ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 557 ศิษย์ของอาจารย์เฉิง
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 557 ศิษย์ของอาจารย์เฉิง
บทที่ 557 ศิษย์ของอาจารย์เฉิง
………………..
บทที่ 557 ศิษย์ของอาจารย์เฉิง
ในคำพูดนั้นแฝงไปด้วยความดูถูก
เฉียวเถียนหย่ากำหมัดแน่น อยากจะโต้เถียงกับเขาด้วยความโกรธ แต่เย่เสี่ยวจิ่นยื่นมือไปจับข้อมือของเฉียวเถียนหย่าไว้
“ไม่เป็นไรหรอก”
เธอเงยหน้าขึ้น ในแววตาไม่มีทีท่าจะถอยแม้แต่น้อย “การแข่งขันมีการจำกัดอายุผู้เข้าแข่งขันไหม?”
ผู้รับผิดชอบชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้า “ไม่มีกำหนดไว้ แต่ว่า…”
แต่ว่าเด็กอายุเท่าเธอมาเข้าร่วมการแข่งขัน มันไม่ใช่การหาความอับอายให้ตัวเองหรอกหรือ?
เย่เสี่ยวจิ่นพยักหน้าเมื่อได้ยินคำตอบ ไม่สนใจคำพูดที่เขายังพูดไม่จบ “ถ้างั้นฉันก็จะเข้าร่วมแข่งขัน”
เธอหยิบปากกาสีดำที่อยู่ข้าง ๆ วางใบสมัครลงบนกระดาษ กวาดตามองอย่างรวดเร็วแล้วเริ่มกรอกข้อมูล
ผู้รับผิดชอบเห็นเธอดื้อรั้นเช่นนั้น ส่ายหน้าถอนหายใจ
เด็กคนหนึ่งมาหาเรื่องน่าเบื่อในการแข่งขันคัดลายมือระดับใหญ่แบบนี้ ถ้าแพ้ขึ้นมาก็คงจะร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหล
ในใบสมัครมีข้อมูลที่ต้องกรอกค่อนข้างมาก
ด้านหลังผู้รับผิดชอบยังมีพนักงานอีกหลายคน กำลังคุยกันเพื่อฆ่าเวลา
“คุณจำผู้หญิงที่มาสมัครตอนเช้านี้ได้ไหม? หล่อนเป็นศิษย์ของท่านเฒ่าเฉิง!”
“คุณหมายถึงคนที่ชื่อเฮ่อหมิงเยว่ใช่ไหม?”
“ใช่ เธอคนนั้นแหละ”
“น่าจะเป็นอย่างนั้น หล่อนทั้งสวยทั้งมีราศีไม่เหมือนคนทั่วไป ที่แท้ก็เป็นศิษย์ของผู้เฒ่าเฉิงนี่เอง”
“ฉันว่ามีแต่คนแบบนั้นถึงจะเหมาะสมเป็นศิษย์ของผู้เฒ่าเฉิงนะ”
“การแข่งขันครั้งนี้ต้องสนุกแน่ ๆ แม้แต่ศิษย์ของผู้เฒ่าเฉิงยังมาร่วมด้วยตัวเอง ไม่รู้ว่าสุดท้ายใครจะได้แชมป์”
“ในเมืองหลวงของเรา ผู้เฒ่าเฉิงกับท่านว่านเป็นคู่อริกันมาตลอดไม่ใช่หรือ? ได้ยินว่าศิษย์ทั้งสามของท่านว่านก็มาสมัครกันหมดแล้ว”
คุณปู่เฉิงกับว่านกั๋วจื้อมีปมขัดแย้งกันตั้งแต่สมัยหนุ่ม เวลาผ่านไปความขัดแย้งไม่ได้จางหายแต่กลับยิ่งล้ำลึกขึ้น
การแข่งขันคัดลายมือครั้งนี้ ว่านกั๋วจื้อรู้ว่าคุณปู่เฉิงส่งคนมาร่วม จึงตั้งใจส่งศิษย์ที่ภูมิใจที่สุดทั้งสามคนมาร่วมด้วย
เย่เสี่ยวจิ่นเพิ่งเคยได้ยินเรื่องซุบซิบพวกนี้เป็นครั้งแรก เธอกรอกข้อมูลไปพลางตั้งใจฟังไปพลาง
แต่พนักงานเหล่านั้นคุยกันไม่กี่ประโยค ก็กลับมาพูดถึงเฮ่อหมิงเยว่อีก
“ต้องยอมรับว่าเฮ่อหมิงเยว่สวยจริง ๆ ทั้งใบหน้า รูปร่าง และดวงตาที่ดูราวกับสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วง แค่มองฉันแวบเดียวก็ทำให้ใจฉันสั่นไหว”
เย่เสี่ยวจิ่นไม่สนใจที่จะฟังต่อแล้ว
ขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอยู่นั้น ชายชราผมขาวโพลนคนหนึ่งถือไม้เท้าเดินรีบร้อนเข้ามาที่ประตู
ผู้ดูแลได้ยินเสียงที่ประตูจึงรีบเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นชายชราสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที รีบเดินไปต้อนรับ
น้ำเสียงนอบน้อม “คุณปู่ซู ทำไมท่านถึงมาที่นี่ล่ะครับ?”
