ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 566 ถูกสงสัยว่ามีการช่วยเหลือ
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 566 ถูกสงสัยว่ามีการช่วยเหลือ
บทที่ 566 ถูกสงสัยว่ามีการช่วยเหลือ
………………..
บทที่ 566 ถูกสงสัยว่ามีการช่วยเหลือ
การแข่งขันดำเนินไปอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมงก็ถึงคิวของเย่เสี่ยวจิ่น
เมื่อได้ยินชื่อของตัวเอง เย่เสี่ยวจิ่นเก็บหนังสือใส่กระเป๋าแล้วเดินไปที่เวทีการแข่งขัน
มีผู้เข้าแข่งขันสิบคนแข่งพร้อมกัน
หลังจากเขียนตัวอักษรเสร็จ คณะกรรมการสิบกว่าคนจะให้คะแนนในที่แข่งขัน แล้วนำคะแนนมาหาค่าเฉลี่ย
บนเวทีมีโต๊ะสิบตัว เย่เสี่ยวจิ่นหาโต๊ะที่มีชื่อของเธอติดอยู่
ด้านซ้ายบนมีกระดาษสี่เหลี่ยมแผ่นหนึ่ง นั่นคือตัวอักษรที่พวกเธอต้องเขียน
เย่เสี่ยวจิ่นหยิบขึ้นมาดูแล้วเม้มริมฝีปาก
บนกระดาษมีตัวอักษรจีนตัวเต็มห้าตัวที่มีขีดเยอะมาก ถ้าเขียนไม่ดีแค่ตัวเดียวก็จะกลายเป็นหายนะทันที
สีหน้าของคนรอบข้างต่างก็เปลี่ยนเป็นไม่ดีในทันที
ที่โต๊ะกรรมการ เสิ่นหมินอันนั่งอยู่ข้าง ๆ คุณปู่เฉิง เอียงหน้าเล็กน้อยแล้วกระซิบว่า “คุณท่านเฉิง ตอนนี้คะแนนสูงสุดอยู่ที่ 7.8 คะแนน ท่านคิดว่าเย่เสี่ยวจิ่นจะทำคะแนนเกินนี้ได้ไหม?”
คุณปู่เฉิงพิงเก้าอี้อย่างสบาย ๆ “ยังต้องถามด้วยหรือ?”
เสิ่นหมินอันชะงักไปเล็กน้อย แล้วรีบยิ้มพูดว่า “ใช่ ๆๆ ผมเกือบจะพูดผิดไปแล้ว”
เฮ่อหมิงเยว่ที่อยู่ด้านล่างเวที จ้องมองเย่เสี่ยวจิ่นไม่วางตา
หล่อนตั้งใจจะสร้างความวุ่นวายกับพู่กันและกระดาษ แต่การรักษาความปลอดภัยของสมาคมคัดลายมือกลับเข้มงวดขึ้นมาก คนที่หล่อนจ้างมาถึงกับเข้าใกล้ไม่ได้เลย
ได้แต่มองดูเย่เสี่ยวจิ่นเขียนตัวอักษรจนเสร็จอย่างราบรื่น
เฮ่อหมิงเยว่หลุบตาลง
ไม่เป็นไร หล่อนยังมีแผนอื่นอีก
เวลาทั้งหมดหกนาที พอถึงนาทีที่ห้า ผู้เข้าแข่งขันทั้งสิบคนบนเวทีต่างวางพู่กัน
เจ้าหน้าที่เก็บผลงานของพวกเขาทีละคน นำไปส่งให้คณะกรรมการ
เย่เสี่ยวจิ่นยืนรออย่างเบื่อหน่าย หาวออกมาครั้งหนึ่ง
ผ่านไปสามนาที
“ทุกคนเงียบหน่อย”
“ผลการแข่งขันรอบนี้ออกแล้ว”
“เฉินชุ่น คะแนนสูงสุด 8.2 คะแนนต่ำสุด 7.2 คะแนนเฉลี่ยรวม 7.9”
“หลี่เย่าจง…”
“…”
หลังจากอ่านครบเก้าคนแล้ว สุดท้ายก็มาถึงคิวของเย่เสี่ยวจิ่น
“เย่เสี่ยวจิ่น”
เสิ่นหมินอันเงยหน้ามองไปที่เย่เสี่ยวจิ่นบนเวที “คะแนนสูงสุด 9.5 คะแนนต่ำสุด 9.2 คะแนนเฉลี่ยรวม 9.4”
นี่มันเกินความคาดหมายไปมากเลยนี่!
