ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 555 ความริษยาของเฮ่อหมิงเยว่
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 555 ความริษยาของเฮ่อหมิงเยว่
บทที่ 555 ความริษยาของเฮ่อหมิงเยว่
………………..
บทที่ 555 ความริษยาของเฮ่อหมิงเยว่
คนสวยไปที่ไหนก็ได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษ ยามที่ประตูถามอย่างใจเย็น “คุณจะเข้าไปไหม?”
เฮ่อหมิงเยว่หันหน้าไปแล้วส่ายหัว “เดี๋ยวฉันค่อยเข้า”
จากนั้นหล่อนก็หันหลังให้ประตูห้องสมุด มองไปที่บันไดด้านล่าง
เย่เสี่ยวจิ่นกำลังเดินมาพร้อมกับเฉียวเถียนหย่าและอวี๋จวิ้นเฟย
เฮ่อหมิงเยว่นึกถึงคำพูดที่หลินน่าเคยพูดไว้ ในใจเกิดความริษยาขึ้นมา แต่ก็กดข่มกลั้นความรู้สึกไม่พอใจทั้งหมดไว้ ก่อนจะยิ้มแล้วเอ่ยปาก
“น้องเสี่ยวจิ่น? บังเอิญจังเลย ฉันนึกว่าตัวเองตาฝาดเสียอีก เป็นเธอจริง ๆ ด้วย”
น้ำเสียงราวกับเต็มไปด้วยความยินดี
พอเย่เสี่ยวจิ่นเห็นหน้าเฮ่อหมิงเยว่ เธอก็นึกถึงเรื่องที่เฉิงซิงไห่เล่า รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้อันตรายไม่ต่างอะไรกับสัตว์ป่า
นี่มันคนประเภทหน้าเนื้อใจเสือชัด ๆ
เฉียวเถียนหย่ากับคนอื่น ๆ สังเกตเห็นว่าเย่เสี่ยวจิ่นแค่ตอบไปมารยาท จึงช่วยพูดว่า “เสี่ยวจิ่น อย่าเสียเวลาเลย พวกเราต้องรีบเข้าห้องสมุดไปทบทวนบทเรียนกัน”
พูดจบก็ดึงเย่เสี่ยวจิ่นเดินผ่านเฮ่อหมิงเยว่ไป
เฮ่อหมิงเยว่ไม่คิดว่าเย่เสี่ยวจิ่นจะเมินเฉยตนไปเช่นนี้ หล่อนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว
กัดฟันพลางพูดด้วยน้ำเสียงห่วงใย “น้องเสี่ยวจิ่น เธออาจจะไม่รู้ ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยปักกิ่งไม่อนุญาตให้นักศึกษาต่างมหาวิทยาลัยอย่างเธอเข้าไปนะ”
หล่อนจงใจโชว์บัตรผ่านในมือ ทำสีหน้าเหมือนอยากช่วยแต่ทำอะไรไม่ได้ “บัตรนี้ลงทะเบียนด้วยชื่อจริงนะ ไม่งั้นฉันก็จะให้เธอยืมบัตรของฉันแล้ว”
“น้องเสี่ยวจิ่น ห้องสมุดมีบรรยากาศดีกว่าจริง ๆ แต่ถ้าพวกเธอเข้าไปไม่ได้ก็ช่วยไม่ได้ ห้องติวแม้จะเสียงดังไปหน่อย แต่ก็เป็นที่ที่พวกเธอไปได้นะ รีบไปจองที่นั่งเถอะ”
เฉียวเถียนหย่าและอวี๋จวิ้นเฟยสบตากัน ในดวงตาค่อย ๆ ปรากฏเครื่องหมายคำถาม
พวกเขารู้สึกว่าสาวสวยคนนี้พูดจาประชดประชันแปลก ๆ
เย่เสี่ยวจิ่นยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างแนบเนียน
นี่มันเหมือนหญิงชาเขียวชนิดเขียวปี๋ในยุคของเธอไม่มีผิด
เย่เสี่ยวจิ่นไม่ได้ตั้งใจจะอวดอะไร
แต่เมื่อเฮ่อหมิงเยว่มารังแกถึงที่ เธอก็ไม่จำเป็นต้องหดคอเป็นนกกระทาอีกต่อไป
“ไม่ต้องให้พี่หมิงเยว่เป็นห่วงหรอกค่ะ” เย่เสี่ยวจิ่นตั้งใจพูดเสียงหวาน “ฉันมีบัตรค่ะ”
ว่าแล้วเย่เสี่ยวจิ่นก็หยิบบัตรผ่านออกมา
บัตรผ่านของนักศึกษาทั่วไปเป็นสีเขียว ส่วนบัตรผ่านที่อาจารย์มหาวิทยาลัยปักกิ่งใช้จะเป็นสีทอง
