยชุ่ยทั้งนั้นแหละ”
เย่เสี่ยวจิ่นหันไปชมหลี่ชุ่ยชุ่ย “แม่เก่งที่สุดเลย!”
หลี่ชุ่ยชุ่ยอดขำไม่ได้
“เมื่อวานเสี่ยวหวายโทรมาบอกว่าการฝึกงานที่นั่นจบก่อนกำหนด เขาเตรียมจะกลับมาทำงานที่อำเภอเชียนอิน”
อำเภอเชียนอินไม่ได้อยู่ห่างไกลนัก ปีนี้ก็พัฒนาได้ไม่เลว อีกทั้งเย่หวายก็อยากกลับมาช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ทั้งหมดในอำเภอเชียนอินให้หลุดพ้นจากความยากจน
เรื่องนี้ได้เขียนจดหมายบอกเย่เสี่ยวจิ่นไปแล้ว
หลังจากที่เย่เสี่ยวจิ่นรู้ว่าเย่จวินมีความคิดเช่นนี้ ในใจเธอก็มีแผนการแล้ว
ช่วงนี้ยุ่งกับการเรียน ระบบก็แทบจะกลายเป็นตัวโปร่งใส
วันต่อมา เย่หวายมาถึงอำเภอเชียนอิน ในช่วงบ่าย ทุกคนในครอบครัวยืนรออยู่ที่หน้าประตูบ้าน แต่เดิมคิดว่าเขาจะมาคนเดียว กลับไม่คิดว่าจะมีสาวน้อยคนหนึ่งตามหลังเขามาด้วย
และเป็นคนที่พวกเขารู้จัก
เย่เสี่ยวจิ่นมองคนที่มาด้วยความดีใจ “พี่สาวลู่ ทำไมพี่มาด้วยล่ะ?”
ลู่เชียนเชียนไว้ผมสั้นดูคล่องแคล่วน่ารักกะทัดรัด หล่อนจับแขนเย่หวายพลางพูดอย่างเป็นธรรมชาติว่า “จิ่นเป่า ฉันจับพี่สามของเธอได้แล้ว อีกไม่นานเธอก็ต้องเรียกฉันว่าพี่สะใภ้สามแล้วล่ะ”
ใบหน้าของเย่หวายแดงก่ำในทันทีเหมือนก้นลิง
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ว้าว ลู่เชียนเชียนสุดยอด ใช้วิธีไหนถึงจับใจเย่หวายได้ล่ะเนี่ย
ไหหม่า(海馬)
………………..