ในดวงตาของเฮ่อหมิงเยว่ฉายแววอิจฉาอย่างลึกซึ้ง
เย่เสี่ยวจิ่นได้ถึง 9.4 คะแนน?!
พอได้ยินคำพูดนี้ คนที่นั่งล้อมรอบเฮ่อหมิงเยว่ก็เพิ่งจะรู้สึกตัวและตอบสนอง
มันไม่ถูกต้องนี่
“เย่เสี่ยวจิ่นลูกศิษย์ของท่านเฉิงก็อยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือ?”
“คนบนเวทีนั่นเป็นใครกัน?”
แต่เมื่อเห็นว่าคุณปู่เฉิงไม่ได้พูดอะไร คนอื่น ๆ ก็รู้สึกว่าอาจจะมีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ชายหนุ่มคนหนึ่งมองไปที่เฮ่อหมิงเยว่ด้วยความสงสัยและถามว่า “คุณไม่ใช่ลูกศิษย์ของท่านเฉิงหรือ?”
เฮ่อหมิงเยว่ยิ้มบาง ๆ “คุณปู่เฉิงเป็นอาจารย์ของฉันค่ะ”
เฮ่อหมิงเยว่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แต่ดวงตากลับหม่นลง “พวกคุณรู้จักเย่เสี่ยวจิ่นกันทุกคนเลยหรือ? คุณปู่เฉิงมีลูกศิษย์สองคน…”
ชายคนนั้นชะงักอีกครั้ง
“นี่… นี่…”
“แล้วคุณคือ?”
“เฮ่อหมิงเยว่” เธอยิ้มขมขื่นที่มุมปาก ทำให้คนมองอดรู้สึกสงสารไม่ได้
“สมแล้วที่ทุกคนสนใจแต่น้องเสี่ยวจิ่นเท่านั้น…”
ชายคนนั้นคิดว่ามันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว
ทุกคนย่อมสนใจแต่คนที่ได้ที่หนึ่งเท่านั้น
เมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดของเฮ่อหมิงเยว่ พวกเขาก็รู้สึกว่าตัวเองทำไม่ถูก
น้ำเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ราวกับกำลังปลอบหล่อน “คุณเหอ อย่าเสียใจไปเลย คุณก็เก่งมากนะ การที่ได้เป็นศิษย์ของคุณท่านเฉิงก็เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากแล้ว”
ความงามของหญิงสาวที่กำลังร้องไห้ช่างงดงามเหลือเกิน คนพวกนั้นแทบจะเคลิ้มไปกับภาพตรงหน้า “จ…จริงครับ”
เฮ่อหมิงเยว่ยิ้มอย่างอ่อนโยน ทำท่าเหมือนได้รับการปลอบใจ “ขอบคุณพวกคุณนะคะ ตอนนี้ฉันรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว”
เย่เสี่ยวจิ่นที่อยู่บนเวทีรู้สึกเบื่อ เผลอมองมาทางเฮ่อหมิงเยว่พอดี และได้เห็นภาพเหตุการณ์นี้
มุมปากกระตุกอย่างอดไม่ได้
เฮ่อหมิงเยว่กำลังแสดงละครอะไรอีกแล้วล่ะ?
หล่อนชอบที่เห็นผู้ชายหลงใหลในตัวหล่อนขนาดนั้นเลยเหรอ?
คิดไม่ออกจริง ๆ คิดไม่ออกเลย
หลังจากเสิ่นหมินอันอ่านคะแนนจบ เย่เสี่ยวจิ่นรีบลงจากเวทีและกลับไปอ่านหนังสือที่มุมเล็ก ๆ
เธอยังต้องรอให้คนที่เหลือแข่งขันกันให้จบก่อน
สายตาของเฮ่อหมิงเยว่ไม่เคยละไปจากเย่เสี่ยวจิ่นเลย แม้แต่ตอนที่เธอขึ้นเวที หล่อนก็ยังจ้องมองอีกฝ่ายตลอด
แต่กลับพบว่าเย่เสี่ยวจิ่นไม่มีทีท่าจะเงยหน้ามาดูการแข่งขันของหล่อนเลย
เย่เสี่ยวจิ่นกล้าเมินเฉยต่อหล่อนแบบนี้!