และบัตรที่เย่เสี่ยวจิ่นหยิบออกมาก็เป็นสีทองเช่นกัน
ลุงรปภ.คุ้นหน้าเย่เสี่ยวจิ่นดี รับบัตรจากเธอแล้วรูดผ่านเครื่อง พูดด้วยน้ำเสียงคุ้นเคย “เสี่ยวจิ่น มาอีกแล้วเหรอ”
เย่เสี่ยวจิ่นยิ้มพลางตอบ “ค่ะ ลุงหลี่ รบกวนด้วยนะคะ พวกเราขอเข้าไปอ่านหนังสือก่อน”
เธอไม่แม้แต่จะมองหน้าเฮ่อหมิงเยว่ แล้วเดินเข้าห้องสมุดไป
เฮ่อหมิงเยว่อุทานด้วยความประหลาดใจ “ลุงรปภ.คะ ทำไมไม่ห้ามพวกเขาล่ะ? ไม่ใช่ว่าห้องสมุดต้องใช้บัตรคนละใบหรือคะ? สองคนนั้นไม่มีบัตร ทำไมถึงปล่อยให้เข้าไปล่ะ?!”
ลุงหลี่รปภ.มองเฮ่อหมิงเยว่ คิดว่าเด็กสาวคนนี้หน้าตาสวยดี แต่สมองคงไม่ค่อยดีเท่าใด จึงอธิบายอย่างช้า ๆ “บัตรผ่านในมือของเย่เสี่ยวจิ่นเป็นบัตรพิเศษที่ทางมหาวิทยาลัยอนุมัติให้หล่อน สิทธิ์ไม่เหมือนกับนักเรียนทั่วไป”
“เป็นบัตรแบบเดียวกับที่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยใช้”
“พูดง่าย ๆ คือ ตราบใดที่เย่เสี่ยวจิ่นมีเหตุผลอันควร หล่อนจะพาคนเข้าห้องสมุดสิบยี่สิบคนก็ได้”
อะไรนะ??
เฮ่อหมิงเยว่ตกตะลึง
มองแผ่นหลังของเย่เสี่ยวจิ่นและคนอื่น ๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
ทำไมเย่เสี่ยวจิ่นถึงได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งขนาดนี้?!
หลินน่าเดินเข้าไปในห้องสมุด พอหันกลับมามองก็พบว่าเฮ่อหมิงเยว่หายไปอีกแล้ว
หล่อนรีบวิ่งออกมาอย่างร้อนใจ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นเฮ่อหมิงเยว่กำลังจ้องมองไปทางใดทางหนึ่งด้วยสายตาเต็มไปด้วยความอาฆาต
แววตาของเฮ่อหมิงเยว่มักจะอ่อนโยนเสมอ ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าหล่อนเป็นคนดี แต่ในตอนนี้ หลินน่ากลับเห็นความเหี้ยมเกรียมในดวงตาของหล่อน
สายตาแบบนั้นทำให้หล่อนรู้สึกขนลุกในใจ
หลินน่ากะพริบตาโดยไม่รู้ตัว คิดว่าคงเป็นเพราะตัวเองมองผิดไปแน่ ๆ
พอมองไปที่เฮ่อหมิงเยว่อีกครั้ง ก็เห็นเฮ่อหมิงเยว่กำลังมองมาที่หล่อนด้วยสายตาอ่อนโยนเช่นเคย
“น่าน่า ขอโทษนะ เมื่อกี้ฉันเห็นคนรู้จัก เลยหยุดทักทายเขาหน่อย ไม่ทันได้บอกเธอน่ะ”
น้ำเสียงของหล่อนก็อ่อนโยนมาก
หลินน่าส่ายหัวเบา ๆ คิดในใจว่าคงเป็นหล่อนที่มองผิดไปแน่ ๆ เฮ่อหมิงเยว่จะมีสายตาน่ากลัวแบบนั้นได้อย่างไร
ในห้องสมุด
เนื่องจากไม่สามารถพูดคุยกันได้ เฉียวเถียนหย่าจึงฉีกกระดาษร่างแผ่นหนึ่งแล้วรีบเขียนข้อความด้วยความตื่นเต้น
จากนั้นก็ส่งให้เย่เสี่ยวจิ่น
“ฮ่า ๆๆๆๆ ฉันหัวเราะจนจะตายแล้ว! เสี่ยวจิ่น เธอน่าจะเห็นสายตาของเฮ่อหมิงเยว่เมื่อกี้นะ ตกใจจนดวงตาแทบจะถลนออกมาจากเบ้าเลย”
เย่เสี่ยวจิ่นเงยหน้ามองเฉียวเถียนหย่าที่กำลังหัวเราะเงียบ ๆ จนตัวสั่น เกรงว่าอีกวินาทีหล่อนจะหัวเราะจนเป็นลม
เธอหยิบปากกามาเขียนข้อความด้านล่างว่า “เธอรู้จักหล่อนได้ยังไง?”
