ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 565 มีคนกำลังนินทาคุณอยู่ ....................
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 565 มีคนกำลังนินทาคุณอยู่ ....................
บทที่ 565 มีคนกำลังนินทาคุณอยู่
………………..
บทที่ 565 มีคนกำลังนินทาคุณอยู่
ร้านหนังสือหน้าประตูโรงเรียนจะได้รับหนังสือพิมพ์ในเวลาแปดโมงเช้าของทุกวัน
พอถึงเวลาแปดโมงครึ่งหลังเลิกเรียน เฉียวเถียนหย่าก็รีบลากเย่เสี่ยวจิ่นวิ่งไปที่ประตูมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว
“เสี่ยวจิ่น รีบ ๆ หน่อย ถ้าช้าแล้วหมดนี่แย่เลยนะ!”
เย่เสี่ยวจิ่นพูดอย่างจนปัญญา “มีนักเรียนในมหาวิทยาลัยไม่กี่คนหรอกที่จะซื้อหนังสือพิมพ์”
แต่ไม่คิดว่าพอพวกเธอไปถึงร้านหนังสือ เจ้าของร้านก็บอกว่าหนังสือพิมพ์ขายหมดแล้ว!
เฉียวเถียนหย่าไม่อยากจะเชื่อ “ไม่จริง ๆ นี่มันไม่เข้าท่าเลย”
เจ้าของร้านพูดอย่างดีใจที่ขายดี “ร้านผมสั่งหนังสือพิมพ์มาแค่ร้อยฉบับต่อวัน เมื่อกี้มีนักศึกษาชายคนหนึ่งซื้อไปหมดเลย”
“ดูเหมือนจะเป็นนักศึกษาชั้นนานาชาติคณะการเงินอะไรนั่น…”
เย่เสี่ยวจิ่นเข้าใจแล้ว
เย่เสี่ยวจิ่นแต่เดิมไม่ได้สนใจเฮ่อหมิงเยว่เลย แต่ตอนนี้เธอรำคาญหล่อนแทบตาย
เฉียวเถียนหย่าบ่นอย่างไม่พอใจ “พวกชั้นนานาชาตินี่สมองมีปัญหาหรือไง? ซื้อหนังสือพิมพ์เยอะขนาดนั้นเอาไปทำกระดาษชำระหรือไง?”
ทั้งสองคนที่จะมาซื้อหนังสือพิมพ์รู้สึกผิดหวังอย่างมาก เย่เสี่ยวจิ่นจึงโทรหาคุณปู่เฉิง
“เสี่ยวจิ่น บังเอิญจังเลย ปู่ก็กำลังจะโทรหาเธออยู่พอดี”
เย่เสี่ยวจิ่นพูดเสียงหวานว่า “คุณปู่เฉิงคะ นี่คงเป็นเพราะเราสองคนมีใจตรงกันแน่เลย”
“ฮ่า ๆๆๆ” คุณปู่เฉิงหัวเราะชอบใจ “ยินดีด้วยนะ เสี่ยวจิ่นของเราได้อันดับหนึ่งในการแข่งขันคัดลายมือรอบแรกครั้งนี้ล่ะ!”
“วันไหนที่เธอว่าง มาฉลองที่บ้านปู่เฉิงกันนะ”
ระบบก็ชมว่าเย่เสี่ยวจิ่นเขียนได้ดี เย่เสี่ยวจิ่นก็คิดว่าผลงานคงไม่แย่
แต่ไม่คิดว่าจะได้ที่หนึ่ง!
เธอถึงกับตกใจ
หลังจากวางสาย เฉียวเถียนหย่าที่นั่งกลั้นเสียงอยู่บนเก้าอี้ก็รีบถามอย่างใจร้อน “เป็นไงบ้างเสี่ยวจิ่น เธอได้ที่เท่าไหร่”
เย่เสี่ยวจิ่นยิ้มพลางชูนิ้วเป็นเลข “1”
เฉียวเถียนหย่าตาโตด้วยความดีใจ เอามือปิดปาก “อ๊าาาา! เยี่ยมมากเลย!”
“ไป ๆๆ รีบไปบอกข่าวดีนี้ให้อวี๋จวิ้นเฟยรู้กัน”
พวกเธอต่างดีใจกันถ้วนหน้า
ส่วนเฮ่อหมิงเยว่ดูหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด
หล่อนเป็นคนสั่งให้คนไปซื้อหนังสือพิมพ์เหล่านั้นมา
การแข่งขันคัดลายมือครั้งนี้ถือเป็นการแข่งขันใหญ่ ได้รับการจัดพื้นที่เต็มหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์
ชื่อของผู้ชนะสามอันดับแรกถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นหลายเท่า
ที่สะดุดตาที่สุดคือชื่อของเย่เสี่ยวจิ่นผู้ได้รางวัลชนะเลิศ
เฮ่อหมิงเยว่จ้องมองตัวอักษรสามตัวที่เขียนว่า “เย่เสี่ยวจิ่น” บนหนังสือพิมพ์จนตาแดงก่ำ
หล่อนหยิบมีดเล่มเล็กออกมาจากที่ไหนสักแห่ง แค่นหัวเราะเยาะพลางกรีดลงบนหนังสือพิมพ์อย่างแรง!