เฮ่อหมิงเยว่บีบพู่กันในมือแน่นโดยไม่รู้ตัว ส่วนคุณปู่เฉิงที่นั่งอยู่ในที่นั่งคณะกรรมการสังเกตเห็นหล่อนตลอด
เขาขมวดคิ้ว
เกิดอะไรขึ้นกับเฮ่อหมิงเยว่? เมื่อครู่ดูเหมือนจะมีไอสังหารรุนแรงมาก
แต่พอเขามองดูอีกครั้งอย่างถี่ถ้วนก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ
คุณปู่เฉิงส่ายหน้าอย่างขบขัน
หมิงเยว่เป็นเด็กใจดีและบริสุทธิ์ เป็นไปได้อย่างไรที่จะแสดงสีหน้าแบบนั้น
คงเป็นเพราะเขาตาฝาดไปแน่ ๆ
คะแนนเฉลี่ยสุดท้ายของเฮ่อหมิงเยว่คือ 8.6 คะแนน ซึ่งถือว่าดีมากในบรรดาผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย
มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ได้คะแนนเฉลี่ยมากกว่า 9 คะแนน คนหนึ่งคือเย่เสี่ยวจิ่นและอีกคนคือชายวัยกลางคนที่มีชื่อเสียงพอสมควร
เฮ่อหมิงเยว่อยู่ในอันดับที่หก ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่เกินความคาดหมายของคุณปู่เฉิง
คุณปู่เฉิงรู้สึกพอใจกับผลงานของหล่อนมาก
แต่ในใจของเฮ่อหมิงเยว่กลับรู้สึกเจ็บปวดราวกับกำลังกระอักเลือด
ทุกคนมีแต่จับจ้องสายตาไปที่เย่เสี่ยวจิ่น
ทั้งที่มันควรจะเป็นของหล่อน ทำไมถึงถูกเย่เสี่ยวจิ่นแย่งไปหมด?!
เฮ่อหมิงเยว่รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก หล่อนนั่งอยู่ด้านข้าง มองดูเย่เสี่ยวจิ่นที่ถูกนักข่าวห้อมล้อม ดวงตาเต็มไปด้วยความริษยา
จากนั้นก็มองไปที่มุมหนึ่ง
คุณปู่เฉิงถูกผู้คนล้อมรอบเพื่อแสดงความยินดี
ท่ามกลางเสียงแสดงความยินดีที่กลมเกลียว จู่ ๆ ก็มีเสียงสงสัยที่แปลกแยกดังขึ้น
“ผู้เข้าร่วมการแข่งขันคัดลายมือครั้งนี้ล้วนเป็นนักคัดลายมือที่มีชื่อเสียงจากทั่วประเทศ แล้วทำไมเย่เสี่ยวจิ่นเด็กสาวที่เพิ่งเริ่มต้นคัดถึงได้ชนะเลิศการแข่งขันครั้งนี้ล่ะ?”
“คุณท่านเฉิงเป็นผู้ตัดสินหลักในการแข่งขันครั้งนี้ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะลำเอียงให้ศิษย์ของตัวเองก็ได้…”
คำพูดของคนผู้นี้เหมือนระเบิดที่ถูกโยนลงบนผิวน้ำที่เงียบสงบ
ทำให้คนอื่น ๆ ที่ไม่พอใจต่างพากันออกมาแสดงความคิดเห็น
“ยัยหนูเย่เสี่ยวจิ่นนี่อายุเท่าไหร่กัน? สิบกว่าขวบใช่ไหม? คนที่ได้ที่สองอายุตั้งสี่สิบแล้ว ผู้ชายอายุสี่สิบโดนเด็กสาวอายุสิบกว่าขวบเอาชนะ มันช่างเหลือเชื่อเกินไปแล้ว”
“การเขียนพู่กันไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว มันต้องสั่งสมมาเป็นเวลานาน ฉันไม่ค่อยเชื่อหรอกว่าเด็กที่กินข้าวยังไม่ทันครบหลายปีดีจะมีความสามารถขนาดนั้น”
คำพูดนี้สร้างความปั่นป่วนขึ้นมาทันที
คนอื่น ๆ ต่างก็โกรธแค้น กล่าวหาว่าคุณปู่เฉิงว่าลำเอียงให้เย่เสี่ยวจิ่น
“ถ้าจะบอกว่าไม่มีอะไรไม่ชอบมาพากลเลย ฉันไม่เชื่อหรอก”
คุณปู่เฉิงโกรธจัด เอาไม้เท้าเคาะพื้นหลายที “ใครกล้าสงสัยว่าฉันลำเอียงให้เย่เสี่ยวจิ่น? ออกมาเดี๋ยวนี้!”
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
ลองให้จิ่นเป่าพิสูจน์ดูให้เห็นกับตาไหมล่ะพวกปากปีจอ ถ้ามีปากแล้วพูดไม่ดีก็เก็บไว้กินข้าวอย่างเดียวเถอะค่ะ
ไหหม่า(海馬)
………………..