ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 549 แกล้งโง่
บทที่ 549 แกล้งโง่
………………..
บทที่ 549 แกล้งโง่
“ลู่ป๋อเหวิน นายอายุเท่าไหร่แล้ว” เฉิงซิงไห่หัวเราะออกมาอย่างกะทันหัน “ยังจะมาเล่นละครแกล้งโง่อีกเหรอ?”
“นายคิดว่า ด้วยอิทธิพลของตระกูลเฉิงในเมืองหลวงแล้ว การสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลังอันธพาลกลุ่มเล็ก ๆ จะผิดพลาดได้งั้นเหรอ?”
ตระกูลลู่ของลู่ป๋อเหวินในเมืองหลวงกว่าจะเบียดเข้าไปอยู่ในวงการชั้นสามได้ก็แทบหืดจับ
แต่เฉิงซิงไห่เป็นใคร
เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายปีในต่างประเทศ บารมีที่แผ่ออกมาทำให้ลู่ป๋อเหวินสีหน้าซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว
ท่าทางแสร้งทำเมื่อครู่สลายหายไปในพริบตา ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา “ผม…ผมไม่ได้ทำ!”
ริมฝีปากของเขาสั่นระริก พูดออกมาด้วยความหวาดกลัว “เป็นเย่เสี่ยวจิ่นที่มาหาเรื่องผมก่อน ผมแค่อยากจะสั่งสอนหล่อนนิดหน่อย ไม่ได้คิดจะทำให้เรื่องบานปลาย”
เฉิงซิงไห่แค่นเสียงหึ “สั่งสอนนิดหน่อย?”
“ลู่ป๋อเหวิน ก่อนที่นายจะไปจ้างต้าหลงกับอันธพาลพวกนั้น นายเคยสืบประวัติพวกมันบ้างไหมว่าพวกมันเคยทำอะไรมาบ้าง?”
เขาได้สืบประวัติอาชญากรรมของต้าหลงและพรรคพวก กลุ่มคนพวกนี้เคยรังแกผู้หญิงมาหลายคน ถึงขนาดมีผู้หญิงบางคนฆ่าตัวตายเพราะเรื่องนี้…
“ผมไม่รู้” ลู่ป๋อเหวินสายตาวูบไหว รีบพูด “ผมไม่รู้จริง ๆ ผมแค่ให้เพื่อนไปหาคนที่พอจะใช้งานได้ ผมไม่รู้ที่มาที่ไปของต้าหลงกับพวกมันเลย”
เจียงฉีพิงกรอบประตู สายตาเย็นชาลง
“เพื่อนนักเรียนลู่ นายคิดว่าจะหลอกพวกเราได้งั้นเหรอ?”
“เฉิงซิงไห่ให้โอกาสนายพูดดี ๆ แล้ว แต่นายไม่รู้จักถนอมโอกาสนั้น งั้นก็อย่าโทษพวกเราเลยที่จะทำลายอนาคตของนาย”
ต่อหน้าพวกเขา ลู่ป๋อเหวินยังอ่อนหัดเกินไป
เขาโกหกหรือไม่ ทั้งสองคนต่างมองออกได้ในแวบเดียว
การที่พวกเขามาที่นี่ด้วยตัวเอง จริง ๆ แล้วเป็นเพราะเฉิงซิงไห่ยังอยากให้โอกาสลู่ป๋อเหวิน ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นแค่นักเรียนมัธยมปลาย และเย่เสี่ยวจิ่นก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรจริงจัง
ไม่คิดว่าเฉิงซิงไห่อุตส่าห์มีความเมตตาสักครั้ง แต่อีกฝ่ายกลับเป็นคนที่ไม่สมควรได้รับการปล่อยไป
“ข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับพวกอันธพาลนอกโรงเรียนรังแกนักเรียนหญิง แค่นี้ก็พอให้นายไปห้องกรงได้สักสองสามวันแล้ว”
“เสี่ยวจิ่นเอ๋อร์ พวกเราไปกันเถอะ”
เฉียวเถียนหย่าทำหน้าเหม่อลอย
แค่นี้ก็จบแล้วเหรอ?
หล่อนดึงแขนเย่เสี่ยวจิ่นแล้วกระซิบเบา ๆ “เสี่ยวจิ่น คุณชายเฉิงของพวกเราทำงานได้รวดเร็วมากเลยนะ?”
