ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 556 การแข่งขันคัดลายมือ
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 556 การแข่งขันคัดลายมือ
บทที่ 556 การแข่งขันคัดลายมือ
………………..
บทที่ 556 การแข่งขันคัดลายมือ
การเรียนในค่ายฝึกอบรมเต็มไปด้วยความสนุกและน่าสนใจ ด้วยมีเพื่อนตลกสองคนอย่างเฉียวเถียนหย่าและอวี๋จวิ้นเฟย ชีวิตของเย่เสี่ยวจิ่นจึงมีสีสันมากขึ้น
เวลาผ่านไปเพียงชั่วพริบตาก็หนึ่งเดือนกว่าแล้ว
เย่เสี่ยวจิ่นมีผลการเรียนในค่ายฝึกอบรมนำหน้าคนอื่นอย่างไม่เห็นฝุ่น ทุกครั้งที่มีการสอบย่อยหรือสอบใหญ่ คะแนนของเธอจะทิ้งห่างอวี๋จวิ้นเฟยที่เป็นที่สองตลอดกาลไปถึง 10-20 คะแนน
อวี๋จวิ้นเฟยคิดว่าถ้าห่างกัน 5 คะแนนเขายังพอมีโอกาสไล่ตาม แต่ถ้าห่างกัน 10-20 คะแนน ต่อให้เขาเรียนจนตายก็ไล่ไม่ทัน
เขายอมรับสถานะที่สองตลอดกาลของตัวเองอย่างหน้าชื่นตาบาน และยังภูมิใจกับมันด้วย
อย่างไรเขาก็เป็นผู้ชายที่อยู่ใกล้เย่เสี่ยวจิ่นที่สุด!
แน่นอนว่าพูดถึงในแง่ของผลการเรียนเท่านั้น
เย่เสี่ยวจิ่นยุ่งกับการเรียน แทบไม่ได้แตะโทรศัพท์เลย เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเธอได้รับจดหมายที่โจวเหวินรุ่ยส่งมาให้
เขามีพรสวรรค์ด้านการแพทย์จริง ๆ เรียนที่คณะแพทยศาสตร์ที่ดีที่สุดในต่างประเทศ เรียนไปได้แค่ครึ่งเดือนก็ได้เป็นศิษย์เอกของศาสตราจารย์อาวุโสที่สุดของคณะแพทยศาสตร์
เวลายุ่งขึ้นมายังยุ่งกว่าเย่เสี่ยวจิ่นเสียอีก
วันนี้เย่เสี่ยวจิ่นพอดีมีเวลาว่าง เธอจึงโทรไปเล่าเรื่องนี้ให้หลี่ชุ่ยชุ่ยและคนอื่น ๆ ฟัง
หลี่ชุ่ยชุ่ยและเย่จื้อผิงต่างก็ตกตะลึง
พวกเขาต่างก็ดีใจให้กับโจวเหวินรุ่ย “ตระกูลโจวก็เหมือนกับครอบครัวของพวกเรา เป็นชาวนาที่เกิดและเติบโตที่นี่ ไม่คิดว่าตระกูลโจวจะมีญาติห่าง ๆ อยู่ในเมืองหลวงด้วย”
“ก็เพราะเด็กคนนั้นมีความพยายาม ถึงได้เป็นที่ถูกตาต้องใจ”
เย่เสี่ยวจิ่นก็รู้สึกภูมิใจเช่นกัน
แน่นอนสิ
โจวเหวินรุ่ยเป็นว่าที่สามีที่เธอเลือกไว้นี่นา!
หลี่ชุ่ยชุ่ยหันมาเป็นห่วงเย่เสี่ยวจิ่น “จิ่นเป่า การเรียนในค่ายฝึกอบรมคงเหนื่อยมากสินะ? ลูกต้องกินให้ดีพักผ่อนให้เพียงพอนะ อย่าเรียนดึกเกินไปล่ะ”
หลี่ชุ่ยชุ่ยจึงเป็นห่วงมากเป็นร้อยเท่า
เย่เสี่ยวจิ่นรีบรับปากทันที “แม่วางใจได้ ตอนนี้หนูไม่อดหลับอดนอนเรียนแล้ว”
หลี่ชุ่ยชุ่ยไม่เชื่อ พูดอย่างจนปัญญา “ยังไงอยู่ไกลขนาดนี้ แม่ก็ดูแลลูกไม่ได้หรอก ลูกต้องเชื่อฟังเองนะ”
เย่เสี่ยวจิ่นหัวเราะคิกคักรับคำ
บ่ายวันนี้ค่ายฝึกอบรมไม่มีเรียน เย่เสี่ยวจิ่นคุยกับหลี่ชุ่ยชุ่ยและคนอื่น ๆ กว่าชั่วโมง พอวางสายไปก็มีโทรศัพท์เข้ามาอีก
เป็นสายจากคุณปู่เฉิง
“เสี่ยวจิ่น เธอยังจำการประกวดคัดลายมือที่ฉันเคยบอกเธอไว้ได้ไหม? พรุ่งนี้หมดเขตรับสมัครแล้ว ถ้าเธอว่างบ่ายนี้ไปสมัครหน่อยได้ไหม?”
