ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 554 ฝีมือคนละชั้น
- Home
- All Mangas
- ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
- บทที่ 554 ฝีมือคนละชั้น
บทที่ 554 ฝีมือคนละชั้น
………………..
บทที่ 554 ฝีมือคนละชั้น
ห้องเรียนที่เคยดังจอแจกลับเงียบสงัดลงในพริบตา
เงียบจนได้ยินแต่เสียงลมหายใจ
คะแนน “100” ที่เสิงซิ่งเสียนพูดผ่านไมโครโฟนทำให้พวกเขาตกตะลึง
100 คะแนนเต็ม! นั่นมันคะแนนเต็มนะ!
เฉียวเถียนหย่ามองไปรอบ ๆ แล้วยิ้มอย่างพึงพอใจ
ดีแล้ว ไม่ใช่แค่หล่อนคนเดียวที่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
ทุกคนต่างตกใจกันหมด
ห้องเรียนเงียบไปครึ่งนาที ก่อนจะมีเสียงกระซิบกระซาบดังขึ้น
“…เหลือเชื่อจริง ๆ ข้อสอบยากขนาดนี้ยังได้ร้อยคะแนน หล่อนเป็นมนุษย์หรือเปล่านะ?”
เฉียวเถียนหย่าเข้าไปกระซิบข้างหูเย่เสี่ยวจิ่น “เสี่ยวจิ่น ตอนเช้าหลังสอบเสร็จ พวกอัจฉริยะพวกนี้ต่างบ่นกันว่าทำไม่ทัน ฉันยังได้ยินคนพูดว่าทำไม่ทันสองหน้าด้วยซ้ำ ที่แท้ก็แค่พูดเกินจริงนี่เอง”
“คะแนนต่ำสุดยังได้เจ็ดสิบเลย ถ้าทำไม่ทันจริงสองหน้า ก็คงไม่ผ่านเกณฑ์แน่ ๆ”
เย่เสี่ยวจิ่นพูดอย่างสงบนิ่ง “เธอไม่ต้องเชื่อคำพูดของเด็กเรียนเก่งหรอก”
การเรียนภาคค่ำสิ้นสุดเวลา 22.00 น. เวลาที่เหลือเสิงซิ่งเสียนก็ไม่ได้ตั้งใจจะสอนโจทย์ ปล่อยให้นักเรียนแก้ไขด้วยตัวเอง
นักเรียนกว่าร้อยคนจะถูกแบ่งเป็นสามห้องตามคะแนนสอบครั้งนี้
ไม่ผิดคาด เย่เสี่ยวจิ่น เฉียวเถียนหย่า และอวี๋จวิ้นเฟยอยู่ห้องหนึ่ง
ห้องเรียนทั้งสามของค่ายฝึกอบรมถูกจัดไว้ที่คณะคณิตศาสตร์ ชั้นสองของตึกเรียน ทั้งสามห้องอยู่ชั้นเดียวกัน
เรื่องที่เย่เสี่ยวจิ่นสอบได้คะแนนเต็มในการทดสอบครั้งแรกแพร่สะพัดไปทั่วคณะคณิตศาสตร์ภายในข้ามคืน
ที่คณะการเงิน ในห้องเรียนหนึ่ง
เฮ่อหมิงเยว่เรียนการเงินที่ต่างประเทศ มาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ย่อมต้องเข้าเรียนที่คณะการเงินเป็นธรรมดา
เฮ่อหมิงเยว่หน้าตาดีบุคลิกสง่างาม อ่อนโยนกับทุกคน จึงเข้ากับเพื่อนร่วมชั้นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
นักศึกษาภาคนานาชาติส่วนใหญ่ชื่นชมหล่อนไม่หยุด มีเพียงนักศึกษาหญิงไม่กี่คนที่คิดว่าหล่อนเป็นคนตีสองหน้าและพูดจาไม่เข้าหู ดูแปลกแยกจากคนอื่น
พอกริ่งเลิกเรียนดัง นักศึกษาชายหน้าตาดีหลายคนก็เข้ามาล้อมวง หนึ่งในนั้นถือลูกบาสเกตบอลอยู่
“หมิงเยว่ พวกเราจะไปแข่งบาสที่โรงยิมกับห้องหนึ่ง เธอจะไปดูไหม?”
