ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 564 ใบหน้าที่เสแสร้งแกล้งทำ ....................
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 564 ใบหน้าที่เสแสร้งแกล้งทำ ....................
บทที่ 564 ใบหน้าที่เสแสร้งแกล้งทำ
………………..
บทที่ 564 ใบหน้าที่เสแสร้งแกล้งทำ
เฮ่อหมิงเยว่จับประเด็นสำคัญได้สองอย่าง
คุณปู่เฉิงไปที่สมาคมคัดลายมือ
และอยู่ที่นั่นทั้งวัน
มือที่วางอยู่ใต้โต๊ะของหล่อนกำแน่นขึ้นทันที
แต่บนใบหน้ายังคงรักษารอยยิ้มไว้ “คงเป็นเพราะคุณปู่เฉิงมีธุระสำคัญต้องจัดการน่ะค่ะ”
“น่าจะเป็นอย่างนั้น ปกติท่านไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของสมาคมคัดลายมือเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าครั้งนี้เป็นอะไร…” อู๋ชุ่ยพึมพำ แล้วมองไปที่เฮ่อหมิงเยว่พลางขมวดคิ้วเรียวมุ่น “ท่านไม่ได้รับศิษย์มาสองคนหรอกหรือ? ทำไมมีแต่เธอมาทุกวัน?”
เฮ่อหมิงเยว่ยิ้มพลางตอบว่า “ศิษย์อีกคนที่คุณปู่เฉิงรับมาชื่อเย่เสี่ยวจิ่น บ้านเกิดหล่อนอยู่ในหมู่บ้านบนภูเขา ถึงจะมีความสามารถบางอย่างที่ทำให้คุณปู่เฉิงสนใจ แต่หล่อนคงไม่ค่อยเข้าใจกฎระเบียบของพวกเรา ป้าอู๋อย่าไปถือสาหล่อนเลยนะคะ”
คำพูดของเฮ่อหมิงเยว่นี้กำลังบอกอู๋ชุ่ยอย่างชัดเจนว่าเย่เสี่ยวจิ่นเป็นแค่คนบ้านนอกที่ไม่รู้กฎระเบียบ
คำบ่นโดยไม่ตั้งใจของอู๋ชุ่ยกลับทิ่มแทงเข้าที่หัวใจของเฮ่อหมิงเยว่
หล่อนประจบประแจงคุณปู่เฉิงมาหลายปี คุณปู่เฉิงก็ไม่เคยยอมรับหล่อนเป็นศิษย์ แต่กลับเป็นเย่เสี่ยวจิ่นคนนั้น!
ท่านผู้เฒ่าเฉิงเพียงแค่เห็นเธอเขียนตัวอักษร ก็ต้องการรับเธอเป็นศิษย์ทันที
สำหรับเฮ่อหมิงเยว่แล้วมันเป็นเรื่องน่าอับอายขายหน้าอย่างที่สุด
สิ่งที่หล่อนต้องใช้ความพยายามอย่างหนักถึงจะได้มา แต่เย่เสี่ยวจิ่นกลับได้มาอย่างง่ายดาย
เฉิงซิงฉีคอยตักอาหารให้เฮ่อหมิงเยว่อย่างเอาอกเอาใจ สายตาแทบจะเกาะติดอยู่บนใบหน้าของหล่อน
เฮ่อหมิงเยว่นึกรังเกียจในใจ แต่บนใบหน้ากลับแสดงรอยยิ้มเขินอายออกมา ทำท่าทางเหมือนกับรู้สึกกระดากอาย
ทำให้หัวใจของเฉิงซิงฉีเต้นผิดจังหวะไปอีกครั้ง
หลังจากกินข้าวเสร็จ เฮ่อหมิงเยว่เสนอว่าจะไปเยี่ยมท่านผู้เฒ่าที่เรือนหลัก เฉิงซิงฉีก็ตามไปด้วย
ที่เรือนหลัก ท่านผู้เฒ่าเฉิงเพิ่งรับประทานอาหารเย็นเสร็จ ตอนนี้กำลังนั่งครุ่นคิดอยู่บนโซฟา
“คุณปู่เฉิงคะ” เฮ่อหมิงเยว่เอ่ยเสียงอ่อนโยน “หนูมาเยี่ยมคุณปู่แล้วค่ะ”
“หมิงเยว่นี่เอง” ท่านผู้เฒ่าเฉิงเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียง “หนูมาได้ยังไง?”