การประกวดคัดลายมือที่คุณปู่เฉิงพูดถึงนั้น จะต้องไปสมัครด้วยตนเองที่สถานที่เท่านั้น และผู้สมัครต้องไปด้วยตัวเอง
“ได้ค่ะ” เย่เสี่ยวจิ่นตอบตกลง “พอดีบ่ายนี้ว่างอยู่พอดี”
คุณปู่เฉิงฟังน้ำเสียงแล้วดูดีใจมาก “ฉันให้เฉิงซิงไห่จัดคนไปรอรับเธอที่หน้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งแล้ว เธอเตรียมตัวแล้วลงไปได้เลย”
“มีการประกวดที่ต้องไปสมัครด้วยตัวเองถึงที่น่ะ”
เฉียวเถียนหย่าดูตื่นเต้นขึ้นมา ดวงตาเป็นประกาย “ฉันขอไปด้วยได้ไหม ช่วงนี้วนเวียนอยู่แต่หอพัก โรงอาหาร ห้องเรียน ห้องสมุด ฉันเบื่อจะแย่แล้ว”
เย่เสี่ยวจิ่นพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ได้สิ เปลี่ยนชุดนักเรียนก่อน แล้วเราไปกันเลย”
เพื่อนร่วมห้องสองคนของเฉียวเถียนหย่าแค่นเสียงด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“บางคนนี่ไม่รู้จักอาย เกาะแกะคนอื่นไปทั่ว”
คำพูดแบบนี้เฉียวเถียนหย่าได้ยินมาเป็นร้อยครั้งแล้ว
ตอนนี้หล่อนปล่อยให้มันผ่านหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับคำพูดเหล่านั้นเลย
สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า
“เสี่ยวจิ่น พร้อมแล้ว เราไปกันเถอะ”
เมื่อมาถึงประตูโรงเรียน เย่เสี่ยวจิ่นถึงได้รู้ว่าคนที่เฉิงซิงไห่เรียกมานั้นเป็นคนคุ้นเคย
เจียงฉีที่ไม่ได้สวมชุดลายพรางก็ยังดูเป็นคนเกเรอยู่ดี เพราะเป็นคนรู้จักกัน เขาจึงเชิดคางขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับส่งสัญญาณให้ทั้งสองคนขึ้นรถ
พอขึ้นรถ เจียงฉีก็ส่งขนมขบเคี้ยวมาให้ “สถานที่รับสมัครประกวดคัดลายมืออยู่ไกลพอสมควร ต้องใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง”
“เฉิงซิงไห่บอกว่าเธอนอนหลับยาก พักผ่อนบนรถสักหน่อยก็แล้วกัน”
เฉียวเถียนหย่าตาเป็นประกายทันที
“เสี่ยวจิ่น” หล่อนกระซิบด้วยน้ำเสียงฟังดูตื่นเต้น “ครูฝึกเจียงวันนี้น่ารักจัง!”
เย่เสี่ยวจิ่นยิ้มมุมปาก รู้สึกว่าก็จริงอยู่
เธอเหนื่อยมากจริง ๆ
ตั้งใจว่าจะงีบตอนเที่ยง แต่การรับสมัครประกวดคัดลายมือที่คุณปู่เฉิงพูดถึงกำลังจะปิดรับสมัครแล้ว เธอจำเป็นต้องไปสักหน่อย
เย่เสี่ยวจิ่นหลับตาลง พิงพนักเก้าอี้ ไม่นานลมหายใจของเธอก็สม่ำเสมอ
เฉียวเถียนหย่าเห็นดังนั้นจึงวางขนมลงเบา ๆ
พนักงานต้อนรับรีบเดินเข้ามาทันที “สวัสดีครับ มาสมัครการแข่งขันคัดลายมือใช่ไหมครับ?”