ดวงตาของเฮ่อหมิงเยว่อ่อนโยนดั่งสายน้ำ มองนักศึกษาชายพลางยิ้มพูดว่า “คงไม่ได้ ฉันยังมีความรู้บางจุดที่ยังไม่เข้าใจ อยากไปศึกษาเพิ่มที่ห้องสมุด”
หน้าตาดี นิสัยดี และรักการเรียน ผู้หญิงแบบนี้เป็นสาวในฝันของผู้ชายทุกคนในคณะการเงินระหว่างประเทศ
ทุกเช้าบนโต๊ะของเฮ่อหมิงเยว่จึงมีอาหารเช้าวางเต็มไปหมด
หล่อนมักจะยิ้มและบอกว่ากินมาแล้ว จากนั้นก็แบ่งอาหารเช้าบนโต๊ะให้กับคนที่ต้องการ
เมื่อถูกเฮ่อหมิงเยว่มองตรง ๆ ใบหน้าของชายคนนั้นก็เริ่มแดงขึ้น “ได้ ได้ ถ้าเธอว่าง ก็แวะมาได้นะ ฉันจะให้คนเก็บที่นั่งไว้ให้”
หลังจากชายคนนั้นจากไป สาว ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ เฮ่อหมิงเยว่ก็ช่วยกันจัดหนังสือให้เธอเรียบร้อย แล้วยังถือไว้ให้ด้วย
“หมิงเยว่ พวกเราไปห้องสมุดด้วยกันนะ”
เฮ่อหมิงเยว่ชอบชีวิตที่ถูกผู้คนห้อมล้อมแบบนี้มาก มันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น
แม้ในใจจะชื่นชอบการได้รับบริการแบบนี้มาก แต่ภายนอกกลับแสดงท่าทางกังวลเล็กน้อย “น่าน่า ฉันถือเองก็ได้นะ ไม่ต้องลำบากหรอก…”
เธอทำท่าจะไปหยิบหนังสือจากมือของหลินน่า
หลินน่าหลบไปนิดหนึ่งพลางยิ้มพูดว่า “ไม่เป็นไรหรอก ให้ฉันถือให้ก็ได้”
“งั้นก็ขอบคุณนะ” เฮ่อหมิงเยว่ยิ้มตาโค้งหยี
ทำให้ใบหน้าหล่อนดูงดงามยิ่งขึ้น
เมื่อพวกหล่อนออกจากห้องเรียน เหล่านักเรียนหญิงที่ทนดูท่าทางของเฮ่อหมิงเยว่ไม่ได้ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ
“หลินน่าคงคิดว่าตัวเองเป็นสาวใช้ของเฮ่อหมิงเยว่ไปแล้วสินะ? อุตส่าห์วิ่งไปเป็นสาวใช้ให้คนอื่นเขา”
นักเรียนหญิงผมยาวรูปร่างสูงโปร่งพูดเสียงเย็นชา “พวกเราทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอแล้ว”
เพื่อนสนิทของเหลิ่งอวิ๋นเสารู้สึกไม่พอใจอยู่ในใจ
ก่อนที่เฮ่อหมิงเยว่จะมาที่แผนกนานาชาติ ทุกคนต่างยกย่องเหลิ่งอวิ๋นเสาให้เป็นดอกไม้ประจำชั้นเรียน แต่พอเฮ่อหมิงเยว่มา ทุกคนก็หันไปห้อมล้อมเฮ่อหมิงเยว่แทน
พวกหล่อนทนไม่ได้จริง ๆ
เหลิ่งอวิ๋นเสาไม่แสดงสีหน้าอะไร ยังคงเย็นชาเหมือนเดิม “พวกเธอก็รู้นี่ว่าฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้หรอก พวกเราตั้งใจเรียนก็พอแล้ว”
“อีกครึ่งเดือนก็จะสอบกลางภาคแล้ว ได้ยินว่าครั้งนี้รองคณบดีเป็นคนออกข้อสอบ พวกเธอยังไม่รีบทบทวนอีก จะรอสอบตกกันหรือไง?”