“ตอนเย็นว่าง หนูผ่านร้านฉวนจวี้ฝูพอดี นึกขึ้นได้ว่าป้าอู๋ชอบกินเป็ดย่าง เลยซื้อมาฝากค่ะ” เฮ่อหมิงเยว่พูดพลางหยิบถุงของขวัญเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋า
“หนูเอาของขวัญมาฝากคุณปู่ด้วยค่ะ”
“นี่เป็นชาล้ำค่าที่เพื่อนร่วมชั้นของฉันนำกลับมาจากต่างประเทศค่ะ เขาบอกว่ารสชาติดีมาก ฉันเลยตั้งใจนำมาให้คุณปู่ชิม”
ในถุงของขวัญเล็ก ๆ มีชากระป๋องขนาดเล็กอยู่หลายกระป๋อง
ใบหน้าของคุณปู่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเมตตา เขาโบกมือเรียกหล่อน “มานี่ มานี่ นั่งตรงนี้”
เฮ่อหมิงเยว่เดินไปหาพร้อมรอยยิ้ม
เฉิงซิงฉีเดินตามมาข้าง ๆ
หลังจากพูดคุยกันเล็กน้อย เฮ่อหมิงเยว่ไม่ได้ลืมจุดประสงค์ที่หล่อนมาที่นี่แม้แต่น้อย แสร้งทำเป็นห่วงสุขภาพของคุณปู่
เฉิงซิงฉีที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดเสริม “ใช่ครับปู่ ปู่ต้องดูแลสุขภาพด้วยนะครับ”
คุณปู่รู้สึกดีใจมากที่พวกเด็ก ๆ เป็นห่วงเขาแบบนี้
“ปู่รู้แล้ว รู้แล้ว”
“วันนี้ที่ไปสมาคมก็เพื่อไปจัดการเรื่องของเสี่ยวจิ่น ตอนนี้เรื่องก็จัดการเรียบร้อยเกือบหมดแล้ว”
หัวใจของเฮ่อหมิงเยว่เต้นแรง รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อนลึกซึ้งขึ้น “จริงหรือคะ? งั้นก็ดีมากเลย”
เพราะรู้สึกผิด หล่อนจึงไม่กล้าถามเรื่องนี้ตรง ๆ
คุณปู่เฉิงรอสักพัก เมื่อเห็นว่าหล่อนไม่ถามถึงเย่เสี่ยวจิ่น จึงเอ่ยขึ้นเอง “เธอไม่อยากรู้หรือว่าน้องเสี่ยวจิ่นของเธอเจออะไรมาบ้าง?”
เฮ่อหมิงเยว่แสร้งทำเป็นตกใจ “น้องเสี่ยวจิ่นเจอเรื่องยุ่งยากหรือคะ?!”
“มีคนแอบเอาผลงานของเย่เสี่ยวจิ่นไปทิ้งในอ่างหมึกที่ห้องเก็บของ” คุณปู่เฉิงนึกถึงผลงานที่ถูกฉีกขาดแล้วรู้สึกโมโหขึ้นมา
“ก่อนจะโยนทิ้งยังฉีกมันทิ้งด้วย ทั้ง ๆ ที่เป็นผลงานที่เย่เสี่ยวจิ่นตั้งใจเขียนมาอย่างยากลำบาก!”
หล่อนทำเรื่องนี้ไว้รอบคอบไม่มีช่องโหว่ คอยดูสิว่าเย่เสี่ยวจิ่นจะพลิกสถานการณ์ได้อย่างไร
“แต่โชคดีที่ไม่ได้ทำให้การแข่งขันคัดลายมือครั้งนี้ต้องเสียหาย”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ เฮ่อหมิงเยว่ก็ไม่รู้สึกดีใจอีกต่อไป
“ไม่…ไม่เสียหายหรือคะ…” เฮ่อหมิงเยว่พูดด้วยน้ำเสียงลังเล “คุณปู่เฉิงคะ หมายความว่ายังไงหรือคะ?”
“เย่เสี่ยวจิ่นส่งผลงานชิ้นใหม่มาวันนี้ ฉันได้เรียกคณะกรรมการตัดสินการแข่งขันครั้งนี้มาพิจารณากันทั้งคืน สุดท้ายทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าผู้ชนะอันดับหนึ่งในรอบคัดเลือกครั้งนี้คือเย่เสี่ยวจิ่น”
คุณปู่เฉิงยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“สายตาของฉันยังแม่นอยู่เสมอ”
“หมิงเยว่ เธอก็ทำได้ดีทีเดียว ฉันได้สอบถามมาแล้ว การคัดเลือกรอบแรกครั้งนี้เธอได้อันดับที่สิบเอ็ด ถือว่าเป็นผลงานที่ไม่เลวเลย”
“ลายมือของเธอฉันก็ได้ดูแล้ว ยังมีช่องว่างให้พัฒนาได้อีกมาก หลังจากนี้ทุกวันหลังเลิกเรียน ถ้าเธอมีเวลาว่างก็มาหาฉันที่บ้านสกุลเฉิง ฉันจะสอนให้”
เฉิงซิงฉีที่อยู่ข้าง ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชมและนับถือ “หมิงเยว่ ไม่นึกว่าเธอจะมีความสามารถด้านการคัดลายมือด้วย เก่งจริง ๆ เลย”
เขาตั้งใจจะชมเฮ่อหมิงเยว่
แต่ไม่รู้ว่าในตอนนี้ คำพูดที่หล่อนได้ยินนั้นไม่ต่างอะไรกับการจงใจแทงใจดำหล่อนเลย
เย่เสี่ยวจิ่นได้อันดับหนึ่ง
แต่หล่อนกลับได้แค่ติดหนึ่งในสิบ?
