ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 567 ทราบความจริง
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 567 ทราบความจริง
บทที่ 567 ทราบความจริง
………………..
บทที่ 567 ทราบความจริง
เมื่อเผชิญหน้ากับคุณปู่เฉิงที่กำลังโกรธจัด ก็ไม่มีใครกล้าออกมาเผชิญหน้า
“เมื่อกี้ไม่ใช่พูดกันให้แซดว่าฉันลำเอียงให้เย่เสี่ยวจิ่นหรอกหรือ?” คุณปู่เฉิงพูดอย่างจริงจัง บรรยากาศรอบตัวเขาทำให้ผู้คนแทบหายใจไม่ออก “ตอนนี้กลายเป็นใบ้กันไปหมดแล้วหรือ?”
ในกลุ่มคน มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งก้าวออกมา กล่าวหาด้วยความโกรธแค้น
“มีอะไรจะไม่กล้าพูดกัน!”
“ผมสงสัยว่าการแข่งขันครั้งนี้มีการโกง เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะเก่งกว่าอาจารย์มู่ได้ยังไง!”
อาจารย์มู่ที่เขาพูดถึงก็คือ มู่หยวน ผู้ที่ได้อันดับสองในการแข่งขันครั้งนี้
สายตาทุกคนมองไปที่มู่หยวน
เขาดูอายุราว ๆ สี่สิบกว่าปี สวมเสื้อคลุมยาว ดูมีกลิ่นอายของนักปราชญ์อย่างเต็มเปี่ยม
ผู้คนอดไม่ได้ที่จะมองไปที่เย่เสี่ยวจิ่น
ไม่ว่าจะมองอย่างไร เย่เสี่ยวจิ่นก็ไม่ดูเหมือนคนที่จะได้อันดับหนึ่งเลย
สายตาของทุกคนเต็มไปด้วยความสงสัย
คุณปู่เฉิงรู้สึกหนักใจ
แม้เขาจะสามารถใช้วิธีการเด็ดขาดเพื่อทำให้คนพวกนี้หุบปากได้ในตอนนี้ แต่พอออกจากงานไปแล้ว พวกเขาก็จะยิ่งพูดเกินจริงมากขึ้น
จำเป็นต้องแก้ไขเรื่องนี้ให้จบลงอย่างเด็ดขาด
คุณปู่เฉิงเคาะไม้เท้าลงสองสามครั้งเพื่อข่มขวัญคนอื่น ๆ “เมื่อมีคนสงสัยในการจัดอันดับครั้งนี้ ก็ต้องทำตามกฎระเบียบ”
กฎของสมาคมคัดลายมือคือต้องให้ทุกคนในงานตรวจสอบผลงานทั้งสองชิ้นที่มีข้อสงสัยพร้อมกัน
โดยปิดบังชื่อผู้เขียน
เสิ่นหมินอันมองดูสถานการณ์จากบนเวทีสูง ถอนหายใจ “ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้มาหลายปีแล้ว”
“ไปจัดเตรียมการโหวตจากประชาชนกัน”
เสิ่นหมินอันอยากรู้จริง ๆ ว่าคนพวกนี้จะเลือกอย่างไร
เจ้าหน้าที่ในงานรีบจัดการให้ทุกคนเข้าแถว แต่ละคนถือบัตรลงคะแนนคนละหนึ่งใบ เข้าห้องลงคะแนนทีละคน
สุดท้ายจะนับว่าผลงานชิ้นไหนได้คะแนนมากกว่า
เฮ่อหมิงเยว่เป็นผู้เข้าแข่งขัน จึงไม่มีสิทธิ์ลงคะแนน
หล่อนนั่งอยู่บนเก้าอี้ มือกำชายกระโปรงแน่น ฟันขาวกัดริมฝีปากล่าง ในใจรู้สึกกระวนกระวายไม่หยุด
“นี่จะต้องมีการโกงแน่ ๆ!”
“ต่อให้เย่เสี่ยวจิ่นจะคัดลายมือดีแค่ไหน จะไปเทียบกับอาจารย์มู่ได้ยังไงกัน?”