ตระกูลซูแห่งเมืองหลวงก็เป็นตระกูลที่ไม่อาจดูแคลนได้
การแข่งขันคัดลายมือครั้งนี้ก็เป็นตระกูลซูที่สนับสนุน
คุณปู่ซูรีบคว้ามือผู้ดูแลอย่างร้อนรน ถามว่า “ศิษย์ของอาจารย์เฉิงอยู่ที่ไหน? ไอ้แก่นั่นบอกว่าศิษย์ของเขามาสมัครแล้ว อยู่ที่ไหนกัน ให้ฉันดูหน่อย”
คุณปู่ซูกับคุณปู่เฉิงเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ตอนหนุ่ม ๆ ก็เคยผ่านเหตุการณ์เป็นตายด้วยกันมา
แม้จะพบกันไม่บ่อย แต่ความผูกพันก็ลึกซึ้งมาก
ครั้งนี้พอได้ยินว่าคุณปู่เฉิงรับศิษย์ และศิษย์จะมาเข้าร่วมการแข่งขันคัดลายมือครั้งนี้ คุณปู่ซูก็รีบมาทันที
ผู้ดูแลอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วรีบได้สติกลับมา คาดเดาว่าคนที่ถามถึงน่าจะเป็นเฮ่อหมิงเยว่
แต่เฮ่อหมิงเยว่มาลงทะเบียนตั้งแต่ช่วงเช้า ตอนที่คุณปู่ซูมาในช่วงบ่ายก็สายเกินไปแล้ว
“คุณปู่ซู ลูกศิษย์ของคุณปู่เฉิงมาลงทะเบียนจริง แต่หล่อนมาตั้งแต่ช่วงเช้าและกลับไปแล้ว”
คุณปู่ซูงุนงงเล็กน้อย “ไม่ถูกนะ”
“ตอนที่ผมออกจากบ้านเพิ่งคุยโทรศัพท์กับไอ้เฒ่าเฉิงนั่น เขาบอกว่าลูกศิษย์กำลังมาที่นี่”
ผู้รับผิดชอบได้ยินแบบนั้นก็งงไปหมด
“ที่นี่ช่วงบ่ายแทบไม่มีคนมาลงทะเบียนเลย…”
ผู้รับผิดชอบรู้สึกสะดุ้งในใจ จู่ ๆ ก็มองไปที่เย่เสี่ยวจิ่นที่กำลังกรอกแบบฟอร์ม
ไม่ ไม่น่าจะใช่นะ?!
ตอนนี้คุณปู่ซูก็สังเกตเห็นเย่เสี่ยวจิ่นเช่นกัน
“ตรงนี้ก็มีคนหนึ่งไม่ใช่หรือ?”
ผู้รับผิดชอบยังรู้สึกว่ามันเหลือเชื่อ “เด็กสาวคนนี้ก็แค่คนธรรมดา จะเป็นลูกศิษย์ของคุณปู่เฉิงได้ยังไง…”
เขาพูดยังไม่ทันจบ คุณปู่ซูก็ถือไม้เท้าเดินไปหาเย่เสี่ยวจิ่นแล้ว
เย่เสี่ยวจิ่นได้ยินเสียงไม้เท้ากระทบพื้นดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จึงเงยหน้าขึ้นมอง
เห็นชายชราคนหนึ่งกำลังมองสำรวจเธอด้วยสีหน้าอ่อนโยน
เธอลังเลอยู่สองวินาที ก่อนจะถามขึ้นก่อนว่า “สวัสดีค่ะ ท่านคือ…”
คุณปู่ซูเดิมทีตั้งใจจะถามว่าเธอเป็นศิษย์ของอาจารย์เฉิงหรือไม่
คุณปู่ซูเห็นมันในแวบแรก
สิ่งนี้เขาคุ้นเคยมาก!
เขาถามอย่างตื่นเต้น “หนูน้อย สิ่งที่แขวนอยู่ที่คอของหนูคืออะไร?!”