หล่อนนั่งอยู่บนสนามหญ้าด้านหลังคณะการเงิน พิงต้นไม้ใหญ่ มือยังคงกรีดแทงหนังสือพิมพ์ซ้ำไปซ้ำมา สีหน้าดูน่ากลัวจนกล่าวได้ว่าเหี้ยมเกรียม
ส่วนเย่เสี่ยวจิ่นที่อยู่ไกลถึงคณะคณิตศาสตร์ จู่ ๆ ก็รู้สึกหนาวสะท้านที่แผ่นหลัง ราวกับมีใครกำลัง “คิดถึง” เธออยู่
“ฮัดเช้ย!”
เฉียวเถียนหย่าและอวี๋จวิ้นเฟยที่เดินอยู่ข้าง ๆ หันมามองพร้อมกันแล้วถามว่า “เสี่ยวจิ่น เป็นหวัดเหรอ?”
เย่เสี่ยวจิ่นสูดจมูกแล้วส่ายหน้า “ไม่มีอะไรหรอก…”
เฉียวเถียนหย่ายื่นมือมาแตะที่หน้าผากของเธอ แล้วเอามาเทียบกับหน้าผากตัวเอง “ไม่ได้เป็นหวัดนี่”
“คงมีคนกำลังนินทาเธออยู่แน่ ๆ”
“บางทีอาจจะเป็นคนในครอบครัวที่คิดถึงเธอก็ได้”
พูดถึงเรื่องนี้ ในดวงตาของเฉียวเถียนหย่าก็ผ่านแววอารมณ์หม่นหมองไปวูบหนึ่ง
“พูดถึงตอนนี้ พวกเรามาเรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งกันสองเดือนกว่าแล้ว อีกไม่นานก็จะครบสามเดือน คนที่ส่งจดหมายท้าจากต่างประเทศก็คงจะมาถึงในเร็ว ๆ นี้”
การแข่งขันคัดลายมือรอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันเสาร์หน้า
เดิมทีเย่เสี่ยวจิ่นไม่ได้ตั้งใจจะเอาที่หนึ่งเลย
แต่ตอนนี้เธอเปลี่ยนใจแล้ว
วันเสาร์นั้นเย่เสี่ยวจิ่นขอลากิจกับเสิงซิ่งเสียน
คุณปู่เฉิงก็ส่งรถมารับเธอแต่เช้าตรู่
เฮ่อหมิงเยว่เรียนเสร็จวันศุกร์ก็ย้ายไปพักที่บ้านสกุลเฉิง ถึงตอนเช้าก็ไปสถานที่แข่งขันพร้อมกับคุณปู่เฉิงแล้ว
คนที่มารับเย่เสี่ยวจิ่นคือคนขับรถของตระกูลเฉิง
เย่เสี่ยวจิ่นขึ้นรถ
ยี่สิบนาทีต่อมา รถก็จอดที่หน้าสถานที่จัดการแข่งขัน
“คุณหนูเย่” คนขับรถหันมามองเธอ “มาถึงแล้วครับ ผมจะส่งคุณแค่ตรงนี้ คุณเดินเข้าไปได้เลย”
เย่เสี่ยวจิ่นกล่าวขอบคุณเขาอย่างสุภาพ แล้วเดินเข้าไปในสถานที่จัดงาน
คุณปู่เฉิงและเฮ่อหมิงเยว่มาถึงก่อนเย่เสี่ยวจิ่นเพียงเล็กน้อย
ทุกคนเมื่อเห็นคุณปู่เฉิง ต่างก็มีดวงตาเป็นประกาย รีบวิ่งเข้ามาล้อมวง
“อาจารย์เฉิง ทำไมครั้งนี้ท่านถึงกลับมาล่ะครับ?”
“คนนี้คงเป็นศิษย์ของอาจารย์เฉิงใช่ไหมครับ? นอกจากมีความสามารถแล้ว ยังสวยอีกด้วย”
เฮ่อหมิงเยว่ได้ยินคำชมรอบข้าง รอยยิ้มที่มุมปากก็ยิ่งลึกขึ้น
แม้จะไม่ชอบการประจบประแจงของคนพวกนี้ แต่ครั้งนี้พวกเขาชมศิษย์ของตน คุณปู่เฉิงก็รู้สึกพอใจ
ในใจแอบภูมิใจ
“อาจารย์เฉิง คุณช่างเป็นคนที่เงียบแต่พอทำอะไรก็ทำให้ทุกคนตะลึง หลายปีที่ไม่ได้กลับมาเมืองหลวง พอกลับมาก็พาลูกศิษย์อันดับหนึ่งมาด้วยเลย!”