“ใช่แล้วละ” เย่เสี่ยวจิ่นยิ้มบาง ๆ “ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย”
ผู้อำนวยการหวังก็ทำหน้าสิ้นหวัง
ลู่ป๋อเหวินเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดของโรงเรียน คราวนี้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ทำให้ตระกูลเฉิงกดดันมาขนาดนี้ ถ้าไม่ให้เขาออกจากโรงเรียนเรื่องนี้ก็คงไม่จบ
เขามองลู่ป๋อเหวินที่นั่งเหงื่อแตกอยู่บนโซฟาด้วยสายตาผิดหวัง แล้วต่อว่า “ลู่ป๋อเหวินเอ๋ยลู่ป๋อเหวิน ฉันนึกว่าเธอจะเป็นคนรู้จักกาลเทศะ ทำไมถึงได้ทำเรื่องโง่ ๆ แบบนี้ล่ะ!”
“เธอมีปัญหาอะไรกับเย่เสี่ยวจิ่นถึงได้ใช้วิธีการแบบนี้กับหล่อน?!”
สองมือจับที่ต้นขาแน่น ผ่านไปครู่ใหญ่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ราวกับเจอฟางข้าวช่วยชีวิต!
“ผู้อำนวยการหวัง ไปหาอาจารย์หลิวเถอะครับ หาอาจารย์หลิวย่าตง เขาเห็นความสำคัญของผมมากที่สุด แน่นอนว่าเขาต้องไม่ปล่อยให้ผมออกจากโรงเรียนแน่!”
ผู้อำนวยการหวังชะงักไปครู่ “หลิวย่าตง…ตระกูลหลิวกับตระกูลเฉิงก็มีสถานะในเมืองหลวงพอ ๆ กัน งั้นฉันจะลองไปหาเขาดู”
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือผลประโยชน์ของตัวเอง ผู้อำนวยการหวังเสียดายที่จะปล่อยต้นไม้เงินต้นไม้ทองอย่างลู่ป๋อเหวินไปในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้
ถ้าลู่ป๋อเหวินสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ติดหนึ่งในสิบอันดับของเมืองหลวง เขาก็จะได้เลื่อนตำแหน่ง
ที่เรือนตระกูลหลิว
ช่วงนี้หลิวย่าตงไม่สบายเป็นหวัด เขาลาหยุดจากโรงเรียนและพักผ่อนอยู่ที่บ้านสองสามวัน
เมื่อผู้อำนวยการหวังมาถึง เขากำลังดื่มยาอยู่พอดี
หลังได้ยินคนรับใช้บอกว่าหัวหน้าฝ่ายปกครองของโรงเรียนมา เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
ไม่งั้นทำไมหวังฉวีถึงต้องมาด้วยตัวเองในเมื่อปกติแค่โทรศัพท์ก็จัดการได้ด้วย?
“เชิญเขาเข้ามา”
บ้านตระกูลหลิวตั้งอยู่ในย่านที่แพงที่สุดของเมืองหลวง เป็นเรือนสี่ประสานสามวง
ในเมืองหลวงที่ที่ดินมีราคาแพงลิบลิ่วนี้ นี่แสดงให้เห็นถึงความร่ำรวยมั่งคั่ง
หวังฉวีเดินตรงไปที่ห้องหนังสือของหลิวย่าตง ท่าทางนอบน้อมมาก “อาจารย์หลิว”
หลิวย่าตงเอามือปิดปากไอสองสามที “ผู้อำนวยการหวัง มีเรื่องสำคัญอะไรหรือถึงได้มา?”
หวังฉวีทำหน้าขมขื่น “อาจารย์หลิว เกิดเรื่องกับลู่ป๋อเหวินลูกศิษย์ที่คุณภูมิใจที่สุดของคุณแล้ว”
หลิวย่าตงชะงักมือที่ถือแก้วน้ำ พูดทวนซ้ำ “คุณบอกว่าลู่ป๋อเหวินมีเรื่อง?”