เย่เสี่ยวจิ่นเห็นใบหน้าแดงระเรื่อของเขาที่ดูตื่นเต้น จึงดึงหยกที่ซ่อนอยู่ในเสื้อออกมาให้เห็นทั้งชิ้น
คุณปู่ซูเห็นว่าเป็นหยกมังกรครึ่งชิ้น ยิ่งตื่นเต้นกว่าเดิม “หนูก็คือศิษย์ของไอ้แก่เฉิงนี่เอง!”
เขามองสำรวจเย่เสี่ยวจิ่นตั้งแต่หัวจรดเท้า “ดี ๆ อายุยังน้อยแต่ได้เป็นศิษย์ของไอ้แก่เฉิง ต้องมีความสามารถไม่ธรรมดาแน่ ๆ!”
ผู้รับผิดชอบที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตกใจจนลืมหายใจ
เป็นไปได้อย่างไร?
มีลูกศิษย์ของอาจารย์เฉิงมาอีกคนแล้ว?!
เขารีบเดินเข้าไปหา แล้วอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย “คุณปู่ซู คุณแน่ใจหรือ? เมื่อเช้านี้มีเด็กผู้หญิงชื่อเฮ่อหมิงเยว่เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เฉิง แต่เด็กผู้หญิงคนนี้อายุน้อยมาก…”
คุณปู่ซูจ้องเขาอย่างหงุดหงิด “ฉันแก่แล้วก็จริง แต่ยังไม่ได้แก่จนตาฝ้าฟางนะ หยกประจำตัวที่อาจารย์เฉิงพกติดตัวมาหลายสิบปี ฉันจะจำผิดได้ยังไง!”
“แต่ว่าสองคน…”
เขาพึมพำเบา ๆ “ทำไมอาจารย์เฉิงถึงไม่บอกฉันว่ามีลูกศิษย์สองคนนะ…”
เขาไม่คิดว่าจะมีใครกล้าโกหกว่าเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เฉิง
“หนูน้อย อาจารย์เฉิงรับลูกศิษย์ทั้งหมดกี่คน?”
เย่เสี่ยวจิ่นคาดเดาว่าคุณลุงคนนี้คงมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดากับอาจารย์เฉิง ถึงได้ยืนยันว่าเธอเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เฉิงได้จากแค่หยกเพียงอย่างเดียว
เธอตอบอย่างว่าง่าย “สองคนค่ะ ตอนที่คุณปู่เฉิงรับฉันเป็นศิษย์ เฮ่อหมิงเยว่ก็พอดีมาหา คุณปู่เฉิงเลยรับหล่อนเป็นศิษย์ด้วยพร้อมกัน”
“เฮ่อหมิงเยว่…เฮ่อหมิงเยว่ ทำไมชื่อนี้ถึงได้คุ้นหูจัง?” คุณปู่ซูพึมพำอยู่สองสามครั้ง แล้วจมอยู่ในภวังค์ความคิดประมาณสิบกว่าวินาที
ดวงตาที่ขุ่นมัวของเขาเป็นประกายขึ้นมา
“ฉันนึกออกแล้ว! เป็นหล่อนนั่นเอง เด็กสาวที่เคยช่วยชีวิตคุณปู่เฉิง”
ดูเหมือนว่าคุณปู่เฉิงยังคงระลึกถึงบุญคุณที่เด็กสาวคนนั้นช่วยชีวิตเขาไว้ พอดีที่หล่อนมาปรากฏตัวในวันที่เขารับศิษย์ บางทีอาจเป็นเพราะความรู้สึกผิดที่ทำให้เขารับหล่อนเป็นศิษย์ไปด้วย
ไม่เช่นนั้นถ้าเฮ่อหมิงเยว่มีความสามารถจริง คุณปู่เฉิงคงรับหล่อนเป็นศิษย์ไปนานแล้ว
ไม่จำเป็นต้องรอจนถึงตอนนี้
มีคำกล่าวว่าลายมือสะท้อนตัวตน คุณปู่เฉิงเคยบอกเขาว่า เฮ่อหมิงเยว่เด็กคนนี้ดีไปหมดทุกอย่าง แต่ลายมือที่เขียนกลับขาดเอกลักษณ์บางอย่างไป
เหมือนหยกงามที่ถูกผ้าสกปรกคลุมไว้ ถ้าเปิดออกได้ก็จะเปล่งประกายงดงาม แต่ถ้าเปิดไม่ออก ก็จะยิ่งมัวหมองลงเรื่อย ๆ
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
ฝ่ายตระกูลเฉิงวางความแค้นไว้ก่อนแล้วมาแข่งกับตระกูลว่านกันก่อนเถอะ ฝ่ายนั้นมาตั้งสามคนเชียวนะ
ไหหม่า(海馬)
………………..