“ใช่ ๆ”
สายตาของทุกคนจับจ้องมาที่เฮ่อหมิงเยว่
เฮ่อหมิงเยว่ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
คุณปู่เฉิงก็เช่นกัน
ทำไมคำพูดพวกนี้ฟังดูแปลก ๆ
คนพวกนี้เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า
ขณะที่คุณปู่เฉิงกำลังจะเอ่ยปากอธิบาย เฮ่อหมิงเยว่ก็คว้ามือเขาไว้ทันที “คุณปู่เฉิง หนูเหมือนได้ยินประธานเสิ่นเรียกคุณปู่น่ะ”
“อ้อ จริงเหรอ?” ความสนใจของคุณปู่เฉิงถูกเบี่ยงเบนไปทันที “งั้นเธออยู่ตรงนี้ก่อนนะ ฉันขอไปดูหน่อย”
พอคุณปู่เฉิงจากไป ชายหนุ่มหลายคนก็พากันเข้ามารุมล้อม สายตาแทบจะเกาะติดอยู่ที่เฮ่อหมิงเยว่
แม้ว่าสายตาเหล่านี้จะทำให้เฮ่อหมิงเยว่รู้สึกถูกล่วงเกิน แต่ในใจกลับเพลิดเพลินกับการเป็นจุดสนใจของทุกคน
หล่อนเกิดมาก็ควรจะเป็นแบบนี้
เย่เสี่ยวจิ่นเดินตามป้ายบอกทางมาเรื่อย ๆ พอเข้ามาในห้องประชุมก็เห็นเฮ่อหมิงเยว่ถูกผู้คนห้อมล้อมอยู่ตรงกลาง
หล่อนแสร้งยิ้มแบบที่คุ้นเคย
เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกขนลุก เลยหาที่นั่งค่อนข้างเงียบสงบในมุมที่ไม่มีคน แล้วหยิบสมุดแบบฝึกหัดเล่มหนาออกมาจากกระเป๋า
ถึงจะลาเรียน แต่ก็ไม่ควรทิ้งการเรียน
เธอกำลังตั้งหน้าตั้งตาเขียน ในขณะที่เฮ่อหมิงเยว่กำลังถูกคนประจบประแจง
ผ่านไปประมาณสิบกว่านาที ห้องประชุมก็เงียบลงทันที เย่เสี่ยวจิ่นละสมาธิจากงานตรงหน้า เห็นคณะกรรมการนั่งเรียงแถวอยู่บนเวทีสูง
โดยคนที่นั่งตรงกลางคือคุณปู่เฉิง
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งลุกขึ้นยืน ประกาศกฎการแข่งขัน
“กฎการแข่งขันง่ายมาก ทุกคนเขียนตัวอักษรตามที่กำหนด แล้วคณะกรรมการจะตัดสินกันที่หน้างาน”
กฎนี้ฟังดูไม่ยากเท่าใด
แค่เขียนตัวอักษรไม่กี่ตัว น่าจะจบได้เร็ว ๆ
ลำดับการแข่งขันถูกกำหนดด้วยการจับฉลาก เย่เสี่ยวจิ่นไปจับฉลากและได้ตำแหน่งกลาง ๆ
ก็ถือว่าไม่เลวนัก
หลังจากจับฉลากเสร็จ เธอก็กลับมายังที่เดิม ไม่สนใจสถานการณ์การแข่งขันของคนอื่น ก้มหน้าก้มตาฝึกฝนต่อไป
เย่เสี่ยวจิ่นแทบจะไม่มีตัวตนเลย
ในขณะที่เฮ่อหมิงเยว่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม
ทุกคนคิดว่าหล่อนคือศิษย์ที่ได้อันดับหนึ่งของอาจารย์เฉิงที่ชื่อ “เย่เสี่ยวจิ่น” จนแทบจะยกย่องหล่อนขึ้นไปถึงสวรรค์
แม้ในใจเฮ่อหมิงเยว่จะเต็มไปด้วยความริษยา แต่หล่อนก็เพลิดเพลินกับความรู้สึกที่ถูกทุกคนยกย่องเชิดชู
หล่อนเป็นคนฉลาด ตั้งแต่ต้นจนจบไม่เคยพูดอะไรสักคำ และไม่เคยยอมรับว่าตัวเองคือ “เย่เสี่ยวจิ่น”
ดังนั้นต่อให้ภายหลังทุกคนรู้ว่าหล่อนไม่ใช่ มันก็ไม่เกี่ยวกับหล่อน ใช่ไหมล่ะ?
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
เอาที่หนึ่งมาดับมั่นยัยคุณหนูเฮ่อสักหน่อยสิจิ่นเป่า ให้รู้รสชาติของความพ่ายแพ้เสียบ้าง ไม่งั้นก็ยังเป็นคุณหนูเอาแต่ใจทำตัวเป็นศูนย์กลางจักรวาลอยู่
ไหหม่า(海馬)
………………..