“ใช่!” หวังฉวีหัวเราะขื่น ๆ “ไม่รู้ว่าเด็กคนนี้เป็นบ้าอะไร ถึงได้ไปมีเรื่องกับคนตระกูลเฉิง”
หลิวย่าตงวางแก้วน้ำลง ค่อย ๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้
“เล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อย”
“คุณรู้จักเย่เสี่ยวจิ่นไหม? หล่อนคือเด็กสาวที่โด่งดังมากในการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับประเทศ ลู่ป๋อเหวินมีปัญหาอะไรกับหล่อนก็ไม่รู้ ถึงกับไปหาพวกนักเลงนอกโรงเรียนมาก่อกวนหล่อน”
“ไม่คิดว่าจะเจอตอเข้าให้พอดี”
“ก่อนที่เขาจะไปหาคนพวกนั้น เขาคงไม่รู้มาก่อนว่าเย่เสี่ยวจิ่นมีตระกูลเฉิงเป็นที่พึ่ง และฉันว่าไม่ใช่แค่ตระกูลเฉิงด้วย”
“คนที่มาโรงเรียนพร้อมกับเฉิงซิงไห่ยังมีเจียงฉีคุณชายใหญ่แห่งตระกูลเจียงด้วย”
“เฉิงซิงไห่…เจียงฉี?” หลิวย่าตงพึมพำชื่อพวกนั้นซ้ำหลายครั้ง
เขาดันแว่นแล้วพูดว่า “ได้ เรื่องนี้ผมรู้แล้ว คุณกลับไปก่อน บอกให้ลู่ป๋อเหวินหยุดเรียนไปก่อน ส่วนเรื่องนี้ผมจะจัดการเอง”
พอได้ยินแบบนั้น หวังฉวีก็รู้ว่าหลิวย่าตงรับปากจะช่วยจัดการแล้ว ในใจก็โล่งอกไม่น้อย
เขาไม่อยากให้ลู่ป๋อเหวินมีปัญหา เพราะยังหวังจะได้เงินก้อนใหญ่จากลู่ป๋อเหวิน
“งั้นผมขอตัวกลับโรงเรียนก่อน เรื่องนี้ต้องรบกวนอาจารย์หลิวช่วยดูแลด้วย”
“เป็นหน้าที่อยู่แล้ว” หลิวย่าตงพยักหน้าเบา ๆ “ลู่ป๋อเหวินเป็นลูกศิษย์ของผม ถึงตระกูลเฉิงกับตระกูลเจียงจะไม่ใช่คนที่จะมาวุ่นวายด้วยได้ง่าย ๆ แต่ผม หลิวย่าตง ก็ไม่มีทางปล่อยให้ใครมารังแกลูกศิษย์ตัวเองได้”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ลู่ป๋อเหวินก็มาถึงบ้านตระกูลหลิว
เขาเคาะประตูห้องหนังสือของหลิวย่าตงอย่างหวาด ๆ ได้ยินเสียงแหบต่ำดังมาจากด้านใน
“เข้ามา”
ลู่ป๋อเหวินผลักประตูเข้าไป ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า “อา…อาจารย์หลิว”
หลิวย่าตงเงยหน้ามองเขา สีหน้าไร้ความรู้สึก “ลู่ป๋อเหวิน เธอยังจำได้อีกหรือว่าฉันเป็นอาจารย์ของเธอ?”
“เธอลองคิดดูสิว่าฉันทุ่มเทให้เธอมากแค่ไหน แล้วเธอตอบแทนฉันแบบนี้เหรอ?”
“เย่เสี่ยวจิ่นแค่ชนะการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับประเทศเท่านั้นเอง เธอถึงกับอิจฉาขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ตั้งแต่เธออายุสิบสองปี เธอเข้าร่วมการแข่งขันทั้งเล็กทั้งใหญ่มากี่ครั้ง ได้ถ้วยรางวัลกับเหรียญรางวัลมากี่อัน แค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มาจากชนบท มันคุ้มค่าที่เธอจะทำตัวโง่ ๆ แบบนี้เหรอ?”
น้ำเสียงของหลิวย่าตงฟังไม่ออกว่าโกรธเลยสักนิด แต่เพราะเป็นแบบนี้เอง ทำให้ความรู้สึกเสียใจในใจของลู่ป๋อเหวินยิ่งลึกล้ำ
เขาก้มหน้าต่ำลงเรื่อย ๆ เสียงก็เบาลง “ผม…ขอโทษครับอาจารย์หลิว! ผมแค่ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบจริง ๆ ครับ!”
“ชั่ววูบ? เธอรู้ไหมว่าชั่ววูบของเธอในครั้งนี้ต้องจ่ายด้วยราคาแพงแค่ไหน”
ร่างของลู่ป๋อเหวินโงนเงนไปมา เกือบทรงตัวไม่อยู่
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
หนักเลยป๋อเหวิน ท้าทายทั้งตระกูลเฉิงตระกูลเจียง สะใจแปบเดียวแต่อนาคตพังไปยาวๆ
ไหหม่า(海馬)
………………..