หน่วยงานที่จัดการแข่งขันคัดลายมือเช่าล็อบบี้ของตึกนี้สองวัน ในช่วงสองวันนี้คนที่มาที่นี่ส่วนใหญ่มาสมัครการแข่งขันคัดลายมือ
พนักงานต้อนรับเห็นเจียงฉีเป็นคนแรก ในใจประเมินคนคนนี้อย่างไม่ทิ้งร่องรอย
เขามีบุคลิกที่น่าเกรงขามโดยไม่ต้องแสดงอาการโกรธ สวมสูทตัดเย็บพิเศษ ดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา
พนักงานต้อนรับยิ่งมีท่าทีกระตือรือร้น โค้งตัวช่วยเปิดประตูรถให้ “คุณครับ ทางสมัครการแข่งขันคัดลายมืออยู่ทางนี้ครับ”
เจียงฉีก้าวขายาว ๆ ลงจากรถ แต่ใครจะรู้ว่าเขาจะเปิดประตูที่นั่งด้านหลังอีก
“เสี่ยวจิ่น ถึงแล้ว”
เฉียวเถียนหย่าตบไหล่เย่เสี่ยวจิ่นเบา ๆ เย่เสี่ยวจิ่นครางเบา ๆ ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
เธอที่เพิ่งตื่นขึ้นมายังมีแววงัวเงียในดวงตา กะพริบตาถี่ ๆ อย่างรวดเร็ว ถึงได้รู้สึกตัว
“ถึงแล้วหรือ?” เธอมองออกไปนอกรถ
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง
ตอนนี้คนในแวดวงของพวกเขา นิยมพาเด็กๆ มา…เอ่อ
เย่เสี่ยวจิ่นรู้สึกว่าสายตาของพนักงานต้อนรับดูแปลก ๆ
แต่เธอไม่ได้สนใจ
สายตาของเธอตกไปที่โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์การแข่งขันคัดลายมือที่หน้าประตูห้องโถง
บนโปสเตอร์มีภาพคนหลายคน ตรงกลางสุดเป็นคุณปู่เฉิงในชุดถังจวง
เย่เสี่ยวจิ่นกวาดตามองตัวอักษรเล็ก ๆ ด้านล่าง
คุณปู่เฉิงยังเป็นผู้ตัดสินหลักในการแข่งขันคัดลายมือครั้งนี้ด้วย
“เสี่ยวจิ่น ไปกันเถอะ” เจียงฉีพูดขึ้นข้าง ๆ
“ได้” เย่เสี่ยวจิ่นละสายตา ยิ้มพลางพยักหน้า
เย่เสี่ยวจิ่นและคนอื่น ๆ เดินเข้าไป
ผู้รับผิดชอบเป็นชายวัยกลางคน เมื่อเห็นทั้งสามคนเดินเข้ามา สายตาที่มองสำรวจก็กวาดไปรอบ ๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่เจียงฉี
เขาแน่ใจว่าคนที่มาสมัครต้องเป็นเขาคนนี้แน่ ๆ
เขาหยิบใบสมัครออกมาแล้วยื่นให้ทันที “คุณครับ กรุณากรอกใบสมัครการแข่งขันคัดลายมือด้วยครับ”
เจียงฉีดวงตาวาววับ แล้วส่งใบสมัครในมือให้เย่เสี่ยวจิ่น “อย่ากรอกข้อมูลผิดล่ะ ฉันจะไปรอตรงโน้น”
ผู้รับผิดชอบตาโตด้วยความประหลาดใจ
“นี่… นี่คนที่จะสมัครคือคุณหนูคนนี้เหรอ?”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย
เฉียวเถียนหย่าได้ยินคำพูดนี้ก็ไม่พอใจ ในใจเธอตอนนี้เย่เสี่ยวจิ่นเป็นคนที่ทำอะไรก็ได้ ใครกล้าสงสัยในตัวเธอ เธอก็จะเถียงกับคนนั้นทันที!
“ยังไง? ดูถูกเด็กผู้หญิงเหรอ?”
หลังจากความประหลาดใจ ผู้รับผิดชอบก็รีบตั้งสติ ไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของเฉียวเถียนหย่า แต่พูดด้วยน้ำเสียงเชิงแนะนำ
“น้องสาวครับ นี่มันการแข่งขันคัดลายมือระดับประเทศนะ คนที่มาร่วมแข่งขันล้วนเป็นปรมาจารย์ด้านการคัดลายมือที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ อายุน้อยที่สุดก็ยี่สิบปีแล้ว แต่เธอ…”
เขายิ้มอย่างอ่อนโยน “ในวัยของเธอ ควรไปเข้าร่วมการแข่งขันคัดลายมือสำหรับเยาวชนนะ”
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
สมัครแบบฉิวเฉียดมาก แต่ไม่เป็นไรจิ่นเป่ามีแบคใหญ่
ไหหม่า(海馬)
………………..