หล่อนคิดวนเวียนอยู่ในใจ พยายามสะกดจิตตัวเอง
ไม่นานการลงคะแนนก็เสร็จสิ้น
เสิ่นหมินอัน คุณปู่เฉิง และคณะกรรมการผู้อาวุโสทั้งหลายยืนอยู่ด้านข้าง ให้เจ้าหน้าที่เปิดม่านห้องลงคะแนนต่อหน้าทุกคน
เจ้าหน้าที่เริ่มเปิดม่านต่อหน้าทุกคนก่อน
ให้ทุกคนตรวจสอบว่าหีบบัตรและผลงานไม่ได้ถูกสับเปลี่ยน
จากนั้นเจ้าหน้าที่สองคนจึงก้าวออกมาข้างหน้า จัดการนับคะแนนในหีบบัตร
สีหน้าของคณะกรรมการทั้งหมดดูไม่ค่อยดีนัก
พวกเขาย่อมรู้ดีในใจว่ามีการโกงหรือไม่
แม้พวกเขาจะไม่อยากยอมรับว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งสามารถเขียนตัวอักษรได้ดีขนาดนั้น แต่ความจริงก็อยู่ตรงหน้า
ผลลัพธ์ที่พวกเขาปรึกษากันมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลับถูกทุกคนตั้งข้อสงสัย
พูดว่าสงสัยแค่คุณปู่เฉิงลำเอียง แต่จริง ๆ แล้วก็เท่ากับด่าพวกเขาทั้งหมดไปด้วย
คนพวกนี้ต่างอัดอั้นตันใจกันทั้งนั้น
ผลงานของเย่เสี่ยวจิ่นเป็นสิ่งที่พวกเขาปรึกษากันมาอย่างถี่ถ้วน พวกเขามั่นใจมาก ถึงจะให้ประชาชนลงคะแนน ผลลัพธ์ก็ต้องมีแค่อย่างเดียวเท่านั้น!
ภาพด้านซ้าย ได้คะแนนรวม 236 คะแนน
ภาพด้านขวา ได้คะแนนรวม 72 คะแนน
ฝูงชนเริ่มส่งเสียงอื้ออึงขึ้นทันที
มู่หยวนที่อยู่ตรงมุมถอนหายใจเบา ๆ แอบออกจากที่ประชุมไปอย่างเงียบ ๆ ในตอนที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
การถูกเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เอาชนะไปหนึ่งวันก็ทำให้เขารู้สึกไม่ดีพออยู่แล้ว ไม่คิดว่าผู้ชมพวกนี้จะยังจะเรียกร้อง “ความยุติธรรม” ให้เขาอีก ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาหน้าเขาไปเหยียบย่ำกับพื้น
มู่หยวนไม่มีหน้าจะอยู่ต่อไปอีกแล้ว
แทบจะในทันทีที่เขาเดินจากไป เสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างอึกทึกก็ดังขึ้นจากฝูงชน
“ดูสิพวก คะแนน 72 กับ 236 มันต่างกันมากขนาดนี้ พิสูจน์ได้เลยว่าสายตาของพวกเราประชาชนนั้นแหลมคมแค่ไหน!”
“พูดถูกต้อง ผลงานที่ได้ 236 คะแนนต้องเป็นของอาจารย์มู่แน่นอน!”
“แค่มองตัวอักษรของอาจารย์มู่ก็รู้ได้เลยว่าลายมือนั้นชำนาญ เส้นสายพลิ้วไหวดั่งมังกร ดูก็รู้ว่าต้องเป็นฝีมือของผู้ที่ฝึกฝนมาหลายสิบปี!”
คุณปู่เฉิงกวาดตามองอย่างรวดเร็ว มุมปากมีรอยเยาะหยัน “รอให้เจ้าหน้าที่ประกาศก่อนดีกว่าว่าผลงานทั้งสองชิ้นนี้เป็นของใครกันแน่”
เจ้าหน้าที่สองคนพร้อมกันเปิดกระดาษขาวที่ปิดลายเซ็นตรงมุมล่างขวาออก
“ผลงานด้านซ้ายเป็นของ…เย่เสี่ยวจิ่น!”
“ผลงานด้านขวาเป็นของมู่หยวน!”
เสียงที่เคยฮือฮาพลันเงียบกริบไปทั้งห้อง
“นี่… นี่มันอะไรกัน?”
“ผลงานด้านซ้ายเป็นของเย่เสี่ยวจิ่นจริง ๆ หรือ?!”
“มันช่างเหลือเชื่อจริง ๆ!”
เสิ่นหมินอันเคาะโต๊ะ “ตอนนี้ทุกคนยังมีข้อคัดค้านอะไรอีกไหม?”