เฉียวเถียนหย่ารับมาดูแล้วเลิกคิ้วใส่เย่เสี่ยวจิ่น “ฉันเป็นใครน่ะเหรอ ฉันคือสายข่าวแห่งเมืองหลวงนะ มีเรื่องอะไรบ้างที่ฉันไม่รู้”
“เฮ่อหมิงเยว่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากต่างประเทศ อยู่ที่คณะการเงินชั้นเรียนนานาชาติ ได้ยินว่าหล่อนเพิ่งมาไม่กี่วัน ก็แทนที่เหลิ่งอวิ๋นเสากลายเป็นดอกไม้ประจำชั้นเรียนคนใหม่แล้ว ไม่รู้ว่าใช้วิธีอะไร ผู้ชายในชั้นเรียนนานาชาติถึงได้วนเวียนอยู่รอบตัวหล่อนกันหมด”
เย่เสี่ยวจิ่นกวาดตามองสิ่งที่เฉียวเถียนหย่าเขียนแล้วพยักหน้า
“พอเถอะ เลิกนินทาได้แล้ว บ่ายนี้ยังมีสอบอีก”
เฉียวเถียนหย่าพยักหน้าเหมือนลูกไก่จิกข้าว ขยำกระดาษร่างเป็นก้อนแล้วโยนลงถังขยะ
เฮ่อหมิงเยว่เข้ามาในห้องสมุด ตั้งใจมองหาว่าเย่เสี่ยวจิ่นนั่งอยู่ตรงไหน
เห็นเย่เสี่ยวจิ่นนั่งอยู่ที่มุม หล่อนจึงจงใจเลือกที่นั่งตรงจุดที่ตนสามารถมองเห็นเย่เสี่ยวจิ่น แต่เย่เสี่ยวจิ่นมองไม่เห็นหล่อน
หล่อนริษยาเย่เสี่ยวจิ่นมากจริง ๆ
ถ้าไม่มีเย่เสี่ยวจิ่น ศิษย์ของอาจารย์เฉิงก็จะมีแค่หล่อนคนเดียว ตอนนั้นหล่อนก็จะเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของอาจารย์เฉิง ได้รับความสำคัญยิ่งกว่าตอนนี้
แต่พอมีเย่เสี่ยวจิ่น สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป
แต่ว่า… ถ้าอาจารย์เฉิงรับเย่เสี่ยวจิ่นเป็นศิษย์ได้ หล่อนก็หาทางให้อาจารย์เฉิงไล่เธอออกจากสำนักได้เหมือนกัน
สิ่งที่อาจารย์เฉิงเกลียดที่สุดในชีวิตก็คือการลอกเลียนและการปลอมแปลง แค่หาทางให้เย่เสี่ยวจิ่นเกี่ยวพันกับสองเรื่องนี้…
เฮ่อหมิงเยว่ยิ้มมุมปาก ในใจมีแผนการแล้ว
เย่เสี่ยวจิ่นที่กำลังทบทวนบทเรียนอย่างตั้งใจ จู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้น มองไปรอบ ๆ อย่างงุนงง
เมื่อสบตากับเฉียวเถียนหย่าที่มองมาอย่างสงสัย เธอส่ายหน้าแล้วก้มลงอ่านหนังสือต่อ
แต่กลับเหม่อลอยไป
นี่เป็นความรู้สึกของเธอคนเดียวหรือเปล่า? ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าสันหลังเย็นวาบ ราวกับมีสายตาอาฆาตมองจ้องเธออยู่จากมุมมืด คอยจังหวะลงมือ
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
อย่าอิจฉาจิ่นเป่าเลย เห็นช้างขี้ก็อย่าขี้ตามช้าง แล้วชีวิตจะมีความสุขนะคุณหนูเฮ่อ
ไหหม่า(海馬)
………………..