เหลิ่งอวิ๋นเสาไม่ได้สนใจเรื่องดอกไม้ประจำห้องอะไรเลย กลับรู้สึกขอบคุณเฮ่อหมิงเยว่เสียด้วยซ้ำ
ในที่สุดสายตาที่น่ารำคาญพวกนั้นก็ไม่ได้จับจ้องอยู่ที่หล่อนอีกต่อไป ทำให้หล่อนได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสักที
ที่ชั้นล่างของตึกเรียน เฮ่อหมิงเยว่และเพื่อน ๆ กำลังเดินไปห้องสมุด
แม้จะเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน แต่หล่อนก็ถือว่าเป็นนักศึกษาที่ถูกต้องตามระเบียบของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ดังนั้นจึงมีบัตรผ่านเข้าห้องสมุด แต่บัตรนี้ก็เป็นเพียงบัตรธรรมดาเหมือนกับนักศึกษาทั่วไป
“หมิงเยว่ เธอได้ยินหรือยังว่าคณะคณิตศาสตร์ของเรารับนักเรียนอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์มาร้อยกว่าคน ได้ยินมาว่าเมื่อวานมีการทดสอบครั้งแรก มีอัจฉริยะคนหนึ่งทำคะแนนได้เต็มร้อยเลยนะ!”
หลินน่าพูดอย่างตื่นเต้น “ข้อสอบนั้นอาจารย์เสิงซิ่งเสียนเป็นคนออกด้วยนะ เลือกเฉพาะข้อที่ยากที่สุดมาออก แต่อัจฉริยะคนนั้นกลับทำได้ 100 คะแนน มันเกินมนุษย์มนาจริง ๆ!”
เฮ่อหมิงเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็คลายออกอย่างรวดเร็ว
หล่อนถามอย่างดูเหมือนแค่อยากรู้ “จริงเหรอ? ใครกันที่เก่งขนาดนั้น”
“ขอคิดก่อน…” หลินน่านึกทบทวน “อ๋อ ใช่แล้ว อัจฉริยะคนนั้นนามสกุลเย่…ชื่ออะไรนะ…”
“ลืมไปแล้วล่ะว่าชื่ออะไร แต่จำได้ว่าหล่อนเป็นนักเรียนที่อายุน้อยที่สุดในค่ายฝึกอบรม อายุแค่สิบห้าสิบหกเอง”
เฮ่อหมิงเยว่ชะงักฝีเท้า
นามสกุลเย่
อายุแค่สิบห้าสิบหก
นี่แทบจะบอกชัดเจนแล้วว่าคนคนนั้นก็คือเย่เสี่ยวจิ่น
หันกลับไปมองอีกที เห็นเฮ่อหมิงเยว่ยืนอยู่ข้างหลัง ยืนนิ่งไม่ขยับ
หล่อนชะงักไปครู่หนึ่ง รีบถอยหลังกลับไปยืนข้างเฮ่อหมิงเยว่ “หมิงเยว่ เป็นอะไรไปหรือ?”
เฮ่อหมิงเยว่กะพริบตาช้า ๆ ใช้เวลาครึ่งวินาทีกดความอิจฉาในใจลง พูดเสียงนุ่มนวลว่า “ไม่มีอะไร แค่นึกขึ้นได้ว่าคืนนี้ต้องกลับบ้านสักหน่อย”
หลินน่าร้อง “อ๋อ”
“งั้นเราเดินต่อกันเถอะ ไปจองที่นั่งที่ห้องสมุดกัน”
“ช่วงนี้ใกล้สอบกลางภาคแล้ว ที่นั่งในห้องสมุดหายากมาก ไปช้าหน่อยก็ไม่มีที่นั่งแล้ว”
“โชคดีที่ห้องสมุดของมหาลัยเราอนุญาตให้แค่คนในมหาวิทยาลัยเข้าได้ ไม่งั้นคงโดนพวกค่ายติวคณิตศาสตร์จองที่ไปหมดแน่ ๆ…”
ระหว่างที่คุยกัน ทั้งสองก็เดินมาถึงหน้าห้องสมุดแล้ว
หลินน่าหยิบบัตรผ่านออกมา เฮ่อหมิงเยว่ก็ล้วงบัตรผ่านจากกระเป๋า กำลังจะยื่นให้ยามที่หน้าประตู แต่ไม่รู้เห็นอะไรเข้า จู่ ๆ ก็ชักมือกลับ
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ฝีมือมันคนละชั้น พวกเด็กค่ายติวนั่นมีแต่ปีศาจ อย่าหาเรื่องเปรียบเทียบเลย
ไหหม่า(海馬)
………………..