คุณปู่เฉิงยังคงมีสีหน้าเหมือนกับว่า “นี่คือขีดจำกัดของเธอ”
เฮ่อหมิงเยว่แทบจะกัดฟันกรอด อดกลั้นความอิจฉาริษยาที่พลุ่งพล่านในใจ ก้มหน้าก้มตาลง “ทุกอย่างแล้วแต่คุณปู่เฉิงค่ะ”
“คุณปู่เฉิงคะ” หล่อนกลัวว่าถ้าอยู่ต่อไปจะควบคุมความอิจฉาริษยาในใจไม่ได้ จึงหาข้ออ้างที่จะจากไป “ตอนนี้ดึกแล้วค่ะ ที่หอพักมีกำหนดเวลากลับ หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ”
เฉิงซิงฉีรีบพูดอย่างกระตือรือร้น “หมิงเยว่ ฉันไปส่งเธอเอง”
เฮ่อหมิงเยว่ส่ายหน้า “ไม่เป็นไรพี่ซิงฉี ฉันได้ยินป้าอู๋บอกว่าวันนี้คุณก็ยุ่งที่บริษัทมาทั้งวันแล้ว รีบกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ”
เฮ่อหมิงเยว่ไม่ได้ปฏิเสธ
บนเส้นทางกลับมหาวิทยาลัย หล่อนนั่งอยู่เบาะหลังรถ
“คุณหนูเฮ่อ ต้องการให้ผมเปิดไฟในรถไหมครับ?”
“ไม่ต้อง” เสียงของเฮ่อหมิงเยว่ฟังดูหนักแน่น
คนขับรถเหลียวมองด้านหลังแวบหนึ่ง เห็นเฮ่อหมิงเยว่เอนตัวพิงเบาะ ดูเหมือนจะเหนื่อยแล้ว
เขาจึงขับรถช้าลงเล็กน้อย
ในตอนนั้น เฮ่อหมิงเยว่เอียงศีรษะ จ้องมองแสงไฟนีออนที่วูบผ่านไปด้านนอก ในดวงตาเต็มไปด้วยแววอำมหิต
เย่เสี่ยวจิ่น…
หล่อนจะไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ลอยนวลอีกต่อไป
หลังเลิกเรียนภาคค่ำ เฉียวเถียนหย่าจูงมือเย่เสี่ยวจิ่นเดินกลับหอพักด้วยกัน
เย่เสี่ยวจิ่นไม่ได้ปิดบังเฉียวเถียนหย่า เธอเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง
“อะไรนะ? วันนี้เธอใช้เวลาแค่วันเดียวก็คัดตัวอักษรสำหรับลงแข่งขันเสร็จแล้วเหรอ?!”
“มันน่าประหลาดใจขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เฉียวเถียนหย่ากลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว “เธอไม่รู้หรอก เฮ่อหมิงเยว่ใช้เวลาตั้งสิบวันกว่าจะเขียนเสร็จ แล้วก็ป่าวประกาศไปทั่ว”
“ถ้าหล่อนรู้ว่าเธอใช้เวลาแค่วันเดียวก็เขียนเสร็จ หล่อนคงโมโหตายแน่!”
“จะว่าไปแล้วพรุ่งนี้หนังสือพิมพ์ก็จะประกาศอันดับแล้วสินะ?”
เย่เสี่ยวจิ่นพยักหน้า “ใช่แล้ว”
“งั้นฉันต้องรีบไปซื้อหนังสือพิมพ์แต่เช้าเลย!”
เธอรอคอยหนังสือพิมพ์พรุ่งนี้มากเลยทีเดียว!
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
แข่งบุญแข่งวาสนามันแข่งกันไม่ได้หรอกคุณหนูเฮ่อ เธอยังต้องไปฝึกมาอีกเยอะ อันดับที่สิบเอ็ดนี่ก็บอกได้แล้วว่ามีคนเก่งกว่าเธออยู่สิบคน
ไหหม่า(海馬)
………………..