คนส่วนใหญ่ไม่มีใครส่งเสียงแล้ว
หลังจากเงียบไปสองวินาที ทุกคนก็เริ่มชื่นชมเย่เสี่ยวจิ่นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อวินาทีก่อนยังด่าอยู่ วินาทีถัดมาก็ชมกันเสียแล้ว
แม้แต่การเปลี่ยนหน้ากากในงิ้วปักกิ่งยังไม่เร็วขนาดนี้
พวกผู้ชายที่รับเงินจากเฮ่อหมิงเยว่เห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี รีบแอบหลบหนีไป เฮ่อหมิงเยว่หาทั่วทั้งห้องประชุมก็ไม่พบ
หล่อนโกรธจนใบหน้าเปลี่ยนสีไปหลายเฉด
เย่เสี่ยวจิ่นไม่ได้สนใจทางเฮ่อหมิงเยว่เลย หลังจากรับรางวัลแล้วก็บอกลาคุณปู่เฉิงแล้วรีบกลับโรงเรียนทันที
เพราะนัดทบทวนบทเรียนกับเฉียวเถียนหย่าและอวี๋จวิ้นเฟยไว้
คุณปู่เฉิงให้คนไปส่งเย่เสี่ยวจิ่นกลับ ส่วนตัวเองอยู่ที่นั่นต่อ
“เสิ่นหมินอัน” สีหน้าเขาเคร่งเครียด “เอากล้องวงจรปิดของห้องประชุมวันนี้มาให้ฉันดูหน่อย”
เรื่องที่เย่เสี่ยวจิ่นได้ที่หนึ่งนี้ทำให้ทุกคนประหลาดใจจริง ๆ
ผลงานของเย่เสี่ยวจิ่นหายไปโดยไม่มีสาเหตุ และเมื่อรวมกับเหตุการณ์วันนี้ หากคุณปู่เฉิงยังมองไม่ออกว่ามีคนคอยก่อกวนอยู่เบื้องหลัง ก็เท่ากับว่าเขามีชีวิตอยู่มาหลายปีโดยเปล่าประโยชน์
จนกระทั่งตะวันใกล้ตกดินในยามเย็น เขาจึงเดินออกมา
คุณปู่เฉิงมองแสงสนธยาอันงดงามที่ขอบฟ้า ดวงตาฝ้าฟางของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวังและความเศร้าโศก
ผ่านไปครู่ใหญ่ ริมฝีปากของเขาขยับเบา ๆ เสียงแผ่วเบา “หัวหน้าคนรับใช้ พาหมิงเยว่มาที่ตระกูลเฉิง”
ก่อนขึ้นรถ เขาหยุดชั่วครู่แล้วพูดว่า “เรียกเย่เสี่ยวจิ่นมาด้วย”
เฮ่อหมิงเยว่ไม่ได้กลับมหาวิทยาลัยเลย
หัวหน้าคนรับใช้ไปที่คณะเรียนแต่หาตัวไม่พบ คุณปู่เฉิงจึงสั่งให้คนในตระกูลออกตามหา และพบว่าเฮ่อหมิงเยว่อยู่ที่บ้านสายรอง
ตั้งแต่เมื่อใดกันที่เฮ่อหมิงเยว่สนิทสนมกับบ้านสายรองขนาดนี้
เฉิงซิงฉีเป็นคนพาเฮ่อหมิงเยว่มาด้วยกัน
ดวงตาของเฮ่อหมิงเยว่แดงก่ำราวกับเพิ่งร้องไห้มา
เสียงของหล่อนแผ่วเบาอ่อนโยน แฝงด้วยความน้อยใจ “คุณปู่เฉิง ท่านเรียกหนูมามีธุระอะไรหรือคะ”
หล่อนดูจะรู้สึกผิด ไม่กล้าเงยหน้ามองคุณปู่เฉิง “คุณปู่เฉิง หนูขอโทษ ที่ทำให้คุณปู่ต้องขายหน้า”
เฮ่อหมิงเยว่รอให้คุณปู่เฉิงพูดว่า “ไม่เป็นไร” เพื่อที่ตนจะได้ฉวยโอกาสขอผลประโยชน์บางอย่างจากคุณปู่เฉิง
แต่ไม่คาดคิด คุณปู่เฉิงกลับพูดว่า “เธอยังรู้ตัวอีกหรือว่าทำให้ฉันขายหน้า?”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
จะว่าเจ็บมันก็เจ็บนะ แต่ความจริงที่ว่าคุณหนูเฮ่อเป็นคนก่อความวุ่นวายมันก็อยู่ตรงหน้าแล้วอะคุณปู่
ไหหม่า(海馬)
………………..